เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 92 องค์กรจะไม่ปล่อยแกไป
บทที่ 92 องค์กรจะไม่ปล่อยแกไป
“เมื่อกี้เกือบโดนแกหลอกแล้ว แกดูดดวงวิญญาณไม่ได้มากขนาดนั้นหรอก แหวนทองคำบนธงเรียกวิญญาณทำได้แค่ระบุตำแหน่ง”
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มบาง ๆ “ดังนั้นถึงฉันจะตีแกจนตาย ก็ไม่มีเกิดอะไรขึ้นต่อคนบริสุทธิ์เหล่านั้น”
ดวงตาเฝ่ยไป๋ลู่ลึกล้ำ ราวกับสามารถมองเข้าไปในหัวใจของผู้คนได้ ชายชราหรี่ตาลงแล้วจับธงเรียกวิญญาณไว้แน่น ธงขยับทั้ง ๆ ที่ไม่มีลม ราวกับมีอากาศที่ดำมืดกำลังสั่นไหว
ลูกปัด ระฆังและแผ่นโลหะที่ห้อยอยู่ด้านล่างสั่นสะเทือน ทำให้เกิดคลื่นเสียงที่เสียดแทงหูและทรงพลัง
เฝ่ยไป๋ลู่ยืนนิ่งไม่ไหวติง
ขณะที่ชายชรากำลังภาคภูมิใจที่ทำให้เธอตกใจได้ ทันใดนั้นร่างของเฝ่ยไป๋ลู่ก็หายวับ แล้วปรากฏตัวขึ้นด้านหลังชายชราในชุดคลุมสีเขียว
ทันใดฝ่ามือของเฝ่ยไป๋ลู่ประทับลงไปตรงหลังหัวใจของชายชราเต็ม ๆ
ชายชราเช็ดเลือดที่มุมปาก… บ้าจริง! ฉันประมาทเกินไป ลืมไปเลยว่าเธอสามารถวิชาข้ามท้องฟ้าได้!
เห็นว่าตัวเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฝ่ยไป๋ลู่ สายตาของชายชราดุร้ายขณะกัดปลายลิ้น เขากำลังใช้วิชาลับ ทำให้วิญญาณออกจากร่าง!
“คิดว่าจะหนีไปแบบนี้ได้เหรอ?” ร่างของเฝ่ยไป๋ลู่ส่งแสงวาบไล่ตามไป
ในป่าทึบด้านหลังหมู่บ้านหลิวตง
ชายชราปิดหน้าอก หันกลับมามองเป็นครั้งคราว เมื่อยืนยันแล้วว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ตามมา เขาก็วิ่งทุลักทุเลเข้าไปซ่อนตัวในกระท่อมไม้
ชายชราคิดว่าคงรอดจากหายนะครั้งนี้ได้แล้ว ทว่าก่อนที่เขาจะหายใจได้เต็มปอด เขาก็เจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง เมื่อก้มหน้าดู ก็เห็นธงเรียกวิญญาณแท่งหนึ่งแทงทะลุตัวเขาอยู่
เฝ่ยไป๋ลู่ค่อย ๆ ปรากฏตัว ใบหน้าราวกับน้ำค้างแข็ง
ชายชราคิดไม่ถึงว่าตนเองจะจบลงด้วยมือของสาวน้อยคนหนึ่ง ใบหน้าดุร้ายของเขาบิดเบี้ยว ก่อนที่จะตาย เขาขยี้บางอย่างบนตัวและพูดด้วยน้ำเสียงอาฆาตว่า “แก แก…องค์กรจะไม่ปล่อยแกไป ไม่นานแกจะต้อง…”
พูดไม่ทันจบก็ขาดใจ…
เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวเข้าไปตรวจสอบอย่างระมัดระวัง แล้วก็ได้เห็นมือที่ซ่อนอยู่ใต้ร่างนั่น ใช้เลือดเขียนคำว่า ‘ไป๋’ เอาไว้ เฝ่ยไป๋ลู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
แล้วก็จุดไฟ เผาร่างชายชรา
ทว่าไฟยังไม่ทันมอดดับ หัวใจของเฝ่ยไป๋ลู่ก็เต้นผิดจังหวะ ความรู้สึกถึงวิกฤตรุนแรงท่วมท้นขึ้นมาในใจ
หญิงสาวออกจากกระท่อมทันที เธอแนบตัวติดกับต้นไม้ และใช้วิชาปลอมตัวเป็นพืชพันธุ์พลางกลั้นหายใจ
ลมมืดมนพัดมาพลันร่างในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นที่กระท่อมไม้ ครั้นเห็นร่างและดวงวิญญาณของชายชราถูกเผา เขาก็พึมพำเสียงต่ำ “มาช้าไปก้าวเดียว…”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่กล้าเข้าไปใกล้เกินไป จึงได้ยินอย่างเลือนรางเหมือนกับว่าเขากำลังคุยอยู่กับใครสักคน “ใช่ เขาตายแล้ว…”
“ฉันขอให้เมืองเจียง…ระวัง…ต้องมั่นใจว่าแผนการจะราบรื่น…”
เมื่อชายชุดดำเห็นว่าที่เกิดเหตุไม่มีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ เขาจึงจากไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่กลับไม่กล้าขยับ เธอใช้วิชานี้จนถึงขีดสุด เหงื่อเย็นไหลออกมาบนหน้าผาก
ในป่าทึบอันเงียบสงบ เสียงนกร้อง “กู ๆ” ทันใดนั้นก็มีกระแสลมพุ่งออกมากลางอากาศ ทำให้ฝูงนกตื่นตกใจ
ชายชุดดำผู้นั้นแอบซ่อนตัวอยู่และยังไม่จากไปตามคาด!
เฝ่ยไป๋ลู่กลืนน้ำลาย รออยู่สักพัก กระทั่งแน่ใจว่าชายในชุดคลุมสีดำจากไปแล้วจริง ๆ จึงได้รีบกลับไปที่หมู่บ้านหลิวตง
ตอนนี้เวินสือเหนียนได้ช่วยกลุ่มพนักงานที่ถูกคุมขังและเจ้าของโฮมสเตย์ก็ออกมาแล้ว พอเฝ่ยไป๋ลู่รีบกลับมา แม้แต่น้ำยังไม่มีเวลาดื่ม เธอรีบดึงเวินสือเหนียน “พวกเรารีบกลับกันเถอะค่ะ”
เวินสือเหนียนเบนสายตาจากมือที่กำลังจับเขาเอาไว้ “เกิดอะไรขึ้น? คุณชอบที่นี่และอยากเที่ยวเล่นอยู่ที่นี่หลาย ๆ วันไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่เที่ยวแล้ว ไม่เที่ยวแล้วค่ะ เอาไว้มาครั้งหน้าก็ได้” ภัยคุกคามที่ชายชุดคลุมสีดำส่งถึงเธอรุนแรงเกินไป เฝ่ยไป๋ลู่จึงกลัวว่าเขาจะสังเกตเห็นว่าเธออยู่ในหมู่บ้าน
แสงสลัวลอดผ่านดวงตาเวินสือเหนียน แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เรียงอะไรอีก
หลังจากเฝ่ยไป๋ลู่ออกจากหมู่บ้านหลิวตงและกลับไปพักผ่อนที่บ้านสองสามวัน เธอถึงได้มีเวลาตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กล่าวคือตระกูลเฝ่ยจงใจหาเรื่องเธออีกแล้ว!
ฉวยโอกาสตอนที่เธอออกไปทำธุระ ใช้ประโยชน์จากรูปถ่ายที่เฝ่ยอวี้ซื้อมาในราคาหนึ่งแสนหยวน
แอ็กปล่อยข่าวที่ร่วมมือด้วยก็รอแทบไม่ไหวที่จะสร้างข่าวเท็จว่า เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้ถ่ายทอดสด เพราะถูกตำรวจจับและควบคุมตัวไว้เป็นเวลาห้าวัน
เปิดด้วยการนำเสนอภาพ แต่เนื้อหาข้างในแต่งขึ้นมาทั้งหมด
เฝ่ยไป๋ลู่พูดไม่ออก ดีที่มีชาวเน็ตสายตาเฉียบคม
[มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าพวกคุณมันคือแอ็กปล่อยข่าว ฉันละอยากจะหัวเราะ]
[ไม่กี่วันก่อนเพราะเรื่องของเหม่ยลี่น้อย เฝ่ยไป๋ลู่ยังถูกทางการขนานนามว่า บุคคลผู้มีความกระตือรือร้นอยู่เลย หลังจากนั้นไม่กี่วันถูกจับแล้วเหรอ? แต่งเรื่องต่อไปเลยนะ แล้วดูกันว่าฉันจะเชื่อหรือเปล่า?]
หากเฝ่ยอวี้ฉายละครเรื่องนี้เมื่อเดือนก่อน บางทีชาวเน็ตอาจจะยังเชื่อ
ทว่าหนึ่งเดือนมานี้ ตระกูลเฝ่ยซื้อแอ็กปล่อยข่าวและมือรับจ้างโพสต์จำนวนมาก โจมตีเฝ่ยไป๋ลู่หลายต่อหลายครั้ง เฝ่ยไป๋ลู่ก็ตอกกลับมาตลอด คราวนี้พอเห็นชื่อบัญชีที่คุ้นเคยของแอ็กปล่อยข่าว ชาวเน็ตก็ไม่โง่ และรู้โดยอัตโนมัติว่าเรื่องราวคืออะไร
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจ และไม่คิดอยากจะไปเกี่ยวข้องกับพวกตัวตลกเช่นตระกูลเฝ่ย
เฝ่ยอวี้ใช้เงินติดต่อกันหลายวันเป็นจำนวนมาก ผลลัพธ์คือไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แม้แต่เฝ่ยไป๋ลู่ก็ยังทำตัวเฉยชาต่อเขา จนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่
เฝ่ยชิงรั่วอ่านความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตแล้วถอนใจเงียบ ๆ “พี่คะ ครั้งหน้าพวกเราซื้อแอ็กปล่อยข่าวบัญชีใหม่เถอะค่ะ ใช้พวกนี้วนไปวนมา ชาวเน็ตไม่เชื่อแล้ว”
เฝ่ยอวี้โกรธจนทุบโต๊ะ “เธอคิดว่าฉันไม่อยากซื้อเหรอ? แอ็กปล่อยข่าวพวกนั้น ทันทีที่ได้ยินว่าให้ใส่ร้ายเฝ่ยไป๋ลู่ ไม่มีใครรับงานเลย! จะให้เท่าไหร่ก็ไม่รับ! ฉันก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว!”
[สตรีมเมอร์ที่คุณกำลังติดตาม ‘เฝ่ยไป๋ลู่’ กำลังออกอากาศ คลิกเพื่อเข้าชม…]
เฝ่ยอวี้ชะงักไปชั่วขณะ พลันความรู้สึกยินดีที่ซ่อนไว้ปรากฏขึ้นในใจ ในที่สุดเฝ่ยไป๋ลู่ก็นั่งไม่ติด และไลฟ์สดเพื่อชี้แจงเรื่องนี้แล้วใช่ไหม? ดูเหมือนเธอเองก็ไม่ได้ไม่สนใจอย่างที่คิดขนาดนั้น…
มือของเขาคลิกไปที่ห้องถ่ายทอดสดอย่างควบคุมไม่อยู่
ทว่าวินาทีต่อมา รอยยิ้มบนหน้าก็แข็งทื่อ
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้เป็นแบบที่เขาคาดไว้ เธอชี้แจงกับกล้องอย่างโมโห แล้วก็เริ่มการถ่ายทอดสดแบบเชื่อมต่อ “ชาวเน็ตที่ใช้ชื่อบัญชีว่า ‘เมฆบางลมเบา’*[1] โปรดรับการเชื่อมต่อด้วย”
ตอนนี้ไม่มีชาวเน็ตคนไหนพูดเรื่องข่าวปลอมเฝ่ยไป๋ลู่ต้องสงสัยจนถูกจับกุมเป็นเวลาห้าวันเลย
[เมื่อไหร่จะถึงตาฉันบ้างเนี่ย!]
[ชื่อนี้ รูปโปร์ไฟล์นี้ มองแล้วเหมือนที่พ่อตั้งเลย ทำให้ฉันคิดเลยนะว่าคนที่ได้รับเลือกคือพ่อของฉันน่ะ]
เฝ่ยอวี้รู้สึกเดียวดายอย่างมาก ราวกับว่ามีเขาเพียงคนเดียวที่สนใจเรื่องนี้
“เฮ้ ผู้ประกาศ*[2] ได้ยินหรือเปล่า?” อีกฝ่ายเป็นคุณลุงวัยกลางคนจริง ๆ เขามีไรผมที่ค่อนข้างน่ากังวล และมีหน้าผากวาววับจับตา
“ได้ยินแล้วค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่มองดูท่าทางอึกอักของชายคนนั้น แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยก่อนว่า “คุณมีเรื่องอะไรอยากจะพูดกับฉันเหรอคะ?”
“ฉันแซ่พาน ฉันได้ยินว่าผู้ประกาศสามารถดูฮวงจุ้ยและโหงวเฮ้งได้ ครั้งนี้ฉันเลยอยากจะเชิญคุณให้มาช่วยดูหน่อยว่ามีฮวงจุ้ยไม่ดีในบ้านฉันหรือเปล่า? ลูกชายของฉันพูดเสมอเลยว่าบ้านมีผีสิง…” พานซิ่งเย่พูดอ้อมค้อม ที่จริงเขาต้องการพูดว่าอยากเชิญเฝ่ยไป๋ลู่มาปราบผี แต่กลัวว่าคำหลักที่ใช้จะกระตุ้นให้ถ่ายทอดสดไม่ได้ ดังนั้นจึงใช้คำว่าฮวงจุ้ยแทน
“ขอดูแผนผังในบ้านได้หรือเปล่าคะ? ยังไงก็ตามช่วยเล่าสถานการณ์ ‘ผีสิง’ ให้ฉันฟังด้วยค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว
พานซิ่งเย่ถือโทรศัพท์ และค่อย ๆ ขยับให้เห็นด้านในของบ้านอย่างละเอียด
เขากังวลจนผมร่วงไปบางส่วนแล้ว “อาทิตย์นี้มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นที่บ้านหลายครั้ง ลูกชายของฉันพูดตลอดเลยว่ามีผี ๆ สีหน้าของเขาดูไม่ดีเลย ง่วงซึมทั้งวัน ลักษณะท่าทางไม่สู้ดี ดูแล้วเหมือนถูกผีดูดพลังหยางออกไป”
“ของตกแต่งบ้านไม่มีอะไรผิดปกติค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่มองไม่เห็นพลังงานชั่วร้ายภายในบ้าน แต่เขาพูดถึงลูกชายตลอด หรือว่าลูกชายของเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งชั่วร้าย?
[1] เมฆบางลมเบา (云淡风轻) แปลว่า อากาศปลอดโปร่ง หรืออากาศดี
[2] ผู้ประกาศ : เนื่องจากผู้ใช้เป็นผู้สูงวัย จึงมีการปรับคำจากสตรีมเมอร์ เป็นผู้ประกาศ เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงวัยและบริบทของตัวละคร