เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 203 แม่ ทำไมแม่ถึงตบฉัน!
บทที่ 203 แม่ ทำไมแม่ถึงตบฉัน!
เพราะเรื่องเม็ดบัวเฝ่ยไป๋ลู่จึงนอนไม่หลับทั้งคืน
ครั้นได้ยินเสียงตรงหน้าต่าง เธอก็ลืมตาขึ้น พอออกไปดูก็พบว่าเป็นคนคุ้นเคยอีกแล้ว
“เฝ่ยไป๋ลู่” ร่างกายสูงสง่าของฉีหงสวมชุดคลุมสีดำ ลมพัดชายเสื้อปลิวไสว
ในมือมีโซ่เหล็กดำวาวดุจน้ำหมึกรัดตัวเฝ่ยชิงรั่วไว้แน่น จนไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นหรือตาย
เขามาเพื่อพาตัวเฝ่ยชิงรั่วไป
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตา สีหน้าครุ่นคิด เฝ่ยชิงรั่วมีสถานะไม่ต่ำในองค์กรนั้น? หรือเธอมีประโยชน์อื่น?
ไม่อย่างนั้น ด้วยรูปแบบการกระทำอันโหดเหี้ยมของพวกเขา คนไร้ค่าก็แค่ฆ่าทิ้ง จะมัวมาเสียเวลาช่วยทำไม!
กระนั้นก่อนฉีหงจะพาตัวเฝ่ยชิงรั่วไป ทำไมเขาต้องมาบอกเธอด้วย เฝ่ยไป๋ลู่เอ่ยเสียงเย็นชา “คุณต้องการจะทำอะไร?”
ฉีหงกล่าวเสียงเย็นชาประหนึ่งจะสื่อถึงความไม่พอใจ “เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันรู้ว่าเธอปลอมตัวเป็นฉันและทำลายแผนการโจมตีเมืองต้าหลิน”
“ใช่ ฉันเอง” เฝ่ยไป๋ลู่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “แล้วทำไมคุณไม่เปิดเผยเรื่องของฉันล่ะ?”
นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เธอไม่เข้าใจ
เธอเตรียมใจไว้แล้วที่จะถูกตามฆ่า แต่ก็ผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้
รอยแผลเป็นที่แก้มยังไม่หายดี ตอนนี้จึงยังรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ราวกับย้ำเตือนให้เขาระลึกถึงกับดักของเฝ่ยไป๋ลู่ ฉีหงจ้องหน้าเธอ แววตาแฝงไว้ด้วยความหมายประหลาด “เพราะฉันจะฆ่าเธอด้วยมือของฉันเอง”
“โอ้” เฝ่ยไป๋ลู่ยังคงนิ่งสงบ เธอได้ยินประโยคนี้มาจนชินแล้ว
ท่าทีเย็นชาอีกแล้ว! ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรไป เธอก็ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร ฉีหงมีท่าทีฮึดฮัด “เฝ่ยไป๋ลู่ ฉันรู้ว่าเธอไม่ธรรมดา แต่ฉันแนะนำให้เธออย่าแทรกแซงเรื่องขององค์กร รีบอยู่ให้ห่างจากเวินสือเหนียนซะ”
แล้วเรื่องนี้ไปเกี่ยวอะไรกับเวินสือเหนียนอีก สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ขาของเวินสือเหนียนและโชคชะตาที่ถูกขโมยไป พวกองค์กรเป็นคนทำอย่างนั้นเหรอ
“ถ้าเธอรักษาเวินสือเหนียนจนหาย พวกเขาจะพุ่งเป้ามาที่เธอ”
“เก็บชีวิตดี ๆ ของเธอเอาไว้ให้ฉันฆ่าเถอะ”
ครั้นพูดจบ ฉีหงก็คว้าตัวเฝ่ยชิงรั่วแล้วหายลับไปอย่างรวดเร็ว
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ไล่ตาม แต่กลับพึมพำกับตัวเองว่า “คนคนนี้มาดีหรือมาร้ายกันแน่”
ทั้งที่คิดจะฆ่า แต่กลับเตือนสติเธอ ช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน
ถึงอย่างนั้น ข้อมูลที่ได้จากเขาก็ทำให้เฝ่ยไป๋ลู่ต้องการกลับไปที่บ้านพักตากอากาศบนเขาเพื่อตรวจดูร่างกายเวินสือเหนียนอีกครั้งโดยเร็วที่สุด
วันรุ่งขึ้น
น่าเหว่ยจื้อได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ศพของบรรพบุรุษยังถูกเผาจนหมดสิ้นไปอีก เขาจึงไม่รู้ว่าจะควรดีใจหรือเศร้าใจ
“ยังไงเผาก็ดีกว่า ฝังดินมันยุ่งยาก”
ส่วนเรื่องยุ่งยากที่ว่าก็คงไม่พ้นเรื่องที่ถูกคนอื่นใช้ประโยชน์สินะ
ทันใดปรมาจารย์ฮวงจุ้ยรุ่นเยาว์ที่ดูฮวงซุ้ยให้ตระกูลน่าเมื่อสิบปีก่อนพอได้ยินคำนี้ก็ตัวสั่น ก่อนกล่าวว่า “คุณครับ เมื่อสิบปีก่อน บรรพบุรุษของพวกผมดูฮวงซุ้ยให้ครอบครัวของคุณ ไม่ได้ร่วมมือกับคนอื่นคิดร้ายกับครอบครัวคุณเลยนะ!”
น่าเหว่ยจื้อไม่เชื่อ “แล้วทำไมหลังจากดูฮวงซุ้ยให้ครอบครัวฉันเสร็จ เขาก็เลิกทำอาชีพนี้ไปเลยล่ะ? อีกอย่างครอบครัวคุณอยู่แค่ในเมืองเล็ก ๆ แต่กลับร่ำรวยขนาดนี้!”
ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยรุ่นเยาว์หดคอ เผยให้เห็นโซ่ทองคำเส้นใหญ่ที่ซ่อนไว้ในคอเสื้อ เขาเริ่มใจไม่ดี
ตอนนั้ ตระกูลน่าอาศัยการขายสุราจนตั้งตัวได้ คนทั่วทั้งเมืองต่างก็รู้ว่าพวกเขาร่ำรวย บรรพบุรุษของเขาได้ช่วยย้ายสุสานให้ตระกูลน่า และได้เงินจำนวนมากกลับมา ครอบครัวของพวกเขาทุกคนต่างคิดว่าตระกูลน่าใจกว้าง
ไม่คิดว่าผ่านมาหลายร้อยปี สุดท้ายความจริงก็ถูกเปิดโปง
ตอนนี้เฝ่ยไป๋ลู่สามารถยืนยันได้แล้วว่า องค์กรนั้นเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนว่าทำไมถึงได้เลี้ยงผีดิบในสุสานที่มีอายุหลายร้อยปี และการปลูกเม็ดบัวคืออะไร
กาลเวลายาวนานมาก จนเบาะแสต่าง ๆ ได้อันตรธานหายไปจนหมด
ต่อให้ถามไปมากมาย คนรุ่นหลังก็ตอบไม่ได้สักข้อ
เรื่องนี้จึงได้แต่เก็บไว้ก่อน
เรื่องสำคัญที่สุดของตระกูลน่าได้รับการแก้ไขแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงบูรณะบ้านบรรพบุรุษเท่านั้น เฝ่ยไป๋ลู่ไม่อยากอยู่ต่ออีก จึงมอบหมายเรื่องนี้ให้กานว่างและคนอื่นทำ แล้วแยกทางกับพวกเขา เดินทางออกไปก่อนคนเดียว
“คุณเฝ่ยไป๋ลู่ ทำไมถึงรีบไปล่ะ?” น่าเหว่ยจื้อผิดหวังไม่น้อย เขาเพิ่งจะมองฝีมือคนออกก็ตอนนี้
อาจารย์ทั้งสามที่เขาเชิญมา เทียบไม่ได้เลยกับอาจารย์ที่เชิญมาเพียงเพื่อต้องการชดเชยเรื่องของลูกชายคนที่สอง
นี่เรียกว่าไม่ได้ตั้งใจปลูกต้นหลิว แต่ต้นหลิวกลับงอกงาม*[1] หรือเปล่า?
“นี่ พวกเราก็ไม่ได้ฝีมือน้อยไปกว่าเธอนะ!” เจียงชิงกำหมัด เขากล่าวด้วยความไม่ยินยอม คราวนี้เป็นเฝ่ยไป๋ลู่ที่โดดเด่นกว่าพวกเขาก็จริง แต่อย่าได้ดูถูกพวกเขา!
น่าเหว่ยจื้อพยักหน้าส่ง ๆ “อืม ๆ อาจารย์ คุณก็เก่ง”
เจียงชิงพลันหน้าเจื่อน “…”
เขาจะต้องฝึกวิชาให้เก่งกว่าเฝ่ยไป๋ลู่ให้ได้!
