เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2987 พบกันอีกครั้ง / ตอนที่ 2988 ถานฮ่าวเทียน
ตอนที่ 2987 พบกันอีกครั้ง
“เจ้านายของเจ้าเป็นโรคใจสั่นใช่หรือไม่” หมอถาม
“โรคใจสั่น?” องครักษ์ชะงัก ก่อนส่ายหน้า “ไม่นะขอรับ! นายท่านของข้าไม่เคยเป็นโรคใจสั่น แต่ก่อนไม่เคยมีสถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเลย”
หมอเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนอธิบายว่า “แต่จากที่เจ้าบอก เจ้านายของเจ้าเกิดอาการใจสั่นเพราะอารมณ์พลุ่งพล่าน แต่ก่อนไม่มี อาจเพราะไม่เคยเกิดอาการแบบนี้ขึ้น ครั้งนี้อาจอาการก กำเริบเพราะได้รับแรงกระตุ้น”
“แต่ว่า นายท่านรองไม่ได้…” องครักษ์ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกหมอพูดแทรกก่อน
“เจ้าไม่เข้าใจหรือ แต่ก่อนไม่มีไม่ได้แปลว่าร่างกายของเขาไม่มีโรคแฝง แต่ก่อนไม่มีอาการกำเริบเป็นเพราะไม่เคยถูกกระตุ้นอารมณ์ หรืออาจเป็นเพราะครั้งนี้ถูกกระตุ้นอารมณ์อย่างรุนแรง งจึงเป็นเหตุให้เกิดโรค สรุปก็คือ อาการของเจ้านายของเจ้าตอนนี้ก็คือโรคใจสั่นกำเริบ”
องครักษ์ได้ฟังก็ตะลึง ก่อนจะครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “นายท่านรองของข้าเป็นอย่างไรบ้าง มีอันตรายหรือไม่ แล้วเขาจะฟื้นเมื่อใด”
“ฟื้นหรือ? หึๆ เรื่องนี้พูดยาก โรคใจสั่นส่วนมากเป็นโรคที่เกิดจากอิทธิพลภายนอก จิตใจไม่สงบบวกกับอารมณ์พลุ่งพล่าน อาการของเขาค่อนข้างชัดเจน เจ้ารีบบอกตระกูลของเจ้าเถอะ ให้ค คนมารับกลับไปเสีย! หากได้หมอดี บางทีอาจสามารถรักษาได้ หากหาหมอมารักษาไม่ได้ เกรงว่าจะต้องนอนหมดสติอย่างนี้ไปตลอด”
ฟังมาถึงตรงนี้ องครักษ์เริ่มร้อนใจ “ข้าจะแจ้งทางตระกูลให้ทราบทันที ท่านหมอช่วยจ่ายยาบรรเทาอาการของนายท่านรองให้ก่อนได้หรือไม่”
หมอครุ่นคิด จากนั้นก็พยักหน้า “ก็ได้!” พูดจบ ก็จ่ายเทียบยาให้เขา “เจ้าเอาเทียบยานี้ไปจัดยาเสีย! ต้มให้เขาดื่ม หากเขาไม่กลืนก็ให้ใช้วิธีกรอกปาก ถึงตอนนั้นก็ดูว่าอาการ รเป็นอย่างไร”
“ขอบคุณมาก” องครักษ์รีบขอบคุณ ก่อนจะส่งเขาออกไป จากนั้นก็หันไปมองนายท่านรองที่นอนอยู่บนเตียง เขารีบใช้ป้ายหยกส่งเสียงรายงานทางตระกูล
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วใช้ศิลาดาราจ่ายค่าสินค้าที่ประมูลมาได้ ก่อนผู้ดูแลที่ต้อนรับนางจะเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูเฟิ่ง นายท่านของข้าเชิญไปรวมตัวกันที่ชั้นหนึ่งขอรับ”
