เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 235 เธอทำลายแผนของฉัน!
บทที่ 235 เธอทำลายแผนของฉัน!
เฝ่ยชิงรั่วพยายามซ่อนตัวแล้วค่อย ๆ เข้าไปใกล้
เวินสือเหนียนเหลือบตามองเล็กน้อย จากนั้นก็ละสายตาไปอย่างไม่แยแส ก่อนมองคนตรงข้าม
เวินเจี้ยนหยวนในขณะนี้ดูอิดโรย
เดิมทีโครงการบนเกาะเผิงไหลน่าจะดำเนินกิจการได้ตามปกติ แต่หลังเวินสือเหนียนลงจากเขาได้สำเร็จในวันนั้น เกาะเผิงไหลก็ประสบเคราะห์กรรม มีข่าวเชิงลบต่าง ๆ ตามมา
จนทำให้ไม่มีใครมาที่เกาะเผิงไหลอีก เงินที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้แทบไม่ได้กำไรคืนทุน และยังต้องใช้จ่ายจำนวนมหาศาลเพื่อรักษาสภาพเดิมเอาไว้
ไม่ว่าจะมีเงินมากขนาดไหนก็ไม่สามารถรับมือกับการใช้จ่ายขนาดนี้ได้
และทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นเพราะมีเวินสือเหนียนแก้แค้นอยู่เบื้องหลัง
สีหน้าของเวินเจี้ยนหยวนบึ้งตึง “ฉันไม่คิดว่าเธอยังจะกล้ามา”
เวินสือเหนียนนับลูกประคำอย่างสบายใจ “ทำไมผมจะไม่กล้ามา?”
เวินเจี้ยนหยวนพูดไม่ออก
ใช่ บางเรื่องพวกเขาต่างก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่มีใครฉีกหน้ากันด้วยการนำมันมาพูดตรง ๆ
แต่ตราบใดที่เขาไม่ยอมรับ เวินสือเหนียนก็ทำอะไรเขาไม่ได้
เวินเจี้ยนหยวนยิ้มเสแสร้ง “หลานชาย เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นเรื่องไม่คาดฝันจริง ๆ ดูสิ เธอก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ ช่วยลืมเรื่องนี้ไปไม่ได้หรือ ธุรกิจของลุงเธอยังต้องดำเนินต่อไป การตัดหนทางทำมาหากินของคนอื่นก็เหมือนกับการฆ่าพ่อแม่ของเขา เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องไปบอกพ่อของเธอหรอกนะ”
เวินสือเหนียนไม่ได้มาวันนี้เพื่อฟังเขาพร่ำบ่นเรื่องไร้สาระเหล่านี้
อีกฝ่ายอยากให้เกาะเผิงไหลกลับมาคึกคักเหมือนเดิมใช่ไหม
แต่ว่าทุกอย่างย่อมต้องมีข้อแม้
ดวงตาของเขาเย็นชา “บอกมาให้ชัดว่าคุณร่วมมือกับใครในการวางแผนขโมยชะตาชีวิตของผม แล้วผมจะปล่อยคุณไป”
เพล้ง!
เสียงถ้วยชาราคาแพงร่วงจากมือตกแตกเป็นเสี่ยง ๆ
เวินเจี้ยนหยวนตกใจจนหัวใจแทบหลุดออกมา เขาไม่คาดคิดเลยว่าเวินสือเหนียนจะตามสืบมาถึงขั้นนี้ ซ้ำยังพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้ได้
ห้ามยอมรับเด็ดขาด!
ต้องห้ามยอมรับเด็ดขาด!
“ฉัน ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร…” เวินเจี้ยนหยวนลุกขึ้นเตรียมจะหนี
แต่จู่ ๆ ก็มีมือมาวางบนบ่าเขา
ทันใดนั้นก็ราวกับมีภูเขาหนักอึ้งทับลงมา เวินเจี้ยนหยวนเกือบจะทรุดลงนั่งอยู่กับพื้น
เสียงของชายหนุ่มฟังเย็นยะเยือก “คุณจะไปไหน คุณยังพูดไม่จบ”
เวินสือเหนียนที่เหมือนคนป่วยหนักคนหนึ่ง กลับแข็งแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันช่างน่ากลัว… เวินเจี้ยนหยวนรีบนั่งลงบนเก้าอี้ เขาขนลุกซู่ ดวงตาสั่นระริก “เธอ เธอ…”
เขาอ้ำอึ้งอยู่นาน แต่ก็ยังไม่สามารถเอ่ยคำต่อไปได้
“ผมให้คุณเลือกสองทาง หนึ่งคือสารภาพ สองคือตาย” ดวงตาดำขลับของเวินสือเหนียนจ้องมองอีกฝ่าย
ชั่วพริบตานั้น บรรยากาศโดยรอบพลันเย็นเฉียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง!
