เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 25 เวินสือเหนียน
บทที่ 25 เวินสือเหนียน
เมื่อทั้งสองคนเพิ่มเพื่อนกันในวีแชตแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ก็เข้าประเด็นทันที [คุณพูดมาตรง ๆ เลยว่าเคยฆ่าคนหรือเปล่าคะ?]
เวินสือเหนียนมองขาที่พิการทั้งสองข้างของตัวเอง แล้วตอบกลับอย่างไร้ทางเลือกว่า [ไม่เคย ผมอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ด้วยกลัวว่าผมจะตายไว คนในครอบครัวจึงหมั่นทำความดีและสะสมบุญแทนผม ทำให้ผมมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ อีกอย่างผมเดินก็ไม่ถนัด แล้วจะลงมือฆ่าคนได้ยังไง?]
ยิ่งไปกว่านั้น… ถ้าต้องการแก้แค้นใครสักคน การฆ่าย่อมเป็นวิธีการที่โง่ที่สุด
ถ้าล่วงเกินเขา เขาก็มีหลายวิธีที่จะทรมานคนคนนั้น ไม่จำเป็นต้องทำให้ถึงฆาต
มือของเวินสือเหนียนถือลูกประคำ ขยับมันเงียบ ๆ ดวงตาลึกล้ำไม่เศร้าไม่สุข เหมือนหุบเหวลึกที่ไร้ก้นเหว ซึ่งดูเหมือนจะไม่สามารถเกิดคลื่นลมใด ๆ ได้
เลขาที่อยู่ข้าง ๆ ใจสั่น เขาก้มหน้าลงแล้วรีบหยิบเอกสารออกมาจากห้องผู้ป่วย
หลังออกมาจากห้องผู้ป่วยก็พบว่าด้านหลังของตัวเองมีเหงื่อออกท่วมจนรู้สึกหนาวเย็น
เด็กที่เกิดมาสุขภาพไม่ดี มีพ่อแม่บางคนที่กลัวลูกจะตายเร็ว จึงพยายามสะสมคุณธรรมความดีอย่างหนัก ด้วยหวังว่าจะช่วยสะสมบุญบารมีให้กับลูก ทำให้พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น
งานการกุศลของครอบครัวเวินกระจายไปทั่วทั้งประเทศ เฝ่ยไป๋ลู่เองก็เคยได้ยินเกี่ยวกับโครงการเหล่านั้น ดูเหมือนว่าสิ่งที่คนแซ่เวินคนนี้พูดจะน่าเชื่อถือ
ในเมื่อไม่ใช่คนเลวทราม ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงได้มีพลังความตายที่รุนแรงปกคลุมร่างเขาอยู่ล่ะ?
เป็นไปได้ไหมว่าถูกยืมโชคด้วยเช่นกัน?
มีการยืมโชคจำนวนมากเกิดขึ้นพร้อมกัน คนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เฝ่ยไป๋ลู่เม้มริมฝีปากแล้วส่งข้อความไปว่า [ขอทราบดวงชะตาวันเกิดคุณหน่อยค่ะ]
ในเมื่อเธอมองไม่เห็นโหงวเฮ้ง งั้นก็ทำนายจากดวงแปดตัวอักษร*[1] เอาละกัน
เธอทำนายได้ชัดเจนตลอดว่าเกิดอะไรขึ้น!
