เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2989 คนต่างถิ่น / ตอนที่ 2990 ความคิดชั่ว
ตอนที่ 2989 คนต่างถิ่น
อาวุโสเหมยมุมปากกระตุก กล่าวว่า “คุณหนู เหมือนว่านี่จะไม่ใช่หน้าที่ของข้านะ!” ทำไมเขากลายเป็นคนขับรถที่ต้องคุ้มกันนางไปแล้วเล่า?
ทว่า เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในรถกลับไม่พูดอะไร ราวกับหลับไปแล้ว
ในเวลานี้เอง ชายฉกรรจ์ปิดหน้าจำนวนหนึ่งกระโดดออกมา “คนในรถ ออกมา!” พวกเขาเห็นว่ามีแค่ชายชราคนเดียวที่เป็นคนขับรถ ในรถก็มีแค่ผู้หญิงชุดแดงคนเดียว ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ได้เห็น พวกเขาอยู่ในสายตา
“หึๆ พวกเจ้ามาจากต่างถิ่นกระมัง” ชายชราลูบหนวดและหัวเราะในลำคอ
คนพวกนั้นได้ยินก็ตะคอกชายชราอย่างดุดัน “ตาแก่ ไม่อยากตายก็รีบไสหัวไป!”
“โธ่ คำพูดนี้ข้าน่าจะเป็นคนพูดกับพวกเจ้ามากกว่านะ พวกเจ้ารีบไปเสียตอนนี้เถอะ! ไปตอนนี้ยังเอาชีวิตรอดได้ หากไม่ไปตอนนี้ อีกเดี๋ยวคงเอาชีวิตรอดได้ยากแล้ว” ชายชราส่ายหน้า ถอ อนหายใจเบาๆ “ก็มีแค่คนจากต่างถิ่นเท่านั้นที่กล้าทำอะไรนาง พวกเจ้าคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วสินะ”
“รนหาที่ตาย!”
ถูกตาแก่ที่ไหนไม่รู้สั่งสอนเช่นนี้ ชายฉกรรจ์หนึ่งในนั้นเดือดดาลขึ้นมา กุมกระบี่พุ่งเข้ามา แต่ใครจะรู้ กระบี่ที่พุ่งแทงเข้ามากลับถูกดีดออกไปเสียงดังแกร๊ง คมกระบี่ถูกกระแ แสพลังขุมหนึ่งดีดออกไป เสียงดังหึ่งดังก้อง ทำให้ชายคนนั้นกุมกระบี่ไม่อยู่
“เคร้ง!”
กระบี่ในมือหล่นลงบนพื้น ชายคนนั้นตกตะลึง เขาถอยหลังไปหลายก้าว มองอาวุโสเหมยเหมือนเห็นผี “จะ เจ้า…”
“ไปหรือไม่? หากไม่ไปข้าจะส่งพวกเจ้าเองแล้วนะ” อาวุโสเหมยกล่าว ขณะที่รวมพลังกลางฝ่ามือตั้งท่าจะซัดออกไป ก็เห็นชายฉกรรจ์คนนั้นอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบพากลุ่มชายปิดหน้าถอ อยทัพโดยเร็ว
กลุ่มคนสองกลุ่มที่อยู่ในที่มืดเห็นก็อดเบิกตากว้างไม่ได้ แค่นี้เองหรือ? พวกเขาคิดว่าคนกลุ่มนั้นจะแย่งรถลากกวางวิญญาณคันนั้น และของที่หญิงชุดแดงประมูลมาเสียอีก นึกไม่ถ ถึงชายชราคนนั้นยังไม่ทันลงมือ คนพวกนั้นก็หนีไปแล้ว!
ทว่า ชายชราคนหนึ่ง เหตุใดจึงทำให้พวกเขาตกใจกลัวขนาดนั้น?
ชั่วขณะหนึ่ง คนที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กัน ส่วนเฟิ่งจิ่วรู้ว่าชายชราปล่อยคนพวกนั้นไป จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบออกมาจากข้างในรถ “ท่านกลัวว่าข้าจะมีปั ญหาไม่มากพอหรือ? หรือจงใจจะสร้างศัตรูให้ข้ากันแน่? ไม่รู้หรือว่าปล่อยพวกเขาไปอย่างนี้ ต่อไปจะกลายเป็นภัย?”
“พวกเขาไม่น่าจะกล้ามาอีก” อาวุโสเหมยว่า ก่อนถอนหายใจ “พลังของข้าแข็งแกร่งเกินไป จะให้ข้าลงไม้ลงมือก็กระไรอยู่นี่นา! หากคนอื่นรู้จะว่าว่าข้ารังแกเด็กเอาได้”
เฟิ่งจิ่วเดินลงจากรถลากวิญญาณ เดินทอดน่องบนถนนภูเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ ก่อนพูดขึ้นว่า “ก็ได้ ในเมื่อท่านพูดขนาดนี้แล้ว ข้าจะให้ท่านดูหน่อยก็แล้วกัน!”
“ดู? ดูอะไร?” ชายชราถามอย่างแปลกใจ
เฟิ่งจิ่วไม่ได้พูดอะไรมาก นางเพียงหันไปพูดกับคนที่ซ่อนอยู่ในที่มืด “ในเมื่อไม่ไป อย่างนั้นก็ออกมาเถอะ!”
คนสองกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ตะลึงเล็กน้อย พวกเขาตามมาตั้งแต่หอประมูลแล้ว ไม่กล้าเผยกลิ่นอายแม้แต่น้อย แต่นางรู้ได้อย่างไร?
ตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไร นางก็รู้แล้ว ซ่อนตัวต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ด้วยเหตุนี้คนสองกลุ่มนั้นจึงโฉบตัวออกมา ทันทีที่ออกมาพวกเขาถือกระบี่พุ่งใส่เฟิ่งจิ่ว ยังมีคนตะโกนว่า “กวางวิญ ญญาณทองม่วงสองตัวนั้นก็เป็นสมบัติล้ำค่ามากเหมือนกัน!”
เห็นพวกเขาพุ่งเข้ามา อาวุโสเหมยมองพวกเขาอย่างสังเวช พริบตาต่อมา เงาร่างโฉบไหว เขาตีต้นคอคนพวกนั้นจนหมดสตินอนกองอยู่บนพื้น “เฮ้อ! ข้าก็บอกแล้ว พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ งข้า ยังคิดจะสู้กับข้าอีก? นี่มันต่างอะไรจากมาหาเรื่องเจ็บตัวถึงที่กันเล่า?”
………………………………….
ตอนที่ 2990 ความคิดชั่ว
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเหล่าคนที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยกับอาวุโสเหมยว่า “ดูไม่ออกเลยว่าท่านจะเป็นคนมีเมตตาอย่างนี้”
“ฮะๆ ที่จริงข้าแค่คิดว่าพวกเขาไม่ได้มีพิษภัยอะไรกับพวกเรามาก แค่สั่งสอนสักหน่อยก็พอแล้ว” อาวุโสเหมยหัวเราะในลำคอ ขณะเอ่ยอย่างนั้น ก็เห็นเฟิ่งจิ่วเดินเข้าไปก้มตัวลง ค้นตัว วและยึดเอาของของคนพวกนั้นมา
เห็นอย่างนั้น เขามุมปากกระตุก “ท่านมีเงินมากมายขนาดนี้แล้ว ยังแย่งของคนอื่นอีกหรือ?”
“คนพวกนี้เดิมทีก็ตั้งใจจะแย่งของที่ข้าประมูลมาอยู่แล้ว หากแค่ตีพวกเขาสลบ บทเรียนนี้ก็เบาเกินไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ท่านไม่เคยได้ยินคำว่าล้มละลายหรือ?” เฟิ่งจิ่วเอ่ยด้วยส สีหน้าเหมือนเป็นเรื่องปกติ พลางค้นทรัพย์สินบนตัวพวกนั้นมาเก็บใส่ห้วงมิติจนหมด
อาวุโสเบ้ปาก พูดเบาๆ ว่า “จากที่ข้าเห็น ท่านดูเหมือนโจรมากกว่า”
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ “การเก็บสะสมทรัพย์สินเป็นงานอดิเรกของข้า โดยเฉพาะคนที่ล่วงเกินข้า ข้าไม่เกรงใจ” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง “ฉะนั้นจะให้ดีท่านก็อ อย่ามีความคิดชั่วๆ เล่า ไม่อย่างนั้น ท่านเองก็จะล้มละลายด้วยเช่นกัน”
อาวุโสเหมยหัวใจกระตุกวูบ เขาลูบหนวดหัวเราะแห้งๆ “ข้าจะมีความคิดชั่วๆ อะไรได้? ท่านอย่าคิดอะไรไร้สาระ ข้าพูดจริงๆ นะ!” ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ก็ได้ยินเสียงสาวเท้าเร็วๆ มาทางนี้ เขาเอียงหน้าไปมองทางนั้น ก็เห็นว่าเป็นผู้ฝึกตนสามสิบสี่คนมุ่งหน้ามาทางนี้
“นะ นี่คงไม่ได้มาเล่นงานเราหรอกกระมัง?” อาวุโสเหมยกระพริบตาปริบๆ
“ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า?” เฟิ่งจิ่วย้อนถามอย่างไม่สะทกสะท้าน มองคนพวกนั้นด้วยหางตา
“เมื่อกี้ที่ท่านบอกว่าจะให้ข้าดู ก็คือพวกนั้นหรือ? ท่านรู้ว่าพวกเขาจะไปพาคนมา?”
อาวุโสเหมยขมวดคิ้วมองคนพวกนั้น รู้สึกว่าจิตใจคนเราเปลี่ยนผันยากหยั่งถึงจริงๆ เขาไว้ชีวิตพวกนั้น เพื่อให้พวกนั้นรอด แต่นึกไม่ถึงว่าพวกนั้นกลับไปหาคนมารุมโจมตีพวกเขาเพิ่ ม เขาไม่ได้ออกมาหลายปีแล้ว โลกเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วหรือ?
เฟิ่งจิ่วเดินไปนั่งอยู่นอกรถลากกวางวิญญาณ เธอมองคนพวกนั้นอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ คล้ายไม่กลัวจะถูกรุมโจมตีเลยแม้แต่น้อย ก็จริง ยังไม่พูดถึงวรยุทธ์ของเธอ แค่วรยุทธ์ของอาว วุโสเหมยก็รับมือคนพวกนี้ได้สบายแล้ว
คนพวกนี้เพียงไม่นานก็พาคนกลับมาล้อมโจมตี เธอเดาว่าคงไม่ได้ขออนุญาตจากเบื้องบนมาก่อน ไม่อย่างนั้น แค่สืบข่าวเล็กน้อยก็รู้แล้ว มีหรือจะทำพลาดเรื่องโง่ๆ อย่างนี้ได้?
ถานฮ่าวเทียนชวนเธอไปร่วมงานด้วย บอกว่าจะทำให้ชื่อเสียงผู้สูงศักดิ์โอสถของเธอดังเลื่องลือไปทุกที่ ที่จริงสำหรับเธอจะมีชื่อเสียงเลื่องลือหรือไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือ เธ ธอปกป้องคนที่อยากปกป้องได้ และได้ทำสิ่งที่อยากทำ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ตั้งแต่ที่พวกเขาขึ้นบันไดสู่แดนเซียนและมาถึงที่นี่ จะทำอะไรล้วนเอิกเกริกใหญ่โตเสมอมา นั่นเพื่อจะได้ลงหลักปักฐานที่เมืองสี่ทิศแห่งนี้อย่างมั่นคงได้โดยเร็ว ตอนนี้เวลาสั้นๆ เ เพียงไม่กี่เดือน ทุกกลุ่มอำนาจในเมืองแห่งนี้รู้จักพวกเขาในระดับหนึ่งแล้ว และไม่กล้ามาล่วงเกินโดยง่าย อย่างน้อยเธอก็รู้ว่า พวกเขาตั้งหลักและฝึกตนอยู่ที่เมืองสี่ทิศแห่งน นี้ได้โดยที่ไม่มีใครกล้าทำอะไรพวกเขา เท่านี้ก็พอแล้ว
มีแค่คนจากต่างถิ่นที่ไม่ดูตาม้าตาเรือเท่านั้น ที่จะวิ่งมารนหาที่ตายอย่างนี้ เธอไม่คิดว่าตนเองเป็นคนดีแต่อย่างใด สำหรับคนที่คิดจะทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอไม่เคยปรานีเลยแม้ แต่ครั้งเดียว
“นางอยู่นั่น! โสมหยกเลือดถูกนางประมูลไป” ชายคนหนึ่งชี้เฟิ่งจิ่ว และหันไปพูดกับชายที่ค่อนข้างสูงวัยคนหนึ่ง เพียงแต่ พอเขาเห็นอาวุโสเหมย สายตายังคงมีแววหวาดกลัว