เฟิ่งจิ่วยักคิ้ว “นายท่านของเจ้า? ข้าไม่รู้จัก”
“ฮะๆ คุณหนูเฟิ่งไปถึงก็รู้จักเอง นายท่านของข้าบอกว่าเคยเจอคุณหนูเฟิ่งด้วย” ผู้ดูแลบอก ก่อนจะหันไปทำท่าผายมือให้นาง
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ก็ได้!” ก่อนจะเดินตามผู้ดูแลไป
ครั้นมาถึงชั้นบนและเข้ามาในห้องส่วนตัว ก็เห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างใน เขาก็คือเจ้าของลานขายทาสคนนั้นนั่นเอง
“คุณหนูเฟิ่ง พวกเราพบกันอีกแล้ว” ชายคนนั้นยิ้มๆ ลุกขึ้นทำท่าผายมือใหเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินไป “ที่แท้ก็คุณชายถาน! นึกไม่ถึงว่าหอประมูลนี่จะเป็นธุรกิจของท่านด้วย”
“นั่นเป็นเพราะคุณหนูเฟิ่งบังเอิญมาเยือนธุรกิจของข้าพอดี จะว่าไปแล้ว นี่ก็เป็นพรหมลิขิตเหมือนกัน” เขายิ้มขณะนั่งลง ก่อนจะรินสุราให้เฟิ่งจิ่วแล้วบอกว่า “เชิญ”
เฟิ่งจิ่วจิบสุราหนึ่งคำ ก่อนถามว่า “ไม่ทราบว่าท่านหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ” นางสังเกตรอบๆ อย่างไม่ยี่หระ
“ที่จริงข้าอยากร่วมมือกับคุณหนูเฟิ่ง ไม่ทราบคุณหนูเฟิ่งสนใจหรือไม่” เขามองหญิงชุดแดงที่อยู่ใกล้แค่ตรงหน้า มองดวงตาและเรียวคิ้วที่งดงามดุจภาพวาดของอีกฝ่าย ทุกอิริยาบถและ รอยยิ้มสง่างามน่าหลงใหล เห็นแล้วก็อดสายตาไหวระริกไม่ได้”
………………………………….
ตอนที่ 2988 ถานฮ่าวเทียน
“ร่วมมือ?” เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก “ข้าไม่มีอะไรจะร่วมมือกับท่าน”
“ฮะๆ คุณหนูเฟิ่งปฏิเสธเร็วเกินไปแล้ว ฟังข้าพูดให้จบก่อน” เขายิ้มก่อนอธิบายว่า “ข้ารู้ว่าคุณหนูเฟิ่งมีประวัติไม่ธรรมดา ความสามารถโดดเด่น เพียงแต่แค่เมืองสี่ทิศคงไม่พอให้แสดงคว วามสามารถ เทียบกับวรยุทธ์ระดับเซียนสวรรค์แล้ว ผู้แซ่ถานคิดว่าทักษะการเล่นแร่แปรธาตุระดับผู้สูงศักดิ์โอสถของคุณหนูเฟิ่ง น่าจะมีโอกาสได้เฉิดฉายมากกว่านี้”
เขายกแก้วสุราขึ้นมาจิบ ควงแก้วสุราในมือเล่น ก่อนบอกว่า “และหอประมูลของเรา สามารถทำให้ชื่อผู้สูงศักดิ์โอสถของคุณหนูเฟิ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้ คุณหนูเฟิ่งคิดว่าอย่างไร”
“ก็ไม่คิดว่าอย่างไร” เฟิ่งจิ่วดื่มสุรา บอกว่า “หากไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ข้าขอตัวก่อน” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะวางแก้วสุราลง ลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้อเบาๆ แล้วเดินออก กไป
ชายหนุ่มลุกขึ้น บอกว่า “ข้าส่งท่านก็แล้วกัน!”
เฟิ่งจิ่วชะงักเท้าแล้วเอียงหน้ามองชายหนุ่มที่สาวเท้ายาวๆ ตามมาแวบหนึ่ง อีกฝ่ายยิ้มแล้วบอกว่า “แม้จะไม่ได้ร่วมมือกัน พวกเราก็ยังเป็นสหายกันได้” เอ่ยจบ เขาก็ทำท่าผายมือ อ แล้วส่งนางกลับด้วยตนเอง
ตอนที่เดินออกไปข้างนอก ชายหนุ่มยิ้ม “จริงสิ ลูกค้าที่นั่งข้างคุณหนูเฟิ่งเมื่อครู่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคใจสั่น ตอนนี้หมดสติอยู่ แต่องครักษ์ของเขารายงานทางบ้านให้ทราบแล้ว”
“ข้าไม่รู้จักเขาเสียหน่อย บอกข้าแล้วจะมีประโยชน์อะไร” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างเมินเฉย พอมาถึงข้างนอกก็เห็นอาวุโสเหมยนั่งรออยู่บนรถลากกวางวิญญาณ จึงหันไปพยักหน้าให้คนข้างๆ เล็กน น้อย “ขอตัว”
เห็นเฟิ่งจิ่วสาวเท้าเดินออกไป สายตาของเขาไหวระริก เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างแช่มช้า “ข้าชื่อถานฮ่าวเทียน”
เฟิ่งจิ่วชะงักเท้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงเดินไปที่รถลากกวางวิญญาณต่อ
อาวุโสเหมยลงจากรถลาก มองถานฮ่าวเทียนแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบเก้าอี้มาให้เฟิ่งจิ่วเหยียบ พลางหัวเราะเบาๆ “คุณหนู ท่านออกมาโรยดอกท้อข้างนอกเช่นนั้นหรือ หากท่านผู้นั้นที่อยู่ใน นจวนเห็นสายตาของคนผู้นี้ที่มองท่าน เดาว่าคงจะต้องมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “ท่านเคยเจอท่านผู้นั้นในจวนด้วยหรือ?” เฟิ่งจิ่วเดินเข้ามานั่งในรถม้า อาวุโสเหมยเองก็ก้าวเท้าขึ้นรถลาก และขับรถจากไป
“เคยเจอๆ ข้าเคยเจอพวกท่านตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในจวนแล้ว” อาวุโสเหมยยิ้มตาหยี “พวกท่านสองคนเหมาะสมกันมาก แต่ข้าสงสัยนัก เหตุใดพวกท่านไม่ร่วมห้องกัน?”
เฟิ่งจิ่วนั่งพิงหลับตาทำสมาธิอยู่ในรถ ตอนที่ได้ยินคำถามนี้ นางลืมตามองออกไปข้างนอก ก่อนตอบอาวุโสเหมยผ่านผ้าม่านที่กั้นไว้ “ท่านสนใจมากเกินไปแล้ว ดูท่าคงว่างมากไป”
“อะแฮ่ม” อาวุโสเหมยกระแอมเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “คุณหนู เมื่อครู่ประมูลอะไรมาได้บ้างหรือไม่”
“อืม ได้มาสองสามอย่าง” นางหลับตาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“คุณหนู ด้านหลังพวกเรามีคนสะกดรอยตามมาสองสามคน ท่านนั่งให้ดี ข้าจะเพิ่มความเร็วเพื่อสลัดพวกเขา” อาวุโสเหมยกล่าว ก่อนที่รถลากสัตว์วิญญาณจะเคลื่อนตัวเร็วขึ้น
เฟิ่งจิ่วเตือนว่า “ที่นี่เป็นถนนใหญ่ อย่าขับเร็วเกินไปจะได้ไม่ชนคน ชะลอความเร็วแล้วมุ่งหน้าออกนอกเมือง”
“ได้!” อาวุโสเหมยรับคำ ก่อนจะชะลอความเร็ว ขับรถม้ามุ่งหน้าออกไปนอกเมือง ครั้นมาถึงถนนใหญ่นอกเมือง เขาจอดรถลาก ก่อนหันไปพูดว่า “คุณหนู เหมือนจะไม่ได้มีคนตามมาแค่กลุ่มเดียว ท่ านจะออกมาดูหน่อยหรือไม่”
“ท่านจัดการให้เรียบร้อยก็พอ” เฟิ่งจิ่วตอบ ไม่ได้คิดจะออกไปแต่อย่างใด