เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 216 หวงต้าเซียนขอแต่งตั้ง
บทที่ 216 หวงต้าเซียนขอแต่งตั้ง
หวงต้าเซียน*[1]ขอแต่งตั้ง?
วิถีเต๋ามีทั้งหมดห้าสิบส่วน สี่สิบเก้าส่วนคือสวรรค์ลิขิตให้เกิด และอีกหนึ่งส่วนมนุษย์เป็นผู้กำหนด
วิถีเต๋ามีความเมตตาต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้เมื่อเหล่าปีศาจ เทพเจ้า และสัตว์วิเศษมีสติปัญญาและบำเพ็ญจนถึงขั้นหนึ่งแล้ว พวกเขาก็สามารถพูดภาษามนุษย์ ทั้งยังจะกลายร่างเป็นมนุษย์ได้
หวงต้าเซียนเป็น ‘เซียนเร่ร่อน’ ซึ่งมีฐานะต่ำต้อย ขณะที่สถานะของมนุษย์ต่ำกว่าบรรดาเซียนทั้งหลาย แต่ก็ถือว่าสูงกว่าเหล่าเซียนเร่ร่อน
มีตำนานเล่าขานกันว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งความยิ่งใหญ่ เหล่าเพียงพอนเหลืองจะแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อขอให้มนุษย์แต่งตั้งชื่อให้
หากมนุษย์กล่าวว่ามันเหมือนมนุษย์ พลังบ่มเพาะของเหล่าเพียงพอนเหลืองจะก้าวไปอีกขั้น มันฉวยโอกาสนั้นขโมยโชคชะตาของมนุษย์มาใช้ พลังบ่มเพาะจะยิ่งพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และจะกลายเป็นเซียนได้ในเร็ววัน
เพียงพอนเหลืองหมายหัวเวินสือเหนียน เพราะชะตาชีวิตของเขาสูงส่งและล้ำเลิศนัก
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่รีบปรากฏตัว แต่รักษาระยะห่างกับเวินสือเหนียนไว้ไม่มากนัก คอยเฝ้าดูเหตุการณ์นี้อยู่เงียบ ๆ
ชายผู้นี้มีบุคลิกสุขุม เยือกเย็น เก็บความรู้สึก และวางตัวสง่างาม เขาไม่ได้กล่าวคำใดออกมา
เพียงพอนเหลืองก็ไม่รีบร้อน มันถามซ้ำไปซ้ำมาพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณว่าผมเหมือนมนุษย์หรือยัง?”
เห็นเวินสือเหนียนยังไม่ทำอะไร มันจึงพูดต่อว่า “คุณมีพลังชั่วร้าย ไม่สู้คุณช่วยผมเถอะ ช่วยผมก็เหมือนช่วยตัวคุณเอง เมื่อผมบรรลุผลแล้ว จะตอบแทนเรื่องในวันนี้ให้คุณแน่นอน”
เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะในลำคอ
เพียงพอนเหลืองพูดเลียนแบบภาษาคน แปลงกายเป็นคน ทั้งยังมาขอโชคชะตาของคนอีกต่างหาก
การที่มันจะตอบแทน ก็เพราะมันมีเหตุผลที่ต้องทำ ถ้าไม่ทำให้สำเร็จ มันก็จะฝึกฝนต่อไปได้ลำบาก
อีกทั้งถ้าโชคชะตาของคนถูกยืมไปจะมีเรื่องดีอะไรเกิดขึ้นได้ก็จริง แต่ถ้าเพียงพอนเหลืองทำชั่วจนเกิดเรื่องร้าย ผลกรรมของมันจะกลับมาเล่นงานคนที่เป็นเจ้าของโชคชะตา ตอนนี้เวินสือเหนียนเองก็ลำบากอยู่แล้ว ถ้าโดนผลกรรมเข้าไปอีก เขาก็คงอยู่ไม่ได้แน่
แต่ถ้ามันทำสำเร็จ แค่การตอบแทนเล็กน้อยของเพียงพอนเหลือง ก็จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่ยอดเยี่ยม
กลอุบายเพื่อหวังผลกำไรแบบนี้ ช่างแนบเนียนจริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่มองเวินสือเหนียน เธออยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไร
“ช่วยนายงั้นเหรอ?” เวินสือเหนียนยิ้มเล็กน้อย เขายื่นมือออกไป ลูกประคำที่ทำจากไม้โพธิ์สิบแปดเม็ดปรากฏขึ้นมา “มองมันสิ แล้วถามฉันอีกครั้ง ฉันจะช่วยนายสร้างร่างกายมนุษย์”
ถ้าอย่างนั้นเขาก็ถูกหลอกแล้วสินะ! เพียงพอนเหลืองหัวเราะเยาะพลางพยักหน้าอย่างเย้ยหยัน
มันตั้งใจมอง ลูกประคำมีแสงวูบวาบเล็กน้อย ทันใดบนลูกประคำจะมีหน้าผีโผล่ออกมากะทันหัน หน้าผีนั้นหัวเราะเยาะน่าขนลุก เหมือนกับกำลังจะเขมือบมันเข้าไป
ความรู้สึกถึงอันตรายที่รุนแรงทำให้เพียงพอนเหลืองลืมคำพูดของตัวเองไปชั่วขณะ
ครั้นมีเสียง ‘ฟู่!’ ดังออกมา
เพียงพอนเหลืองตกใจจนคืนร่างกลับเป็นสัตว์
ขนทั้งตัวของมันตั้งชัน ขาสี่ข้างสั่นระริกไม่หยุด
ดวงตาโตเท่าเม็ดถั่วดำจ้องมองเวินสือเหนียนอย่างตกใจสุดขีด
“บนตัวแกไม่มีพลังบ่มเพาะชัด ๆ แล้วทำไม ทำไม…”
มันพูดประโยคที่เหลือไม่ออก และดูจะหวาดกลัวลูกประคำในมือของเวินสือเหนียนไม่น้อย
“นายคิดว่าทำไมฉันถึงยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ได้ล่ะ?” เวินสือเหนียนจ้องมองดวงตาสีเทาของมันโดยไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกใด ๆ ราวกับกำลังมองสิ่งของที่ไร้ชีวิต
ถ้าไม่มีความสามารถในการป้องกันตัวบ้าง เขาคงตายตั้งแต่ตอนคลอดแล้ว
ตายด้วยน้ำมือคนที่หมายจะแย่งชิงโชคชะตาของเขา ตายเพราะเหล่าปีศาจอสูรร้าย และตายเพราะพลังชั่วร้ายอันมหาศาลที่ก่อตัวขึ้น
เมื่อถูกมองด้วยดวงตาสีดำขลับ เพียงพอนเหลืองตัวนั้นก็สั่นเทา เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหนีบหางหนีไป
และเพราะมันรีบหนีโดยไม่ทันดูทางให้ดีจึงพุ่งชนกับเท้าของเฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่หิ้วคอเพียงพอนเหลืองขึ้นมา
“มนุษย์เจ้าเล่ห์!” ยังซ่อนผู้หญิงเอาไว้ด้วย! เพียงพอนเหลืองรู้สึกเหมือนถูกบีบคออยู่ มันดิ้นทุรนทุรายแต่ก็ไม่สามารถหลุดจากการควบคุมของผู้หญิงคนนี้ได้
“คุณมาแล้ว” เวินสือเหนียนเก็บลูกประคำไว้ที่ข้อมือ แล้วใช้แขนเสื้อนอกปิดไว้
เขาไม่ได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของเฝ่ยไป๋ลู่ ราวกับว่าเขาสังเกตเห็นเธอตั้งนานแล้ว
“อยู่เฉย ๆ แล้วมันเบื่อ ฉันเลยเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ไม่คิดว่าจะเจอคุณ” เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายเพียงพอนเหลืองในมือไปมา แล้วถามมันอย่างเอาเรื่อง “ใครส่งนายมา?”
เธอเห็นชัดเจนว่าเพียงพอนเหลืองตัวนี้เปื้อนเลือดมนุษย์
เกรงว่าก่อนหน้านี้คงเคยขอการแต่งตั้งจากผู้คนแล้ว แต่หลังจากถูกปฏิเสธ จึงเกิดความคิดที่จะแก้แค้น จนทำให้ผู้คนล้มตายไป
สรุปแล้ว มันไม่ใช่หวงต้าเซียนนิสัยดีแน่ ๆ
“เธอเป็นใคร ถึงได้มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับฉัน!” เพียงพอนเหลืองถ่มน้ำลายใส่ สีหน้าที่เคยหวาดกลัว กลับกลายเป็นความดุร้าย ยกอุ้งเท้าขึ้นทำท่าจะทิ่มไปที่ดวงตาของหญิงสาว!
เฝ่ยไป๋ลู่เหมือนหยิบแครอทได้หนึ่งหัว จับอุ้งเท้าของมันอย่างง่ายดาย และบิดแรง ๆ ไปหนึ่งที
เกิดเสียงดังกร๊อบของกระดูกหัก
เวินสือเหนียนได้ยินเสียงนั้น แขนก็เย็นวาบขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
เพียงพอนเหลืองกรีดร้อง เสียงอ่อนลงพร้อมร้องขอความเมตตาทันที “ฉันผิดไปแล้ว! ฉันจะพูดแล้ว ฉันจะบอกทุกอย่าง!”
“เดิมทีฉันฝึกฝนอยู่ที่อื่น แต่มีคนจับฉันมาที่นี่ บอกให้ฉันตามหาชายที่มีโชคชะตาสูงส่งเพื่อขอการแต่งตั้ง” เพียงพอนเหลืองก็รู้สึกแย่อยู่เหมือนกัน
แต่มีอย่างที่ไหน ชายคนนั้นกลับไม่ใช่คนธรรมดา ซ้ำยังมีหญิงสาวที่เก่งกาจยิ่งกว่าโผล่ออกมาอีก
ดูท่าว่าจะมีคนจงใจทำเรื่องขึ้นมาแน่ ๆ เฝ่ยไป๋ลู่รู้ทัน จึงถามต่อว่า “แล้วคนคนนั้นคือใคร? หน้าตาเป็นยังไง?”
เพียงพอนเหลือง “คนที่จับฉันมาเป็นผู้หญิง ก่อนเธอจะโยนฉันมาที่นี่ ฉันแอบได้ยินเธอคุยกับผู้ชายวัยกลางคน”
ผู้หญิงก็คงจะเป็นธิดาดอกบัวที่เธอเจอบนเขาเทียนเหลียง
ส่วนผู้ชายวัยกลางคน…
เฝ่ยไป๋ลู่หันไปมองเวินสือเหนียน
เวินสือเหนียนยิ้มเยาะ “ลุงของผมช่างไม่ยอมแพ้จริง ๆ”
หากเหล่าเพียงพอนเหลืองได้รับการแต่งตั้งแล้ว พวกเขาก็สามารถใช้มันทำร้ายเขาได้
ไม่แปลกใจเลยที่มันจะล่อลวงให้เขามาที่นี่เพียงลำพัง
“ฉันพูดทุกอย่างที่รู้แล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ” สายตาของเพียงพอนเหลืองมองไปรอบ ๆ
“ถ้านายสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำไป และไถ่บาปให้ตัวเองด้วยการเลิกใช้วิธีต้องห้ามในการฝึก ไม่แน่ว่านายอาจจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่หากยังดื้อดึง ไม่สำนึกผิด การทำร้ายคนอื่นก็เหมือนทำร้ายตนเอง ถ้าฉันได้เจอนายอีก ฉันจะไม่ปล่อยนายแน่” เอ่ยเสร็จเฝ่ยไป๋ลู่ก็ปล่อยมันไป
ดวงตาเพียงพอนเหลืองหดลงเล็กน้อย ราวกับว่ามีพลังบางอย่างทำให้มันจดจำคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ไว้ในใจ หากคิดจะทำผิดอีก คงจะไม่มีโอกาสให้กลับตัวกลับใจไปตลอดกาล
มันมองทั้งสองคนอย่างพินิจ ก่อนจะหายลับไปในพุ่มไม้ราวกับสายลม
หมอกขาวจางหายไปสิ้น แสงสว่างจึงสาดส่อง
เจี่ยนต๋าเช่าวิ่งเข้ามาใกล้ ๆ “คุณชายสาม คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ก่อนหน้านี้เขาเดินตามติดเวินสือเหนียน แต่ไม่รู้มีลมพัดมาจากไหน หอบเอาหมอกสีขาวเข้าปกคลุมไปทั่วทิวเขา จนแทบมองอะไรไม่เห็น
ทันใดนั้น รอบตัวก็เหลือเพียงเฒ่าจิ้งจอกอย่างเวินเจี้ยนหยวน คุณชายสามเวินหายไปเสียแล้ว
ความร้อนใจแทบทำให้เลขาหนุ่มคว้าตัวเวินเจี้ยนหยวนมาสอบถามเสียให้ได้ว่าเขาทำอะไรกับเวินสือเหนียน
ไม่นานเวินเจี้ยนหยวนก็เดินตามมาด้วยท่าทีใจเย็น
แล้วรอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อเมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
เขาไม่ได้สั่งให้เวินเหวินเต๋อคอยขัดขวางเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ให้เคลื่อนไหวแล้วหรือ?
เวินเหวินเต๋อทำบ้าอะไรอยู่!
ครั้นลองหันซ้ายแลขวาก็ไม่เห็นเงาเพียงพอนเหลือง เวินเจี้ยนหยวนจึงคิดว่าแผนการคงไม่สำเร็จแล้ว
แต่แล้วเฝ่ยไป๋ลู่ก็ยิ้มให้เขาเล็กน้อย “บังเอิญจัง”
เวินเจี้ยนหยวนโกรธจนแทบกัดฟันกรามหัก
[1] หวงต้าเซียน คือ เทพเจ้าหรือเซียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศจีน