เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 75 ยืมอายุแปดเดือน จ่ายแล้วสามร้อยหยวน
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 75 ยืมอายุแปดเดือน จ่ายแล้วสามร้อยหยวน
บทที่ 75 ยืมอายุแปดเดือน จ่ายแล้วสามร้อยหยวน
“คุณคือคุณเฝ่ยใช่ไหมครับ รีบตามผมมาเลย” เจี่ยนต๋าเช่า เลขาคนใหม่ของเวินสือเหนียนสวมแว่นตากรอบดำ บุคลิกอ่อนโยนและมีมารยาทสง่างาม เวลานี้กลับมีสีหน้ากังวล
“คุณคือเลขาคนใหม่ของเวินสือเหนียนใช่ไหม?” เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เคยเห็นเขามาก่อน
เจี่ยนต๋าเช่าพยักหน้า “ใช่ครับ คุณเฝ่ย”
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นเขายอมรับก็เงยหน้ามองเขาไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่าเขาดวงแข็งมาก จนไม่ได้รับผลกระทบจากพลังแห่งความตายของเวินสือเหนียนง่าย ๆ เธอก็พอใจทันที
ดูเหมือนว่าเวินสือเหนียนจะฟังคำเธอและยอมเสริมดวงชะตาแล้ว
ดีมาก เธอไม่อยากเจอการเข้าใจผิดที่น่าอับอายจากคนอย่างเฮ่อเหลียนเจี๋ยอีก
เธอถามอีกครั้ง “เกิดอะไรขึ้นกับสือเหนียนเหรอคะ?”
นี่คือพันธมิตรของเธอ จะตายไม่ได้
เจี่ยนต๋าเช่ามองเธอด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังแว่นเป็นประกาย
เฝ่ยไป๋ลู่เรียกชื่อจริงของคุณชายสามเวิน เธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับคุณชายสามเวิน?
เมื่อนึกถึงว่าก่อนที่คุณชายสามเวินจะหมดสติได้สั่งให้เขาตามหาเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยตัวเอง เจี่ยนต๋าเช่าก็ยิ่งอยากรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนมากขึ้น
“เครื่องรางที่คุณชายสามเวินพกติดตัวจู่ ๆ ก็เกิดไฟไหม้กลายเป็นก้อนขี้เถ้า แล้วจากนั้นเขาก็เป็นลมหมดสติไปครับ” เจี่ยนต๋าเช่าขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ “ใบหน้าขาวซีด ลมหายใจอ่อนแรง สถานการณ์ดูร้ายแรงมากครับ”
ถ้าคุณชายสามเวินไม่สั่งให้เขาไปหาเฝ่ยไป๋ลู่ ตอนนี้เขาคงจะส่งคุณชายสามเวินไปโรงพยาบาลแล้ว
บนตัวเวินสือเหนียนคือเครื่องรางที่เธอให้ เฝ่ยไป๋ลู่ทำนิ้วมือท่าทางร่ายมนต์ จนเมื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจนแล้ว ก็เร่งฝีเท้าขึ้นแล้วเดินไปสามสี่ก้าว
ภายในห้องพักผ่อนของออฟฟิศประธานบริหาร ชายที่ในเวลาปกติจะสง่างาม เย็นชาและทรงพลังกลับนอนหลับตาเหยียดกายอยู่บนเตียง ริมฝีปากบางไร้สีเลือด แม้จะอยู่ในอาการโคม่า แต่คิ้วขมวดเป็นรอยระหว่างคิ้ว ราวกับว่าพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดในร่างกายอย่างสุดกำลัง
เฝ่ยไป๋ลู่เคยเห็นการตกแต่งออฟฟิศระหว่างทางที่มาที่นี่ ไม่มีปัญหาอะไร
เธอตรวจสอบร่างของเวินสือเหนียนอีกครั้ง ไม่พบบาดแผลหรือส่วนที่ผิดปกติใด ๆ แต่ว่ามีกลุ่มพลังงานสีดำปกคลุมระหว่างคิ้วของเขา
เจี่ยนต๋าเช่ารู้สึกไม่สบายใจเมื่อคิดถึงความสามารถทำนายดวงชะตาในการถ่ายทอดสด “คุณเฝ่ยครับ เกิดอะไรขึ้นกับคุณชายสามเวินเหรอครับ?”
