เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 80 ตราประทับหยิน เธอตัดสินใจได้แล้ว
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 80 ตราประทับหยิน เธอตัดสินใจได้แล้ว
บทที่ 80 ตราประทับหยิน เธอตัดสินใจได้แล้ว
น้ำเสียงของเฝ่ยไป๋ลู่ไร้ความรู้สึกใด ๆ
เจียงชิงหน้าแดงเมื่อถูกเธอเย้ย “ฉัน ฉัน…”
ศิษย์พี่เก่งที่สุดในสำนัก แค่ติดตามศิษย์พี่ก็สามารถคว้าแชมป์ได้แล้ว เขาไม่อยากถอนตัวนี่นา
แต่เขาไม่รู้ว่าจะโต้แย้งคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ยังไง
“อาจารย์ ศิษย์พี่!” สายตาของเจียงชิงมองไปทางกานซินและกานว่างอย่างขอความช่วยเหลือ
หวังว่าทั้งสองจะพูดแทนเขา ให้เฝ่ยไป๋ลู่เปลี่ยนคำขอ
กานซินไม่พูดอะไร ท่าทางเหมือนไม่อยากเข้าไปแทรกแซง
กานว่างหลบสายตาเขาแล้วพูดกับเฝ่ยไป๋ลู่ว่า “คุณเฝ่ย เพิ่มข้อมูลการติดต่อไหม? ผมจะได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋า”
สิ่งนี้หมายถึงการยอมรับตามคำขอของเฝ่ยไป๋ลู่
เจียงชิงสิ้นหวัง เขาจงใจก้มหัวลงแล้วพึมพำอย่างไม่พอใจ “เปลี่ยนคำขอไม่ได้หรือไงนะ?”
มุมปากที่เป็นเส้นโค้งขึ้นของเฝ่ยไป๋ลู่ตกลง
ในเมื่อไม่เต็มใจขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นเธอค่อยหาวิธีอื่นเอาแล้วกัน
ไม่จำเป็นจะต้องใช้กำลังยึดโควตานี้เสียหน่อย
เฝ่ยไป๋ลู่ทำท่าทางจะบอกลา กานว่างก็พูดรั้งเธอไว้อย่างรวดเร็ว
ถ้าเฝ่ยไป๋ลู่จากไปในวันนี้ หลังจากนี้เขาคงไม่มีหน้าพบเธออีกแล้ว
หัวใจของกานว่างเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อเฝ่ยไป๋ลู่ เขามองไปทางเจียงชิง สายตาเฉียบคม น้ำเสียงจริงจัง
“เจียงชิง พวกนายคุยเรื่องโควตากันเองโดยปิดบังฉัน ฉันจะไม่โต้เถียงเรื่องนี้กับนาย ฉันแค่จะถามนายว่า หานเสียวเสี่ยวเป็นคนของตระกูลหาน ทำไมไม่เข้าร่วมทีมของตระกูลหาน แล้วยังมาใช้โควตาของนิกายเก้าสวรรค์อีก?”
ตระกูลหานเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลปรมาจารย์สวรรค์แห่งเมืองเจียง
ในฐานะของลูกสาวผู้ดูแลตระกูลหาน หากหานเสียวเสี่ยวต้องการเข้าร่วม ไม่มีทางที่เธอจะไม่ได้โควตา
เจียงชิงอึกอัก “ตระกูลหานไม่เห็นด้วยที่พี่เสียวเสี่ยวจะเข้าร่วม…”
“ทำไมตระกูลหานถึงไม่เห็นด้วยที่เธอจะเข้าร่วมล่ะ? เพราะว่าเธอเพิ่งจะเข้าสู่วิถีเต๋า พลังยังอ่อนแอหรือไง และงานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าก็อันตราย อาจมีตั้งแต่บาดเจ็บเบาไปจนถึงรุนแรงถึงขั้นทำลายรากฐานแห่งการเข้าสู่ลัทธิเต๋าเลยก็ได้”
“เธอเข้าร่วมแข่งขันในนามนิกายเก้าสวรรค์ เราก็ต้องปกป้องเธออย่างเต็มที่ แล้วเราจะใช้พลังความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของนิกายเราได้ยังไง? ถ้าเธอได้รับบาดเจ็บ หรือว่าตายล่ะ ตระกูลหานจะโจมตีเรายังไงบ้าง? ก่อนนายทำอะไร คิดถึงนิกายบ้างหรือเปล่า?”
หากพูดตรง ๆ ก็คือ หานเสียวเสี่ยวคือภาระ และเป็นระเบิดเวลา
กานว่างสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง สายตาส่องสว่างราวกับไฟจนเจียงชิงไม่กล้ามองไปตรง ๆ
“ผมไม่ได้คิดขนาดนั้น…” เจียงชิงตื่นตระหนก “พี่เสียวเสี่ยวอยากร่วมการแข่งขัน เธอเองก็ฝึกฝนอย่างหนักเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์พี่ก็ปกป้องพวกเราได้เช่นกัน ไม่มีทางจะปล่อยให้พวกเราต้องบาดเจ็บ เรื่องที่พี่พูดไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก…”
พี่เสียวเสี่ยวมาร้องไห้ขอร้องเขา เขาย่อมปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?
มีศิษย์พี่อยู่ ข้อสันนิษฐานพวกนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริงหรอก
“ปกป้องงั้นเหรอ?” กานว่างตกตะลึง
เขาทำหน้าผิดหวังและหงุดหงิด ราวกับเพิ่งตื่นรู้โดยสมบูรณ์ “ฉันผิดเอง ฉันปกป้องพวกนายมากเกินไป เลยทำให้นายทำอะไรประมาทเลินเล่อ ไม่ยอมคิดให้มากเพราะว่าพอเกิดปัญหาก็จะมีฉันอยู่”
“นายกับหานเสียวเสี่ยวเป็นเพื่อนกันมาหลายปี การที่นายตอบรับคำขอของเธอเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่นายจะไม่คิดถึงนิกายไม่ได้ นายสามารถดูหมิ่นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของฉันได้ ฉันแน่ใจว่าฉันจะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับนาย แต่นายกลับไม่เคยคิดถึงความกตัญญูและความรู้สึกผิดที่ฉันมีต่อคุณเฝ่ย…”
ดวงตาของเจียงชิงเป็นสีแดงเมื่ออีกฝ่ายพูดเช่นนั้น แล้วรีบพูดแทรกเขา “ศิษย์พี่ ผมไม่ได้…”
ดูอยู่นาน เฝ่ยไป่ลู่ก็หัวเราะเยาะออกมา “เป็นศิษย์พี่ที่ดีจริง ๆ หน้าอกโดนแทงเป็นรู แล้วยังคิดจะปกป้องลูกติดสองคนที่งานแข่งขันอีก”
เจียงชิงมองไปที่ใบหน้าอันอ่อนแอและซีดเซียวของกานว่างอย่างว่างเปล่า และต้องตกใจเมื่อพบว่าตัวเองเอาแต่ปล่อยให้ศิษย์พี่เป็นฝ่ายปกป้องเท่านั้น
แต่ไม่สนใจเลยว่าภายใต้สภาพที่พละกำลังของเขาลดลงไปมากเช่นนี้ ศิษย์พี่จะได้รับบาดเจ็บจากการเข้าร่วมงานแข่งขันหรือไม่
ท่าทางของกานซินที่อยู่อีกด้านยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
เขาหยิบบัตรเชิญออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้เฝ่ยไป๋ลู่พร้อมรอยยิ้ม “ฉันขอเชิญเธอเข้าร่วมการแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าในนามของหัวหน้านิกายเก้าสวรรค์ เธอจะโยนพวกเขาทิ้งแล้วตั้งทีมของตัวเองก็ได้”
ในน้ำเสียงของเขามีความรังเกียจลูกศิษย์ตัวเองอยู่
เฝ่ยไป๋ลู่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “ถ้าฉันรับมา ก็ไม่ต้องเป็นศิษย์คุณใช่ไหมคะ?”
ไม่อย่างนั้นทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงต้องเข้าร่วมทีมกานว่างล่ะ
แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเธอสามารถตั้งทีมได้อย่างอิสระแล้ว?
ถ้าเอาออกมาเร็วกว่านี้ ศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนนี้จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันเรื่องโควตา
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง นี่เป็นสิทธิพิเศษของหัวหน้า” กานซินขยิบตาให้เฝ่ยไป๋ลู่ “ถ้าเธอต้องการก็สามารถทำได้ ฉันจะให้เธอเป็นศิษย์พี่คนโต และพวกเขาทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ”
เฝ่ยไป๋ลู่ตกใจกลัวมากจนปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำอีก “อย่าเลยค่ะ”
เธอยังอยากมีชีวิตอยู่อีกหลายปี
กานซินหัวเราะชอบใจเสียงดัง
เสียงหัวเราะที่กังวานดังก้องอยู่ในห้องผู้ป่วย ทำให้ศิษย์พี่ศิษย์น้อง กานว่างและเจียงชิงต่างมีอารมณ์ที่ซับซ้อน
โดยเฉพาะเจียงชิงที่ใบหน้าทั้งแดงทั้งขาว
เขาโวยวายไม่ยอมให้เฝ่ยไป๋ลู่ใช้โควตา
แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับหันหลัง สลัดพวกเขาทิ้ง แล้วไปตั้งทีมของตัวเอง
ตบหน้ากันเกินไปแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกอาจารย์ของตัวเองตบหน้าด้วย!