เวินเจี้ยนหยวนสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร
เวินสือเหนียนคิดจะฆ่าเขาจริง ๆ!
เมื่อตระหนักได้ เขาก็รู้สึกหงุดหงิดใจ
เวินเจี้ยนหยวนเลิกเสแสร้งทันที ก่อนจะกล่าวว่า “หลานชาย เรื่องนี้ฉันบอกไม่ได้จริง ๆ ถ้าบอกคนพวกนั้นจะต้องฆ่าฉันตายแน่ ๆ! บอกได้แค่ว่าฉันไม่ใช่ตัวการใหญ่ บทบาทของฉันเล็กน้อยมาก ถ้าอยากจะโทษก็อย่าโทษฉันคนเดียวเลย เธอเป็นคนเก่งกาจ ฉันเชื่อว่าเธอสามารถสืบหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังได้เอง เธอก็ปล่อยลุงใหญ่คนนี้ไปเถอะ!”
ในขณะที่เวินสือเหนียนเฝ้ารอปฏิกิริยาของเวินเจี้ยนหยวนอย่างสบายใจ
เสียงลูกประคำหมุนเสียดสีกัน
เสียงนั้นแฝงไว้ด้วยพลังกดดันอันยิ่งใหญ่
เม็ดโพธิ์สิบแปดเม็ด เมื่อหมุนครบหนึ่งรอบก็ถึงเวลาที่เวินสือเหนียนให้เขาได้พิจารณาตัวเอง
เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเวินเจี้ยนหยวน
พอมองเวินสือเหนียนก็รู้ว่าอีกฝ่ายเตรียมตัวมาพร้อมแล้วแน่ ๆ
เขาไม่อาจมองทะลุความคิดของเวินสือเหนียน อีกทั้งไม่กล้าเสี่ยงคาดเดากับจิตสำนึกของอีกฝ่าย
“ฉันจะบอก!” ร่างกายของเวินเจี้ยนหยวนทรุดลงไป พร้อมกล่าวด้วยความสิ้นหวัง “ฉันไม่รู้จักคนพวกนั้น พวกเขาปรากฏตัวในวันที่เธอเกิด พวกเขาให้ฉันขโมยดวงแปดตัวอักษรของเธอไป”
เวินสือเหนียนมีดวงชะตาดีเยี่ยมจนเป็นที่อิจฉา
ตัวเขาเองก็อยากลิ้มรสโชคชะตาอันยอดเยี่ยมของเวินสือเหนียนเหมือนกัน
ดังนั้นพวกเขาจึงร่วมมือกันลงมือ
นอกเหนือจากการขโมยดวงแปดตัวอักษรแล้ว เขายังคอยส่งข้อมูลสภาพร่างกายของเวินสือ เหนียนให้กับกลุ่มคนเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขาจัดการกับเวินสือเหนียนได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย
เวินสือเหนียนเยาะเย้ย “คุณบอกว่าไม่รู้จักกลุ่มคนเหล่านั้น แล้วสนิทสนมกับเหวินชิงหย่าได้ยังไง”
‘หมอนี่รู้แม้กระทั่งฐานะของเหวินชิงหย่า!’ เวินเจี้ยนหยวนไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าเวินสือเหนียนมีข้อมูลปิดบังไว้มากเพียงใด จึงได้ทบทวนคำพูดอย่างรอบคอบและเอ่ยว่า “เหวินชิงหย่าเป็นเพียงหุ่นเชิดของพวกเขา หล่อนมีหน้าที่รับผิดชอบงานในเมืองเจียงแห่งนี้ เพราะเธออยู่ที่เมืองเจียง ฉันถึงติดต่อเธอไป”
เวินสือเหนียนถามต่อ “แล้วในเมืองหลวง คุณติดต่อกับใคร”
“เป็นคนใกล้ตัวของเธอ…” เหมือนกับว่าเขาไปแตะต้องความลับเข้า จึงทำให้สีหน้าของเวินเจี้ยนหยวนซีดเผือด ดวงตากลิ้งกลอก จากนั้นก็สิ้นสติไป
“น่าเสียดาย อีกนิดเดียวแท้ ๆ” เวินสือเหนียนก้มมองเวินเจี้ยนหยวนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาจึงรู้ดีว่าอีกฝ่ายถูกควบคุมร่างกายแล้ว แม้ปลุกให้ตื่นก็คงจะไม่ได้รู้เรื่องราวอะไร
ลูกประคำกลับมาที่ข้อมือชายหนุ่มทันที
บรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวเลือนหายไป
เฝ่ยชิงรั่วนั่งจนขาชาไปแล้ว เธอพยายามตั้งใจฟังอย่างสุดความสามารถ แต่กลับฟังไม่เข้าใจเลย
เธอเห็นเวินสือเหนียนนั่งรถเข็นจากไปเพียงลำพังจึงรีบตามเขาไปทันที
“คุณชายสามเวิน บังเอิญจริง ๆ คุณเพิ่งมาพักฟื้นที่นี่เหมือนกันเหรอ ฉันชื่อชิงรั่ว เป็นลูกสาวของตระกูลเฝ่ย เราเคยเจอกันแล้ว คุณจำได้ไหมคะ”
ริมฝีปากบางของเวินสือเหนียนเผยรอยยิ้ม “ผมจำคุณได้”
เธอมีความหวังแล้ว! ดวงตาคู่งามของเฝ่ยชิงรั่วมีประกายแวววาว
เธอเอ่ยอย่างห่วงใย “คุณชายสาม คุณเดินทางไปไหนมาไหนตามลำพังคงไม่สะดวก คุณจะไปที่ไหนคะ ฉันจะเข็นรถคุณไปส่งเอง”
“ไม่เป็นไร ขอบคุณ” เวินสือเหนียนมีท่าทีอ่อนโยน เขาพยักหน้าให้เฝ่ยชิงรั่วแล้วจากไป
เฝ่ยชิงรั่วมองตามหลังเขา พลางคิดในใจว่าคุณชายสามเวินไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คนลือกันสักหน่อย หรือว่าเสน่ห์ของเธอนั้นมากมายเกินไป
เฝ่ยชิงรั่วเหลือบตามอง ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปหาเหวินชิงหย่า
“แม่ อาจารย์หลินมีของอย่างหนึ่งชื่อว่ากู่กินหัวใจที่สามารถควบคุมคนได้ ที่นี่มีหรือเปล่า”
เหวินชิงหย่าวางมือบนหมอนหยกบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเลิกคิ้วถาม “แกต้องการมันไปทำอะไร?”
“ฉันเพิ่งได้เจอกับคุณชายสามเวิน และคุยกับเขาเล็กน้อย เขาดูจะประทับใจฉันไม่น้อย ฉันจึงอยากเข้าใกล้เขา แล้วให้กินกู่กินหัวใจเพื่อให้เขาเป็นของเราในอนาคต!” เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เธอก็จะมีที่พึ่งที่ยิ่งใหญ่ และยังเป็นที่พึ่งของเฝ่ยไป๋ลู่อีกด้วย!
ใบหน้าของเฝ่ยชิงรั่วแดงระเรื่อ ดวงตาเป็นประกายขณะที่กล่าวด้วยความตื่นเต้น
เวินสือเหนียน!
หลังเหวินชิงหย่าได้ยินชื่อนี้ เธอก็อดนึกถึงตราประทับที่ถูกชิงไปไม่ได้ หัวใจพลันรู้สึกรวดร้าว
เมื่อฟังคำพูดทั้งหมดของเฝ่ยชิงรั่ว เธอก็ตกใจจนไม่สนใจภาพลักษณ์อีก รีบเดินเท้าเปล่าไปตรงหน้าเฝ่ยชิงรั่ว ก่อนจะยกมือฟาดหน้าของลูกสาวอย่างแรง
เพียะ!
แล้วตามมาด้วยเสียงตะคอกของเหวินชิงหย่า
“ใครอนุญาตให้แกเดินเตร่ไปทั่ว ใครอนุญาตให้แกเข้าไปหาเวินสือเหนียน แกอยากจะทำให้ฉันตายหรือยังไง!”
เวินสือเหนียนต้องรู้แน่ว่าเธอกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่นี่!
นั่นหมายความว่าเฝ่ยไป๋ลู่ก็คงรู้เช่นกัน!
ทั้งสองคนนี้ไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่!
ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเฝ่ยชิงรั่วบวมเป่ง ดวงตาของเธอสับสน “แม่ แม่ตบฉันทำไม”
“แกทำลายเรื่องดี ๆ ของฉัน! ถ้าฉันจะตายอยู่ที่นี่ แกก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่ดีเลย!” เหวินชิงหย่าหน้าบิดเบี้ยว ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูด
เธอรู้สึกคิดผิดเป็นอย่างมากที่ต้องพานางโง่คนนี้มาด้วย!
แต่ช่างเถอะ ตอนนี้เธอต้องรีบออกจากที่นี่ก่อน!
สีหน้าเหวินชิงหย่าเย็นชาและผลักประตูออกไป
แต่แล้วหล่อนก็เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ที่ตัวเบาราวกับนกกระจอกน้อย กระโดดลงมาจากหลังคา ปลายเท้าแตะพื้นอย่างแผ่วเบา
ดวงตาของเธอเปล่งประกายเหมือนดวงดาว ริมฝีปากแดงระเรื่อยิ้มโค้งขึ้น “โอ้ คุณจะไปไหนน่ะ”
ไม่นาน บนระเบียงทางเดินไม่ไกลนั้น เวินสือเหนียนก็ปรากฏกายออกมาอีกคน