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดดวงตาหยินหยาง ในที่สุดก็พบปัญหา แล้วเอ่ยว่า “เขาถูกคนยืมอายุ”
“ยืมอายุงั้นเหรอ? คุณชายสามเวินคุณช่างน่าสงสารจริง ๆ” เจี่ยนต๋าเช่าสูดจมูก ดวงตาแสบพร่า เขาแค่รู้สึกว่าดวงชะตาของคุณชายสามเวินช่างโชคร้ายเหลือเกิน เดิมก็อายุสั้นอยู่แล้วยังมาถูกคนยืมไปอีก
ถ้าถูกยืมอีกก็คือตายแน่!
เปลือกตาของเฝ่ยไป๋ลู่กระตุก รู้สึกอยู่ตลอดว่ามีเงาของเฮ่อเหลียนเจี๋ยทาบทับบนตัวเขา
“เอาละค่ะ เรื่องด่วนที่สุดคือต้องหาคนที่คิดร้ายกับเวินสือเหนียนให้ได้ก่อน”
เจี่ยนต๋าเช่าถามคำถามที่กังวลมากที่สุด “คุณเฝ่ย คุณชายสามเวินยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมครับ?”
“ไม่ตายหรอก แค่เอาอายุที่ถูกยืมไปคืนมาก็พอค่ะ” เฝ่ยไป่ลู่กล่าว เครื่องรางที่เธอทิ้งไว้ให้ ได้ปกป้องชีวิตอันริบหรี่ของเวินสือเหนียน
เฝ่ยไป๋ลู่จับมือชายหนุ่มแล้วถ่ายปราณวิญญาณให้เขา
เจี่ยนต๋าเช่าลังเลที่จะพูด ไม่ได้บอกให้ไปตามหาผู้บงการเบื้องหลังเหรอ? ทำไมถึงจับมือคุณชายสามเวินล่ะ?
ช่างเถอะ คุณชายสามเวินและคุณเฝ่ยต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งเข้ามาใหม่ คงเป็นการดีที่สุดถ้าจะไม่พูดมากเรื่องเจ้านาย
ครั้นเห็นว่าหลังจากที่เฝ่ยไป๋ลู่สัมผัสมือของเวินสือเหนียนเสร็จแล้ว มือทั้งสองข้างก็เลื่อนไปทางเสื้อผ้าของเขา…
เจี่ยนต๋าเช่าหันหลังกลับ ไม่ดูสิ่งที่ไม่เหมาะสม
หูค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
“น่าจะเป็นสิ่งนี้” เฝ่ยไป่ลู่หยิบกระดาษโน้ตแผ่นบาง ๆ ออกมาจากกระเป๋าเวินสือเหนียน
เจี่ยนต๋าเช่าหันมาดู
บนกระดาษเขียนตัวหนังสือเอน ๆ เอียง ๆ ว่า ‘ยืมอายุแปดเดือน จ่ายไปสามร้อยหยวนแล้ว’
เจี่ยนต๋าเช่า “???”
ชีวิตของคุณชายสามเวินผู้น่าเกรงขาม มีมูลค่าแค่สามร้อยหยวนเท่านั้นเหรอ?
ปากกาที่ใช้เขียนข้อความนี้ไม่ใช่ปากกาธรรมดา มีวิญญาณชั่วร้ายอยู่ในน้ำหมึก เป็นวิธีของพวกหมอผี
แต่ผู้ที่เขียนข้อความนี้ต้องไม่ใช่ตัวหมอผีเอง เพราะว่าการยืมอายุเป็นการฝืนลิขิตสวรรค์ สะท้อนกลับได้ง่าย โดยทั่วไปจะหาแพะรับบาปมารับผลที่ตามมาแทน
และบุคคลนี้จะต้องมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเวินสือเหนียน เฝ่ยไป๋ลู่ยื่นกระดาษบันทึกให้เจี่ยนต๋าเช่า “เป็นคนรู้จักที่ทำ ตรวจสอบว่าเป็นลายมือของใคร”
เจี่ยนต๋าเช่ารับไปอย่างเร่งรีบ แล้วเอาไปตรวจสอบทันที
เฝ่ยไป๋ลู่ต้องการลุกขึ้น แต่มีคนจับข้อมือเธอไว้เบา ๆ
เมื่อก้มดู ไม่รู้ว่าเวินสือเหนียนตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ดวงตาสีดำสนิทมองมาที่ตนเอง
ชายหนุ่มดูอ่อนแอ แต่ความหล่อเหลาไม่ได้ลดลง “ฉันรู้ว่าใครเป็นคนเขียน”
เฝ่ยไป๋ลู่ถาม “ใคร?”
เธออยากจะรู้จริง ๆ ว่าคนประเภทไหนกัน ถึงคิดออกมาได้ว่าจะใช้วิธีจ่ายเงินสามร้อยหยวนเพื่อซื้อชีวิตของเวินสือเหนียน
เวินสือเหนียนหลับตาลง ดูเหมือนลำบากที่จะเอ่ย เสียงของเขาเบาลงมาก “แม่บ้านที่จ้างมา”
“พรืด!” เฝ่ยไป๋ลู่กลั้นไม่อยู่ หัวเราะเสียงดังอย่างไร้ความเกรงใจ
กระดาษโน้ตถูกวางไว้ในกระเป๋าเสื้อของเวินสือเหนียน เธอคิดว่าเป็นคนใกล้ตัวเขา แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นแม่บ้านที่ทำ
ถึงแม่บ้านจะเป็นคนรับใช้ในครอบครัว แต่ก็นับว่าเป็นคนใกล้ชิด
ที่คิดไม่ถึงก็คือ คุณชายสามเวินจะตกหลุมพรางแม่บ้านคนหนึ่ง แล้วยังถูกอีกฝ่ายซื้อชีวิตด้วยเงินสามร้อยหยวน
เวินสือเหนียนหันหน้าหนีไม่มองเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่กลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ เธอกระแอมกระไออยู่สองสามครั้งแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้แม่บ้านของคุณอยู่ที่ไหนคะ? พวกเราต้องรีบหาตัวเธอให้เจอ ให้เธอคืนชีวิตคุณกลับมา”
ถ้าสายเกินไป แม่บ้านคนนั้นจะถูกฆ่าปิดปาก และเวินสือเหนียนจะไม่ได้รับอายุขัยแปดเดือนที่ถูกยืมไปคืนมา
เวินสือเหนียนเองก็รู้ถึงความร้ายแรงในเรื่องนี้ ไม่ได้ผ่อนคลายต่อหน้าเฝ่ยไป๋ลู่เหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
เวินสือเหนียนจากเมืองหลวงมาที่เมืองเจียง จึงไม่ได้พาผู้คนรอบกายมาด้วยมากนัก
ป้าฟางแม่บ้านคนนี้ เฉิงจื้อโหยวเลขาใหญ่ในเมืองเจียงเป็นผู้คัดเลือกมา โดยปกติแล้วเธอมีหน้าที่แค่ทำความสะอาดวิลล่าเท่านั้น เวินสือเหนียนประทับใจที่เธอเป็นคนระมัดระวังและรอบคอบ มองเขาเหมือนหนูมองแมวและมักจะหลบเลี่ยงเขา
ตามที่เวินสือเหนียนอธิบาย ป้าฟางมีนิสัยขี้กลัวเหมือนหนู ไม่น่าจะกล้าเป็นคนคิดลงมือทำด้วยตนเองถึงจะถูก เฝ่ยไป๋ลู่ถามกลับ “ทำไมคุณถึงแน่ใจว่าเธอเป็นคนทำล่ะคะ?”
ที่จริงแล้วเวินสือเหนียนไม่อยากพูดออกมาเพื่อทำให้เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะเยาะเขา แต่เมื่อเขาสบตากับดวงตาที่ฉลาดหลักแหลมของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาก็ถอนหายใจแล้วพูดตามความจริงว่า “เธอเรียนมาไม่สูง ตัวหนังสือบิด ๆ เบี้ยว ๆ เหมือนกับลายมือในกระดาษโน้ต นอกจากนั้นเมื่อวานนี้เธอยังทำชามแตกโดยไม่ตั้งใจแล้วใช้เป็นข้ออ้างว่าต้องการชดใช้ให้ผมเป็นเงินสดสามร้อยหยวน”
“ผมไม่ได้ต้องการเลย แต่เธอทั้งคุกเข่าทั้งขอร้อง คิดว่าถ้าผมไม่รับเงิน เธอจะโดนไล่ออก เธอบอกว่าตัวเองมีหลานชายป่วยหนักและจะตกงานไม่ได้ ดังนั้นเงินสามร้อยหยวนนี่…”
เวินสือเหนียนคิดไม่ถึงว่าความเห็นอกเห็นใจชั่วขณะหนึ่ง จะสร้างความเดือดร้อนให้เขาขนาดนี้
“ดังนั้นเงินสามร้อยหยวนนี่เลยกลายเป็นเงินที่คุณขายชีวิตตัวเอง” เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มแล้วกลอกตา ต้องใช้กลยุทธ์ที่เรียบง่ายที่สุดเท่านั้นถึงจะทำให้คุณชายสามเวินผู้ชาญฉลาดล้มลงได้
เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกว่าฟิลเตอร์ที่เย็นชาและวางอำนาจของเวินสือเหนียนได้แตกออกเป็นชิ้น ๆ เขาไม่ใช่คุณชายสามเวินผู้สูงส่งและไม่อาจแตะต้องได้อีกต่อไป แต่เป็นเวินสือเหนียนที่มีเลือดเนื้อและสามารถถูกหลอกได้
ส่วนแม่บ้านที่ใช้ประโยชน์จากความเห็นอกเห็นใจของเวินสือเหนียน …ดูแล้วก็น่ารังเกียจไปหน่อย
เจี่ยนต๋าเช่าขับรถจนใกล้ถึงที่อยู่ของป้าฟาง เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ทั้งเล็ก เก่าและทรุดโทรม แม้แต่รถก็เข้าไม่ได้ เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “เงินเดือนที่คุณชายสามเวินให้สูงมาก ทำไมแม่บ้านถึงได้อาศัยอยู่ที่นี่?”
เฝ่ยไป๋ลู่เอ่ยว่า “เธอมีหลานชายที่ป่วยหนักอยู่คนหนึ่ง เดาว่าเงินทั้งหมดถูกใช้ไปในเรื่องนี้” และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงตกลงกับคนชั่วที่อยู่เบื้องหลังลงมือกับเวินสือเหนียน
“ฉันให้เธอดูแลน้อง ทำไมถึงพาเขาออกมาข้างนอก แล้วยังให้เขาเล่นโคลนบนพื้นอีก? ร่างกายเขาอ่อนแอ ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียแล้วป่วยอีก เธอมีกี่ชีวิตถึงจะชดใช้ได้?” หญิงวัยกลางคนด่าทอและบิดแขนของเด็กสาววัยรุ่นด้วยมือซ้าย ในขณะที่เด็กชายตัวเล็ก ๆ ทางด้านขวาของเธอหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
เด็กสาวน้ำตาคลอเบ้าและพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ “น้องชายเขาแอบหนีออกมาเอง เล่นโคลนเพื่อเอามาสาดใส่ฉัน…”
“ฉันจะฟาดเธอให้ตาย! ฉันจะเล่นโคลน โคลนล่ะ? ฉันไม่อยากกลับบ้าน ปล่อยฉันนะ มีปีศาจ…” เด็กน้อยปรบมือและร้องตะโกนก่อน จากนั้นก้มมองสองมือของตัวเองแล้วกรีดร้องเสียงแหลม คำพูดกลับไปกลับมาไม่มีความหมาย พฤติกรรมผิดปกติ จนไปถึงเริ่มทำร้ายตัวเอง
หญิงวัยกลางคนกอดเขาไว้อย่างเจ็บปวดใจ ไม่ให้เขาขยับตัว พอเห็นเด็กหญิงตัวน้อยตกตะลึง ก็รู้สึกเหมือนกับเจอที่ระบายอารมณ์ จึงเตะใส่เธอ “ร้อง ๆ ๆ รู้จักแต่ร้องไห้นั่นแหละ! ทั้งบ้านเสียหายก็เพราะเสียงร้องไห้ของเธอ!”
“ป้าฟาง…” เจี่ยนต๋าเช่าตะลึงจนตัวแข็งทื่อ หญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าดุร้ายและก้าวร้าวคนนี้ใช่แม่บ้านที่ขี้กลัวเหมือนหนูคนนั้นจริงเหรอ?
ป้าฟางเห็นเจี่ยนต๋าเช่า แล้วก็เห็นเวินสือเหนียนอยู่ข้างหลังเขา ทำให้สีหน้าเธอพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก ริมฝีปากสั่นเทา เธอวิ่งหนีไปโดยกอดหลานชายเอาไว้