เจียงชิงจึงไม่กล้าหันไปมองหน้ากานซินเลย
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจว่าเจียงชิงจะรู้สึกอย่างไร เธอเพียงรับบัตรเชิญไป
ตัวอักษรปิดทองขนาดใหญ่ดึงดูดสายตา
‘งานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋า’
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้ปลายนิ้วลูบตัวอักษรนั้น
ตราประทับหยิน เธอตัดสินใจได้แล้ว
……
งานแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าจะเริ่มต้นภายในครึ่งเดือนนี้ ก่อนหน้านั้นเฝ่ยไป๋ลู่ต้องแก้ไขเรื่องของเวินสือเหนียนก่อน
ช่วงเวลานี้เธอยุ่งอยู่กับการถ่ายทอดสดและจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญ แต่เวินสือเหนียนเองก็ไม่ได้เร่งรัดเธอ
เฝ่ยไป๋ลู่เป็นพันธมิตรที่มีมโนธรรม เธอเป็นฝ่ายติดต่อเวินสือเหนียนก่อน
“คุณเฝ่ย เชิญทางนี้ครับ”
ขณะที่เจี่ยนต๋าเช่ากำลังชงชาให้เฝ่ยไป๋ลู่ เวินสือเหนียนก็นั่งรถเข็นลงมาจากชั้นบน
ดูเหมือนเขาเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ผมสีดำเปียกชุ่ม หยดน้ำหยดลงมาจากแก้มไหลมาถึงคาง แล้วหายไปในเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวในที่สุด
เสื้อคลุมอาบน้ำเปิดกว้าง เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าสุดเซ็กซี่และหน้าอกที่แข็งแกร่งของชายหนุ่มอย่างชัดเจน
พอถอดชุดสูทออกแล้ว ชายหนุ่มผู้เย็นชาและเคร่งขรึมดูจะนุ่มนวลขึ้นไม่น้อย และมีกลิ่นอายของการเกียจคร้านและการควบคุมอารมณ์มากขึ้นนิดหน่อย
เฝ่ยไป๋ลู่อดไม่ได้ที่จะถอนใจ ถ้าเขาสามารถยืนขึ้นได้ละก็ เสน่ห์ของเขาก็ไม่แพ้ดาราดังเลยทีเดียว
เธอมองเวินสือเหนียนหัวจรดเท้า พบว่าเขามีผิวที่ดีมาก จึงรู้ว่าเครื่องรางของเธอได้ผล
เฝ่ยไป๋ลู่พลันเอ่ยขึ้นว่า “ทำความสะอาดแล้วใช่ไหม? งั้นเริ่มกันเลยนะ”
เวินสือเหนียนส่งเสียงอืมอย่างไร้อารมณ์
มือที่รินน้ำชาของเจี่ยนต๋าช่าพลันสั่นเทา
พูดตรงขนาดนี้เลยหรือ? เขายังอยู่ตรงนี้นะ!
ดูจากคุณเฝ่ยที่อายุเท่านี้ ก็ไม่น่าจะใช่เวลาดุเหมือนหมาป่าเหมือนเสือเลยนี่นา!
“ชาล้นแล้ว” เสียงทุ้มลึกของคุณชายสามเวินดังขึ้นที่ข้างหูของเขา เจี่ยนต๋าเช่าจึงกลับมามีสติทันที
เขามองหน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยน้ำชาอย่างกระดากอายแล้วรีบขออภัย
อย่าโทษที่เจี่ยนต๋าเช่าคิดผิดเลย
ภาพที่คุณชายสามเวินอาบน้ำตอนกลางวันรอผู้หญิงมาหาที่บ้านมันทำให้ตนคิดไปไกลได้ง่ายจริง ๆ
เจี่ยนต๋าเช่ามีสายตาแปลก ๆ สายตาเย็นชาของเวินสือเหนียนกวาดตามองมาที่เขา คิ้วขมวดเล็กน้อย
ทันใดนั้นเจี่ยนต๋าเช่าก็เหงื่อเย็นออกเต็มตัว จนไม่กล้าอยู่ตรงนั้น เขารีบจัดการน้ำบนหน้าโต๊ะแล้วออกมา
เฝ่ยไป๋ลู่ลูบจมูกของเธอ เธอรู้สึกตลอดว่าเจี่ยนต๋าเช่ามองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะออกไป
บางทีอาจจะเป็นภาพลวงตาล่ะมั้ง?
เธอส่ายหัว ไม่อยากคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้อีกต่อไป แล้วเพ่งความสนใจไปที่ขาของเวินสือเหนียน