เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2993 พลาดกิน / ตอนที่ 2994 ให้ยาในเก้าหนทอง
ตอนที่ 2993 พลาดกิน
ทั้งสองมองอาวุโสเหมย ก่อนถามว่า “อาจารย์ของพวกเราอยู่หรือไม่”
“อยู่ๆ วันนี้นางอยู่บ้านทั้งวัน ข้าจะพาพวกท่านเข้าไป” อาวุโสเหมยยิ้มตาหยี เชิญพวกเขาเข้ามาในจวน ก่อนจะปิดประตูและนำทางพวกเขาไปที่ห้องโถงด้านหน้า
“ฮะๆ พวกท่านนั่งรอก่อน ข้าจะไปเชิญนางมา” อาวุโสเหมยเอ่ย จากนั้นก็สั่งบ่าวรับใช้ด้านนอกยกชาเข้ามาให้ ก่อนที่เขาจะไปที่เรือนของเฟิ่งจิ่ว
ตอนที่เหลิ่งหวาเดินมาที่ลานบ้านด้านหน้า บังเอิญเจอสาวรับใช้ที่กำลังยกน้ำชามา ได้ยินว่าในจวนมีแขกและคล้ายจะเป็นลูกศิษย์ของนายท่าน จึงรับชาจากสาวรับใช้ก่อนยกเข้าไปให้ด้ วยตนเอง
มาถึงที่ห้องโถง เห็นชายวัยกลางคนสองคนนั่งอยู่ข้างใน คนทั้งสองใส่เสื้อผ้าสีเทา ดูแล้วไม่มีอะไรโดดเด่น แต่บุคลิกกลับไม่ธรรมดา
“ทั้งสองท่านดื่มชาก่อนเถอะ!” เหลิ่งหวายิ้มและยกน้ำชาเข้าไปให้ ขณะเดียวกันก็แอบสังเกตพวกเขาอย่างเงียบๆ
ซื่อเชวียกับมู่ซินเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาก็ชะงักไปเล็กน้อย อดจ้องพิจารณาเหลิ่งหวาไม่ได้ เห็นอีกฝ่ายโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นบุคลิก รูปร่างหน้าตาหรือแม้แต่วรยุทธ์ จึงถามขึ้ นว่า “เจ้าชื่ออะไร”
“ข้าชื่อเหลิ่งหวา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนพูดขึ้นอีกว่า “เป็นพ่อบ้านในจวน”
สายตาของทั้งสองไหวระริก พ่อบ้าน? อายุน้อยขนาดนี้มาเป็นพ่อบ้านแล้ว? ทั้งสองเห็นอาจารย์ของพวกเขายังไม่มา จึงนั่งพูดคุยกับเหลิ่งหวาอยู่ในห้องโถง
ขณะเดียวกัน ที่เรือนหลัง เฟิ่งจิ่วกำลังจัดยาอยู่ในลานบ้านเพื่อทำการทดลอง อาวุโสเหมยสาวเท้าเข้ามาเร็วๆ “คุณหนู ด้านหน้ามีแขกมาสองคน คนหนึ่งบอกว่าชื่อซื่อเชวีย อีกคนบอกว ว่าชื่อมู่ซิน มาหาอาจารย์ของพวกเขา!”
เฟิ่งจิ่วกำลังง่วนอยู่กับงานในมือ จึงตอบโดยไม่เงยหน้าว่า “ให้พวกเขานั่งรอสักครู่ ข้าเสร็จธุระแล้วจะออกไป”
อาวุโสเหมยเงยหน้า ไม่ได้ออกไปในทันที แต่หันไปถามด้วยความฉงน “ของเหล่านี้คืออะไรหรือ”
“ท่านลองดูก็รู้เอง”
อาวุโสเหมยเดินเข้าไปดมกลิ่นอย่างทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว เห็นว่ายังมียาหลากสีจำนวนหนึ่งวางไว้ข้างๆ จึงถามว่า “เหล่านี้เป็นยาอะไรอีก เหตุใดสีจึงได้แปลกเช่นนี้”
เขาอยู่ในจวนไม่เคยได้ยินเสียงเวลาเฟิ่งจิ่วหลอมยา น่าจะเป็นขนมว่างกระมัง? ลูกอม? หรือยา? หรือว่ายาพิษ?
เขาครุ่นคิด อดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาดูเม็ดหนึ่ง เพ่งมองอยู่ครู่ใหญ่ก็ยังดูไม่ออกว่าเป็นอะไร แต่กลับมีกลิ่นหอมสดชื่นมาก เวลานี้เอง เขาเพ่งมองพลางก้าวถอยหลังไปด้วย จู่ๆ ไม่ร รู้ไปเหยียบสิ่งใดเข้า เท้าลื่นทำให้เอนล้มไปข้างหลัง ยาหลุดออกจากมือ เขาอ้าปากอุทานด้วยความตกใจ ยาปลิวอยู่กลางอากาศก่อนจะตกเข้าไปในปาก
“อึก!” เขากลืนน้ำลาย ดวงตาเบิกกว้าง สองมือบีบคอทำท่าอยากจะคายยาออกมา
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านหนึ่งตะลึง อดที่จะหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ “ข้าไม่รู้เลยว่าท่านอยากจะลองยาจนทนไม่ไหวอย่างนี้!”
อาวุโสเหมยกลืนน้ำลาย รู้สึกว่ายาในปากละลายไปแล้ว เขาอดถามอย่างร้อนรนไม่ได้ “คุณหนู ข้าเพิ่งกินยาอะไรไปน่ะ มีสรรพคุณอะไร?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านกินยาอะไรเข้าไป ข้ายังไม่ทันได้ดูเลย” เฟิ่งจิ่วบอก มองเขายิ้มๆ “อีกอย่างนี่ล้วนเป็นยาที่ข้าหลอมขึ้นมาใหม่ ระดับค่อนข้างต่ำ ข้ายังไม่ทันไ ได้ลองยาเลย! ไม่รู้ว่ามีฤทธิ์อย่างไรบ้าง”
ได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่ว อาวุโสเหมยกลืนน้ำลาย บอกว่า “นี่น่าจะไม่ใช่ยาพิษ เพียงแต่มันมีