เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 201 เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันจะมอบหัวใจผีดิบให้เธอ
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 201 เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันจะมอบหัวใจผีดิบให้เธอ
บทที่ 201 เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันจะมอบหัวใจผีดิบให้เธอ
เฝ่ยไป๋ลู่กวาดตามองรอบด้าน และในที่สุดก็เพ่งสายตาไปที่น่าหงเฟย
“แฟนคุณอยู่ที่ไหน?”
น่าหงเฟยสับสน “ผมไม่รู้”
ตอนที่เฝ่ยชิงรั่วผลักเขา แล้วหนีไปคนเดียว เขาก็หมดหวัง และอกหักจากเธอทันที
ต่อมาพี่ใหญ่ของเขาก็ช่วยเขาสกัดผีดิบ ตั้งแต่นั้นเขาก็คิดห่วงแต่พี่ชายจนลืมเฝ่ยชิงรั่วเสียสนิท
เขานึกถึงนิสัยของเฝ่ยชิงรั่ว และเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “เธอคงไม่ได้ปล่อยผีดิบออกมาหรอกใช่ไหม?”
“หล่อนหักหลังคุณ แล้วจะยังไม่กล้าทำอะไรอีก?” เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองเขาอย่างดุดัน ก่อนหันหลังกลับ แล้วออกไปจับผีดิบ
น่าหงเฟยพูดขึ้น “พี่ ฉันทำอะไรผิด?”
น่าหงอวิ๋นพลันหมดคำจะพูด
ก็ใช่น่ะสิ เจ้าน้องโง่เอ๊ย!
เฝ่ยไป๋ลู่ปรี่ออกไปด้วยโทสะ ทันเห็นร่างผอมเพรียวอยู่ในสวน เธอถืออะไรบางอย่างสีดำไว้ ตามด้วยเสียงผีดิบคำราม
เฝ่ยไป๋ลู่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าโกรธเกรี้ยวจะเปลี่ยนเป็นความเยาะเย้ย
เฝ่ยชิงรั่วกำลังจะฆ่าตัวตายด้วยการชิงบางสิ่งจากผีดิบ ซึ่งการทำให้ผีดิบเป็นอิสระ จะต้องสละเลือดเนื้อของเธอ
ช่างน่าขัน
ในเมื่อรนหาที่ตายด้วยตัวเอง เช่นนั้นก็แก้ไขมันด้วยตัวเองแล้วกัน
บ้านของบรรพบุรุษน่าเป็นคฤหาสน์โบราณ เฝ่ยไป๋ลู่จึงเอนกายกับลูกกรงเหล็กในห้องใต้หลังคา พร้อมกอดอก มองหนึ่งคนหนึ่งผีวิ่งไล่กัน
“ให้ตายเถอะ! ทำไมแกถึงไล่ตามฉัน? แกต้องไปกินเลือดครอบครัวน่าไม่ใช่เหรอ? ไปกินครอบครัวนั้นสิ!” เฝ่ยชิงรั่วหลบการโจมตีของผีดิบอย่างยากลำบาก ก่อนจะเข่าทรุด
แล้วหญิงสาวก็จึงเห็นเฝ่ยไป๋ลู่กำลังมองละครลิงของเธออยู่
เฝ่ยชิงรั่วจึงคำรามเสียงดัง “เฝ่ยไป๋ลู่ เธอทำร้ายฉัน! ทั้งที่ปากบอกผนึกมันไว้แล้ว ทำไมมันถึงยังขยับได้อีก!”