……
“คุณเฝ่ย คุณชายสามได้ยินว่าวันนี้คุณจะกลับมา เขากลัวว่าคุณจะเหนื่อยจากการเดินทาง จึงได้ให้พ่อครัวจัดเตรียมอาหารมื้อใหญ่ไว้ให้คุณโดยเฉพาะ ทั้งยังมีผลไม้ของเสินหนงเจี้ยขนส่งมาทางเครื่องบินด้วยนะครับ…” เจี่ยนต๋าเช่ากำลังขับรถ พูดด้วยน้ำเสียงใจเย็น เพื่อเป็นการเพิ่มความประทับใจในตัวเวินสือเหนียนของเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกอบอุ่นใจจริง ๆ
เมื่อกลับถึงบ้านพักตากอากาศบนเขา หลังจากพักผ่อนแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ก็เล่าข้อมูลที่ฉีหงบอกให้เวินสือเหนียนฟัง
“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไมถึงมีแต่ความโชคร้ายมาหาคุณ” เฝ่ยไป๋ลู่พูดด้วยสายตาเย็นชา “องค์กรนั้นทำเรื่องชั่วช้าไว้มาก จึงใช้ศาสตร์ลึกลับสาปแช่งให้ความโชคร้ายอยู่กับคุณ เพื่อให้คุณรับเคราะห์กรรมแทนพวกเขา”
“เมื่อคุณตาย กรรมจะหมดสิ้น ส่วนพวกมันก็จะลอยนวลในสังคม และหาแพะรับบาปคนต่อไปได้”
ใช้กลวิธีที่ชั่วร้ายแบบนี้หลบเลี่ยงเคราะห์กรรมและการชดใช้ ช่างน่าชิงชังจริง ๆ!
“เป็นอย่างนี้เอง” เวินสือเหนียนยิ้มเย็น “เหมือนจะมีคนไม่น้อยเลยที่อยากให้ผมตาย”
เมื่อนึกถึงที่เวินสือเหนียนเคยเล่าว่าตระกูลเวินมีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันอย่างรุนแรง เฝ่ยไป๋ลู่ก็อดสงสารเขาไม่ได้ “ฉันได้ของวิเศษมาชิ้นหนึ่งโดยบังเอิญ ข้างในมีพลังปราณแปลก ๆ อาจจะสามารถล่อหนอนกู่ในร่างกายคุณออกมาได้”
อาการที่เวินสือเหนียนเดินไม่ได้เป็นเพราะว่าขาทั้งสองข้างของเขาถูกหนอนกู่พิษกัดกิน
หากต้องการแก้ไขปัญหานี้ มีเพียงสองวิธี วิธีแรกคือใช้กำลังขับมันออกไป แต่จะทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนคืนได้ วิธีที่สองคือใช้สิ่งของที่หนอนกู่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ล่อมันออกมา
และสัญชาตญาณก็บอกเธอว่า เม็ดบัวดอกนี้มีผลร้ายแรงต่อหนอนกู่
……
เพียะ!
ใบหน้าของเฝ่ยชิงรั่วมีรอยนิ้วมือสีแดงประทับ “แม่! ตบฉันทำไม!”
เหวินชิงหย่าไม่อาจรักษาท่าทีสงบนิ่งได้อีกต่อไป หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงด้วยโทสะ “อย่าเรียกฉันว่าแม่! ฉันไม่มีลูกสาวไร้ประโยชน์อย่างเธอ!”
“น่าหงเฟยเป็นงานแรกที่ฉันใช้วิญญาณเลือกให้เธอเป็นพิเศษ แต่เธอกลับทำพลาด ฉันสั่งให้เธอไปที่บ้านตระกูลน่า นำของของฉันกลับมา เธอก็ทำไม่ได้อีก!”
“ซ้ำเธอยังทำเรื่องโง่ ๆ! ทำไมถึงเอาของสำคัญขนาดนั้นให้เฝ่ยไป๋ลู่ไป แล้วยังมีหน้ามาภูมิใจอีก เธอมีสมองบ้างไหม”
เฝ่ยชิงรั่วน้ำตาคลอหน่วย
เธอทำเพื่อเอาชีวิตรอด!
ของชิ้นนั้นสำคัญกว่าชีวิตของเธอเหรอ?
เหวินชิงหย่ามองสีหน้าของลูกสาว และรู้ว่าในใจเฝ่ยชิงรั่วกำลังคิดอะไร เธอยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก
[1] ไม่ได้ตั้งใจปลูกต้นหลิว แต่ต้นหลิวกลับงอกงาม : ไม่ได้ตั้งใจทำอะไร แต่ผลลัพธ์กลับออกมาดีเกินคาด