เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 74 คุณชายสามเวินเกิดเรื่องแล้ว!
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 74 คุณชายสามเวินเกิดเรื่องแล้ว!
บทที่ 74 คุณชายสามเวินเกิดเรื่องแล้ว!
การปรากฏตัวของคุณหมอทังจิ้งทำให้ความคิดเห็นที่โจมตีเฝ่ยไป่ลู่บนอินเทอร์เน็ตสงบลงอย่างรวดเร็ว
เฝ่ยมาถึงกับหน้าเขียว ราวกับเธอเพิ่งตบหน้าเขา
เฝ่ยไป๋ลู่ไปเอาความสามารถในการเชิญทังจิ้งมาจากไหน?
หากวิธีนี้ไม่ได้ผล ดูเหมือนจะต้องใช้วิธีอื่นเท่านั้น!
คุณหมอสมิธโยนถุงมือลงถังขยะ หลังจากล้างมือทำความสะอาดกลิ่นเลือดออกแล้ว เขาก็กลับมาที่ห้องทำงานและถามผู้ช่วยชาวจีนว่า “สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง? ผู้หญิงจีนคนนั้นจะส่งคนมาเมื่อไหร่?”
วาจานั้นกล่าวอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครปฏิเสธเขาได้
ผู้ช่วยชาวจีนกลัวจนตัวสั่น สีหน้าลำบากใจ “คุณหมอสมิธคะ เธอปฏิเสธแล้วค่ะ คุณหมอที่ดูแลพ่อแม่บุญธรรมของเธอคือผู้อาวุโสทังจิ้ง…”
“ทังจิ้ง…” คุณหมอสมิธรำลึกชื่อนี้ ในดวงตาฉายแววประหลาดใจ คนคนนี้เป็นคนรุ่นเดียวกันกับอาจารย์ของเขา มิน่าล่ะหญิงชาวจีนคนนั้นถึงได้ปฏิเสธ
ทว่าสีหน้าของคุณหมอสมิธยังคงแฝงไว้ด้วยทิฐิ จากนั้นเขาก็พูดอย่างดูถูกว่า “ประเทศที่สวยงามนี้*[1] มีทรัพยากรทางการแพทย์ชั้นนำของโลก การกลับมาที่ประเทศจีนเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของเธอ การทำงานในสถานที่ซึ่งล้าหลังแบบนั้น น่ากลัวว่าทักษะของเธอจะเท่าเดิมเหมือนหลายปีก่อน”
ผู้ช่วยชาวจีนก้มหน้าลงไม่พูดอะไร
ในตอนนี้เอง จู่ ๆ มีกลุ่มคนสวมเครื่องแบบของรัฐบาลกลางได้บุกเข้าไปในสถาบันการแพทย์ “คุณหมอสมิธ มีบางเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคุณในการดำเนินการสอบสวน…”
พวกเขาหยิบคำสั่งสอบสวนออกมา คุณหมอสมิธเหงื่อออกราวกับฝนตกและตื่นตระหนกอย่างมาก “ไม่ พวกคุณไม่มีสิทธิ์จับผม!”
……
ความคิดเห็นสาธารณะนี้ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของเฝ่ยไป๋ลู่และตระกูลเฝ่ย
ชาวเน็ตต่างก็อยากรู้อยากเห็นว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกเขาอย่างมาก
ทันทีที่เฝ่ยไป๋ลู่ออกอากาศ ความคิดเห็นหน้าจอก็ล้วนพูดคุยถึงหัวข้อนี้
อย่างไรก็ตาม เฝ่ยไป่ลู่ได้ส่งข้อความมาโดยตรงอย่างไม่ไว้หน้าว่า
…ขออย่าให้คนของตระกูลเฝ่ยมารบกวนพ่อแม่บุญธรรมของฉันที่โรงพยาบาลอีก ถ้ามีครั้งต่อไป จะทำการแจ้งตำรวจ
[เช็ดเข้ คำพูดรุนแรงขนาดนี้ ดูท่านี่จะไม่ใช่การขัดแย้งธรรมดา ๆ แล้ว!]
[ในงานเลี้ยงต้อนรับญาติที่พวกเขาจัดขึ้นก่อนหน้านี้ ท่าทางพวกเขาไม่แยแสไป๋ลู่เลยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณนายเฝ่ยคนนั้นที่ตะโกนว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ใช่ลูกสาวของเธอ พอมาตอนนี้ การถ่ายทอดสดของไป่ลู๋ได้รับความนิยม คนตระกูลเฝ่ยก็เข้ามาทำท่าทางเสแสร้งว่าเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง…]
คุณแม่เฝ่ยที่กำลังพักฟื้นอยู่ที่ต่างประเทศ เห็นในส่วนของความคิดเห็นที่ไม่เคารพเธอ ก็โกรธจนหน้าอกสั่น
มีคู่รักหนุ่มสาวอยู่ใกล้ ๆ เผอิญว่าพวกเขาเองก็ติดตามเรื่องของเฝ่ยไป๋ลู่ด้วย “การเมตตานั้นสำคัญ แต่การปลูกฝังความเมตตานั้นสำคัญกว่านะ! คนตระกูลเฝ่ยไม่เคยเลี้ยงดูเฝ่ยไป๋ลู่เลยสักวัน แต่ต้องการลูกสาวทั้งสองคน เรื่องดี ๆ แบบนี้มันจะเกิดที่ไหนล่ะ?”
“พวกเขาไม่ได้จริงใจกับเฝ่ยไป๋ลู่ ถ้าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้โด่งดังบนโลกออนไลน์ พวกเขาก็คงไม่แยแสแน่”
“ฉันดูวิดีโองานเลี้ยงต้อนรับญาติในวันนั้นของตระกูลเฝ่ยแล้ว คุณนายตระกูลเฝ่ยสนิทสนมกับลูกสาวนอกไส้สุด ๆ แล้วยังปฏิบัติต่อไป๋ลู่เหมือนเป็นศัตรู ชี้หน้าเฝ่ยไป๋ลู่ ทั้งเรียกทั้งตะโกน ใบหน้าดุร้าย สามารถจินตนาการถึงความคิดของคนอื่น ๆ ในตระกูลเฝ่ยได้เลย…”
คุณแม่เฝ่ยโกรธจนหายใจไม่ออก เธอโทรศัพท์หาเฝ่ยมาแล้วแว้ดใส่ว่า “ทำไมคุณยังหาหมอให้พ่อแม่บุญธรรมของนังดาวหายนะนั่นอีก? ตอนนี้ใคร ๆ ก็จับตาดูความวุ่นวายของครอบครัวเรา คุณรู้หรือเปล่าว่าพวกเขาพูดถึงฉันยังไง?”
คุณแม่เฝ่ยไม่ได้อยู่ที่เมืองเจียง แล้วรู้ได้ยังไงว่าตระกูลเฝ่ยเกิดเรื่องขึ้น
เฝ่ยมาไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแม่เฝ่ย เสียงแหลมของคุณแม่เฝ่ยทำให้เขาถึงกับคิ้วขมวด
เขาตอบกลับแบบขอไปทีแล้ววางสาย และขับรถไปที่วิลล่าที่อยู่ใกล้ ๆ ตระกูลเฝ่ย
“พ่อ พ่อมาได้ยังไง? ฉันกับแม่กำลังเตรียมส่งอาหารไปให้พ่อพอดีเลย…” เฝ่ยชิงรั่วมองเฝ่ยมาด้วยรอยยิ้ม
เธอวางของที่อยู่ในมือลง แล้วเดินเข้าไปจับแขนเฝ่ยมาอย่างแนบแน่น
ภายในบ้านได้รับการตกแต่งอย่างอบอุ่นโดยหญิงเจ้าของบ้าน ดอกเดหลีที่มีสีแดงราวกับเปลวไฟวางอยู่ข้างผนัง ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหวเป็นเส้นโค้งอันบางเบาและนุ่มนวล
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นของอาหารและจมูกของเฝ่ยมาก็ผ่อนคลาย
ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดได้รับการปลอบประโลมในชั่วพริบตา คิ้วขมวดแน่นของเขาก็คลายออก
เขาคลายเนกไทที่รัดคอแล้วตามกลิ่นนั้นเข้าไปในครัว
เมื่อเห็นแผ่นหลังที่นุ่มนวลละมุนละไมของหญิงสาว สายตาของเขาก็มองตรงไปโดยไม่ตั้งใจ
เฝ่ยชิงรั่วเห็นท่าทางนี้แล้ว อดไม่ได้ที่จะลอบยิ้ม
พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเธอมีความรัก ในฐานะลูกสาวของพวกเขา เธอจึงทิ้งพื้นที่ว่างเอาไว้ให้พวกเขาอยู่กันตามลำพังสองคนอย่างเข้าอกเข้าใจ
ส่วนคุณแม่เฝ่ยที่รักและเอ็นดูเธอมาตลอดยี่สิบปีนั้น… ดวงตาของเฝ่ยชิงรั่วมืดลงเล็กน้อย ให้เธอได้เพลิดเพลินกับความสุขในบ้านอีกครั้งแล้วกัน คุณแม่เฝ่ยจะให้อภัยเธอหรือเปล่านะ?
คุณแม่เฝ่ยนั้นไม่รู้เลยว่าสามีของตัวเองและลูกสาวบุญธรรมที่เธอรักและเอ็นดู กำลังสร้างครอบครัวที่อบอุ่นในบ้านของผู้หญิงอีกคน
เธอกำลังพิมพ์แป้นคีย์บอร์ด เปิดไอดีสำรอง ทะเลาะกับแฟนคลับของเฝ่ยไป๋ลู่
โดยปกติแล้วเฝ่ยไป๋ลู่ย่อมมองไม่เห็นคนที่ด่าทอเธอไปเรื่อย แต่ถึงจะเห็นก็ไม่สนใจอยู่ดี
เธอตอบขอบคุณทุกคนที่เป็นผู้ติดต่อทางวีแชตของเธอทีละคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหมอทังจิ้งที่ยืนหยัดเพื่อเธอ
ทังจิ้งตื่นตกใจกับการแสดงความขอบคุณของเฝ่ยไป๋ลู่ “คุณสอนการฝังเข็มและการนวดนิ้วให้ฉัน ก็เป็นอาจารย์ฉันครึ่งหนึ่ง ในฐานะลูกศิษย์ ฉันจะมองอาจารย์ถูกคนข่มเหงและวิพากษ์วิจารณ์ได้ยังไงกันคะ?”
พ่อแม่บุญธรรมตกอยู่ในอาการโคม่า นอกเหนือจากการถ่ายปราณวิญญาณให้ทุกวันแล้ว ยังให้การรักษาด้วยการฝังเข็มและนวดให้พวกเขาทุกวันด้วย
ทังจิ้งในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ด้านการผ่าตัดสมองที่เชื่อถือได้ มองแวบเดียวก็รู้ว่าเทคนิคของหญิงสาวมีประสิทธิภาพมากในการกระตุ้นผู้ป่วยที่นอนเป็นผัก โดยที่เธอและทีมแพทย์ซึ่งรับช่วงดูแลพ่อแม่บุญธรรมของเฝ่ยไป๋ลู่ ก็ได้เรียนรู้ทักษะบางอย่างในกระบวนการนี้ไปด้วย
เฝ่ยไป๋ลู่รู้ความตั้งใจของอีกฝ่าย จึงสอนเธออย่างไม่เห็นแก่ตัว
ดังนั้นทังจิ้งจึงเต็มไปด้วยความปรารถนาดีต่อเธอ “นายสมิธคนนั้นจิตใจชั่วร้าย เขาถูกเจ้านายไล่ออก เขาคงไม่ใจดีช่วยรักษาให้ฟรีหรอก ต้องมีเจตนาไม่ดีอะไรอยู่แน่ ๆ”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม เมื่อมีข่าวจับกุมคุณหมอสมิธส่งเข้ามา ทังจิ้งก็รู้แล้วว่าเจตนาไม่ดีของเขาคืออะไร
เมื่อคลิกที่กล่องแชตของเวินสือเหนียน เฝ่ยไป๋ลู่ก็ตอบกลับด้วยการขอบคุณ ถ้าไม่มีเขาช่วยอยู่เบื้องหลัง ความคิดเห็นของสาธารณชนบนอินเทอร์เน็ตอาจจะกลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิงจากกลุ่มรับจ้างโพสต์มืออาชีพที่เฝ่ยมาว่าจ้างมาก็ได้
ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็โทรมา หลังจากรับสาย กลับไม่ใช่เสียงของเวินสือเหนียน
“ขอถามหน่อยครับ นี่ใช่คุณเฝ่ยหรือเปล่า?”
น้ำเสียงเฝ่ยไป๋ลู่ไม่เปลี่ยนแปลง “ฉันเอง”
“คุณชายสามเวินเกิดเรื่องแล้วครับ! ผมคือเลขาของเขา เขาเคยบอกผมไว้ว่า ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นให้มาหาคุณ!”
ความคิดทฤษฎีสมคบคิดแวบขึ้นมาสมองของเธอ ดวงตาเฝ่ยไป๋ลู่มืดลง ในที่สุดก็เอ่ยว่า “ที่อยู่”
ไม่ว่าจะเป็นแผนสมรู้ร่วมคิดหรือไม่ เธอก็ต้องไปที่นั่น
ทว่าเมื่อเห็นว่าที่อยู่ที่อีกฝ่ายส่งมาคือที่อยู่บริษัทของเวินสือเหนียน เฝ่ยไป๋ลู่ก็เลิกคิ้วขึ้น และนั่งรถแท็กซี่ไปที่นั่น
[1] ประเทศที่สวยงามนี้ 漂亮国 เป็นคำล้อเลียนประเทศสหรัฐอเมริกา (美国) ซึ่ง 漂亮 กับ 美 แปลว่า สวยงาม เหมือนกัน จึงเป็น ‘ประเทศแห่งความงดงาม’
…………………………………………………………………………………………………………………..