ครอบครัวเวินกลัวว่าเวินสือเหนียนจะอายุสั้น จึงจ้างซินแสฮวงจุ้ยไว้จำนวนมาก
เวินสือเหนียนไม่เชื่อเรื่องผี เทพเจ้า และฮวงจุ้ย แต่เขาก็ได้พบกับซินแสฮวงจุ้ยมากมาย ทั้งผู้ร่ายรำเทพเจ้า ร่างทรง ผู้ปฏิบัติธรรม ผู้ทำนายดวง… อาจารย์ทุกคนพยายามทำอย่างดีที่สุด แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขารู้สึกอะไรได้เลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์เหล่านั้นที่มองดูจากลักษณะภายนอกแล้วราวกับเทพเทวดา แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความปรารถนาอันโสมม ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย
จนกระทั่งเขาคลิกเข้าไปดูในห้องถ่ายทอดสดของเฝ่ยไป๋ลู่โดยไม่ได้ตั้งใจ ทันทีที่เขาได้เห็นดวงตาที่สงบราวกับทะเลสาบคู่นั้น และความสามารถในการมองเห็นโชคชะตาผ่านโหงวเฮ้งบนหน้า ในใจของเขาก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ‘คนคนนี้พิเศษมาก’
เขาป่วยหนักมาเป็นเวลานาน ขาเดินไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากมากเพียงใด ทว่าจิตใจก็ได้รับการขัดเกลาจนสงบและมั่นคง กระทั่งตอนที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดตรง ๆ ว่าไม่ช่วย สภาพจิตใจที่ราวกับน้ำนิ่งก็เกิดคลื่น ซึ่งสิ่งนี้ก็คือ ‘ความปรารถนาแห่งชีวิต’
ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมเฝ่ยไป่ลู่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของเขาได้ แต่เวินสือเหนียนไม่อาจพลาดโอกาสนี้ เขาจึงส่งดวงชะตาวันเกิดให้ไป
ใครก็ตามที่เคยรู้เรื่องอภิปรัชญาหรือสิ่งลี้ลับต่างก็รู้ว่าดวงชะตาวันเกิดไม่ควรบอกใครสุ่มสี่สุ่มห้า เวินสือเหนียนทำเช่นนี้เพื่อบอกเฝ่ยไป๋ลู่ว่า เขาเชื่อเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่อ่านดวงชะตาวันเกิดของเวินสือเหนียนแล้วก็แสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
องค์ประกอบทั้งห้าของคำว่า ‘เวลา’ คือทอง มีดวงอาทิตย์อยู่ด้านหน้า ช่วงเวลาคือหนึ่งนิ้ว หมายความว่า เป็นช่วงเวลาที่ถูกต้อง ถูกที่ ถูกคน และโชคลาภนั้นดี
องค์ประกอบทั้งห้าของคำว่า ‘ปี’ คือไฟ ความหมายตามตัวอักษร หมายถึงระยะเวลาหนึ่งรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า ‘เวลา’
ทั้งสองคำล้วนหมายถึงการมีอายุยืนยาว ประสบความสำเร็จ จิตใจมั่นคงเที่ยงตรง ดุจดั่งดวงอาทิตย์ วิญญาณร้ายไม่กล้ำกราย
ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเวินสือเหนียนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย ดวงชะตาจะต้องแย่มาก แต่ดวงแปดตัวอักษรของเขาแสดงให้เห็นว่าดวงชะตาล้ำค่าเกินจะเอ่ย ชายหนุ่มมีดวงชะตาดีที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเห็นมาเลย
สิ่งที่ปรากฏออกมาอย่างแตกต่างสุดขั้วทั้งสองอย่างนั้น มันคล้ายกับสถานการณ์ที่เฉินซีถูกยืมโชคมาก!
นอกจากนี้เมื่อมองดูพลังงานแห่งความตายบนตัวเวินสือเหนียนตอนนี้ เฝ่ยไป๋ลู่ก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ การฆ่าคนหนึ่งหรือสองคนไม่สามารถก่อให้เกิดพลังงานแห่งความตายที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ นี่มันเหมือนกับเขาได้สังหารหมู่คนในเมืองนับแสนจึงถูกพลังงานแห่งความตายครอบงำขนาดนี้
แต่เมื่อคิดดูเรื่องนี้ก็เป็นไปไม่ได้ ในยุคใหม่ที่มีการป้องกันแน่นหนา ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการฆ่าคนนับแสนคนเลย แค่ฆ่าคนเพียงคนเดียวก็จะถูกสังเกตเห็นและถูกจับแล้ว
ดังนั้นพลังงานแห่งความตายบนตัวเวินสือเหนียนน่าจะไม่ใช่ของตัวเขาเอง!
เวินสือเหนียนเห็นเธอไม่ตอบอะไรกลับมาเป็นเวลานาน เลยถามไปว่า [คุณเฝ่ยเห็นอะไรหรือเปล่า?]
เฝ่ยไป๋ลู่ก็ไม่รู้ว่าควรสงสารที่เขาเป็นตัวพาหะให้คนอื่นยืมโชค หรือควรสงสารที่เขากลายเป็นภาชนะแห่งความตายดี
‘เห็นอะไรงั้นเหรอ? เห็นว่าคุณกลายเป็นแพะรับบาปของใครบางคนยังไงละ’ เธอก่นด่าในใจ แล้วบอกเวินสือเหนียนถึงการคาดเดาเกี่ยวกับเรื่องยืมโชค [คุณสามารถเช็กดูได้ไหมว่าใครรู้ดวงชะตาวันเกิดของคุณบ้าง เพราะเป็นไปได้ว่ามีคนยืมโชคของคุณจากดวงชะตาวันเกิด]
ดวงชะตาของเวินสือเหนียนเลอค่าจนเกินจะเอ่ย เป็นไปได้ว่ามีคนเห็นดวงชะตาวันเกิดของเขาแล้วจึงอยากเอามาเป็นของตัวเอง
โดนยืมโชคงั้นเหรอ? ดวงตาสีดำของเวินสือเหนียนเข้มขึ้นราวกับหมึก นอกเหนือจากสมาชิกในครอบครัวแล้ว ก็มีเพียงท่านอาจารย์ที่ถูกเชิญมาเท่านั้นที่รู้ดวงชะตาวันเกิดของเขา ขอบเขตการตรวจสอบก็แคบลงมามาก…
[ขอบคุณคุณเฝ่ยมาก ไม่ทราบว่าผมต้องจ่ายเงินเท่าไหร่?]
เฝ่ยไป๋ลู่กลัวว่าเศรษฐีมีเงินจะฟาดหน้าเธอด้วยเงินสิบล้าน จึงส่งรหัสชำระเงินไปให้ แล้วตอบไปว่า [สามพัน]
พอได้เงินแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ก็ไม่สนใจจะคุยกับเขาอีก [ถ้าต้องการเรียกคืนโชคที่ถูกแอบขโมยไป คุณต้องหาให้ได้ว่าอีกฝ่ายคือใคร ทำลายค่ายกลของฝ่ายตรงข้าม ในเวลาเดียวกันก็สะสมความดีและคุณธรรม ใช้บุญและพลังงานชีวิตยืดอายุขัยของตัวเองซะ]
เทียบกันแล้ว อย่างแรกทำง่าย อย่างหลังทำยาก บุญและพลังชีวิตไม่ใช่สิ่งที่จะได้รับโดยง่ายขนาดนั้น
ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือทำลายค่ายกลการยืมโชค เวินสือเหนียนถึงจะมีแสงแห่งความหวัง
[ขอบคุณมาก] หลังจากขอบคุณอีกครั้ง ก็วางโทรศัพท์ลง เวินสือเหนียนมีสีหน้านิ่งขรึมขึ้น
ที่ผ่านมามีแต่เขาที่วางแผนร้ายกับคนอื่น ไม่เคยถูกคนวางแผนร้ายใส่เช่นนี้มาก่อน
ผู้นำตระกูลเวินร่างกายอ่อนแอเดินไม่ได้ แต่ไม่มีใครกล้าดูถูกเขา เพราะเวินสือเหนียนโหดเหี้ยม ความคิดลึกซึ้ง เขาสร้างเวินกรุ๊ปด้วยความสามารถของตัวเอง ดังนั้นคนที่ล่วงเกินเขาก็ยากจะอยู่รอดได้ในทุกสาขาอาชีพ
เขาอยู่ในอันดับสามของครอบครัวเวิน ไม่ว่าคนในครอบครัวจะอาวุโสแค่ไหนล้วนแต่เรียกเขาว่าคุณชายสามเวิน
คำเรียกอันยกย่องนี้ สามารถแสดงให้เห็นว่าอำนาจของเขาแข็งแกร่งเพียงใด
ยืมโชคงั้นเหรอ? เขาอ่อนแอแต่เด็ก และได้รับการยืนยันว่าจะอยู่ได้ไม่เกินสามสิบ โชคเขาถูกคนยืมไปตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่า?
ต้องการเอาโชคเขาไป ทำให้เขาเป็นแพะรับบาปงั้นเหรอ?