“มันจะกัดฉันแล้วเห็นไหม? มาช่วยฉันเร็ว! ถ้าเธอปฏิเสธ เธอก็ไม่ใช่คนแล้ว!”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไปแจ้งตำรวจสิ” เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้ว ดวงตาสีเข้มสว่างไสว
เมื่อได้ยินคำพูดจาก ‘ใจจริง’ ของเฝ่ยไป๋ลู่ เลือดของเฝ่ยชิงรั่วก็เดือดพล่าน จนเกือบกระอักออกมาด้วยความโกรธ
ในตอนนั้นเอง ผีดิบก็ตามเธอมาทัน ก่อนจะตวัดกรงเล็บข่วนแขนเฝ่ยชิงรั่ว
เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ยังมองมาด้วยสายตาเย็นชา เฝ่ยชิงรั่วก็โกรธไม่น้อย
มือขวาของเธอพันเฝือกอยู่ ส่วนอีกมือก็ถือหัวใจผีดิบ
และการตอบสนองจากจี้สร้อยคอก็บอกเธอว่า นี่คือสมบัติที่เหวินชิงหย่าอยากให้เธอเอากลับไป
เดิมเฝ่ยชิงรั่วคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่ได้ผนึกผีดิบไว้แล้ว เธอน่าจะฉวยสิ่งนี้มาได้อย่างราบรื่น ทว่าพอเธอคว้านหัวใจของผีดิบออกมา มันกลับคืนชีพ และเริ่มไล่ล่าเธอ!
มันต้องการทวงหัวใจของตัวเองคืน!
เฝ่ยไป๋ลู่ปฏิเสธที่จะช่วยเธอ แต่แล้ว…
เฝ่ยชิงรั่วก็ตัดสินใจได้
เธอโยนของในมือให้เฝ่ยไป๋ลู่ และตะโกนว่า “ไป๋ลู่ ฉันจะมอบหัวใจผีดิบนี่ให้เธอ!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ดวงตาของผีดิบก็จับจ้องไปที่เฝ่ยไป๋ลู่
มันส่งเสียงน่าสะพรึงกลัวในลำคอ และกระโดด ไต่กำแพงขึ้นมาบนชั้นสอง
เฝ่ยไป๋ลู่คว้าหัวใจผีดิบมาโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งข้างหลังเธอก็เป็นบ้าน จะให้ผีดิบเข้ามาไม่ได้
เฝ่ยไป๋ลู่จึงล่อผีดิบไปที่สวนกว้าง
ในมือของเธอมีหัวใจเหม็นหืน และลื่นเหนียว เต็มไปด้วยวิญญาณชั่วร้าย
เฝ่ยไป๋ลู่ย่นจมูกด้วยความรังเกียจ
เฝ่ยชิงรั่วต้องการทำอะไรกับสิ่งนี้? แปลกจริง หรือสิ่งนี้จะเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่าง?
เดิมทีเฝ่ยไป๋ลู่คิดจะจุดไฟเผา แต่ต่อมาเธอก็กลอกตาแล้ววางมันลง
“ฉันรอดแล้ว!” ร่างกายของเฝ่ยชิงรั่วเหมือนจะหมดแรง เธอหนีไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย และมองสถานการณ์ที่ตื่นเต้นของเฝ่ยไป๋ลู่ “เธอสมควรได้รับมัน! มันจะกัดเธอจนตายแน่!”
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับผีดิบคือไฟ
ในตำรา ‘จื่อปู้อวี่’ กล่าวไว้ว่า หากจุดไฟติด จะเกิดเสียง ‘เปรี๊ยะ ๆ’ ดังขึ้น และมันจะหลอมละลายลึกไปถึงซี่กระดูก
เฝ่ยไป๋ลู่คีบยันต์ผนึกไว้ระหว่างปลายนิ้ว วางไว้ข้างหน้า หลับตาแน่น และร่ายอาคม
พายุพลันก่อตัวขึ้นใต้เท้า แล้วพลังปราณก็กระจายไปทั่วทุกทิศทาง สลายปราณชั่วร้ายหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับพวกมันพบกับศัตรูตามธรรมชาติ
“ช่างเป็นพลังที่แข็งแกร่งอะไรขนาดนี้…” กานว่างที่ติดตามมาอย่างใกล้ชิด รู้สึกผิดหวังกับตนเอง ‘เธอแกร่งจริง ๆ’
ชายหนุ่มตกตะลึงไปชั่วครู่ ทันใดเขาก็เห็นดวงตาสีดำของเฝ่ยไป๋ลู่ลืมขึ้นช้า ๆ และราวกับมีปลาหยินหยางว่ายอยู่ภายใน มันส่องแสงอย่างสดใส
หญิงสาวโบกมือเบา ๆ และกระดาษยันต์ผนึกที่ซับซ้อนก็กลายเป็นลูกไฟ จากหนึ่งเเบ่งเป็นสอง สองกลายเป็นสาม จนนับไม่ถ้วน
แสงสว่างตอนนี้เกือบจะเหมือนกับกลางวัน และบดบังแสงจันทร์เอาไว้
แล้วผีดิบก็หยุดนิ่ง
ลูกไฟนับไม่ถ้วนมีศูนย์กลางอยู่ที่เฝ่ยไป๋ลู่ผู้นุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยมนต์ขลัง
“ฆ่า!” ริมฝีปากสีแดงของเธอขยับเล็กน้อย แล้วลูกไฟที่อยู่รอบตัวเธอก็แผ่ออก
“โฮก!” ผีดิบถูกเผาทั้งเป็น ก่อนจะล้มลงกองกับพื้น
แสงสว่างจ้าแยงตาเฝ่ยชิงรั่วจนน้ำตาไหล เธอปาดน้ำตา ก่อนจะเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เดินมาหาเธอทีละก้าวท่ามกลางแสงไฟนับพันดวง
สีหน้าของอีกฝ่ายเย็นชา และทุกย่างก้าวก็คล้ายกำลังเหยียบย่ำหัวใจเฝ่ยชิงรั่ว
“เมื่อกี้เรียกว่าดาวตกประกายเพลิงสวรรค์”
“และนี่คือสิ่งที่เรียกว่าเล่นกับไฟจนเผาตัวเอง”
“อ๊าก!” เฝ่ยชิงรั่วกรีดร้องอย่างน่าสมเพช ด้วยเฝ่ยไป๋ลู่หักมือซ้ายของเธอ
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นก้องหูเฝ่ยชิงรั่วเอง
พร้อมกันนั้น เสียงเตือนของเฝ่ยไป๋ลู่ที่โรงประมูลวันนั้นก็แว่วมา ‘ถ้ายังยั่วยุฉันอีกครั้ง ฉันจะหักมือเธอ!’
เฝ่ยไป๋ลู่ทำตามที่พูดไว้จริง และหักข้อมือทั้งสองข้างของเฝ่ยชิงรั่วแล้ว!
เฝ่ยไป๋ลู่บ้าไปแล้ว!
เฝ่ยชิงรั่วตื่นตระหนก ดวงตาของเธอเพ่งมองน่าหงเฟย ราวกับว่าเธอได้พบผู้ช่วยชีวิต เธอเดินเข้าหาอีกฝ่ายราวกับลืมความเจ็บปวด
ดวงตาของเธอแดงก่ำ และเสียงก็เต็มไปด้วยความคับข้องใจ “หงเฟย เฝ่ยไป๋ลู่รังแกฉัน และทำให้ฉันเป็นแบบนี้ คุณต้องช่วยฉัน!”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่น่าหงเฟย ราวกับมั่นใจว่าชายหนุ่มจะเข้าข้างเฝ่ยชิงรั่วแน่ เพราะตัวเขาคงชั่วไม่ต่างกัน
ทว่าน่าหงเฟยกลับเฉยชายิ่ง พร้อมส่งเสียง “เฮอะ!” ออกมา
ชั้นหมอกภายในดวงตาคู่นั้นเลือนหายไป แล้ว ยามนี้ดวงตาน่าหงเฟยกลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง
นายน้อยรองตระกูลน่าก้มมองเฝ่ยชิงรั่ว ราวกับรังเกียจ “คุณควรจะแก้ปัญหาด้วยตัวเองบ้าง! ต่อไปนี้เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ใบหน้าของเฝ่ยชิงรั่วก็ซีดเผือด
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตาลง
กรรมตามทันเฝ่ยชิงรั่วแล้วเหรอ?