ริมฝีปากสีคล้ำของเวินสือเหนียนยกขึ้นเป็นมุมโค้ง
เขาโทรหาเลขา น้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย ราวกับบทนำก่อนพายุเข้า “กลับบ้าน”
……
เฝ่ยไป๋ลู่กลับมาถึงบ้านแล้วจึงได้ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ เธอนั่งสมาธิเงียบ ๆ ชดเชยพลังงานและปราณวิญญาณที่ใช้ไปหลายวันนี้กลับคืนมา
เมื่อเฝ่ยไป๋ลู่ออกจากสมาธิก็เห็นงูน้อยสีดำตัวยาวหนึ่งฟุตนอนเมาแอ๋อยู่บนพื้น
งูตัวนี้เติบโตมาโดยได้รับปัญญาจนมีจิตวิญญาณ แต่สภาพก็ไม่ต่างอะไรจากงูทั่ว ๆ ไป ผิวไม่หยาบไม่อ้วน ขี้อายและอยากรู้อยากเห็นไปหมด เวลาตกใจก็จะแค่ร้องไห้เท่านั้น ดวงตาเล็กเท่าถั่วเหลืองสีดำทะมึนคู่นั้นราวกับสระน้ำเล็ก ๆ ดูเหมือนจะทำให้เธอเจ็บตา
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่เธอนั่งสมาธิ มันจะเข้ามาดูดปราณวิญญาณของเธออย่างไร้ยางอาย ดูดเสร็จแล้วก็จะดูเหมือนงูขี้เมา
หากอยู่ในโลกแห่งเทพเจ้า งูชนิดนี้ไม่มีคุณสมบัติจะเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของเธอด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม มันได้กลืนหยดเลือดหัวใจเธอลงไป ทำยังไงก็ไม่คายออกมา และหยดเลือดก็ได้ผสมผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างของมันไปแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกได้ถึงความผูกพันบาง ๆ จากตัวงู จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเลี้ยงมันไว้ข้างกาย เพื่อปกป้องไม่ให้มันออกไปทำร้ายผู้อื่น เพราะไม่อย่างนั้นจะเป็นการทำร้ายตัวเองด้วยการเพิ่มเคราะห์กรรมโดยใช่เหตุ
เฝ่ยไป๋ลู่วางงูไร้ประโยชน์ที่กำลังเวียนหัวเพราะปราณวิญญาณไว้บนตะกร้าที่แขวนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งนี่คือรังที่มันรักมากที่สุด
ทันใดนั้นก็มีข้อความส่งเข้ามาในโทรศัพท์ของเธอ
[อาจารย์ วันนี้มีโพสต์และวิดีโอใส่ร้ายคุณเยอะแยะเลย คุณอย่าคลิกเข้าไปดูเด็ดขาดนะ! อย่าล้มเลิกที่จะเปิดการขายเครื่องรางบนแอปเสี่ยวหวงเชอเพราะคำพูดของชาวเน็ตเลยนะ (QAQ) ผมยังรอให้คุณวางเครื่องรางสงบสุขบนชั้นวางอยู่นะ! ว่าแต่ เมื่อไหร่คุณจะสามารถวางขายเครื่องรางสงบสุขบนชั้นวางได้ล่ะครับ?]
เฝ่ยไป๋ลู่ “…”
ชายร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างจางเฉิงส่งอีโมติคอน [QAQ] มาจริง ๆ เหรอนี่?
เฝ่ยไป๋ลู่ขนลุกแล้วตอบกลับว่า [เครื่องรางสงบสุขวางขายไม่ได้ชั่วคราว เพราะฉันต้องไปยื่นขอใบรับรองก่อน คาดว่าจะใช้เวลาสักระยะ ถ้าคุณรีบใช้ ฉันวาดให้คุณก่อนก็ได้ค่ะ]
จางเฉิงตื่นเต้นอย่างมาก [ขอบคุณครับอาจารย์! ที่จริงไม่ใช่ผมหรอกที่รีบ เพียงแต่เพื่อนผมคนหนึ่งช่วงนี้ดวงซวยนิดหน่อย เลยอยากส่งพรสงบสุขให้เขา ปัดเป่าโชคร้าย เปลี่ยนดวงชะตา]
[โอ้…] เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ถามลึกมาก จางเฉิงเคยช่วยเธอมาก็เยอะ ความปรารถนาเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ เธอทำให้เขาได้ [ฉันจะส่งที่อยู่ไปให้คุณ พรุ่งนี้คุณว่างก็มาได้เลย ฉันจะวาดยันต์ให้ มันส่งผลคล้าย ๆ กับเครื่องรางสงบสุขนั่นแหละ]
จางเฉิงตอบกลับทันที [ว่างครับ!] อาจารย์ให้เกียรติขนาดนี้ เขาไม่ว่างก็ต้องว่าง!
[1] การทำนายจากดวงแปดตัวอักษร เป็นวิถีแห่งการวิเคราะห์ดวงชะตาโบราณของจีน ทำนายได้ด้วยอักขระวัฏจักรสองช่วงที่ได้รับมอบหมาย ตามปี เดือน วัน และเวลาเกิด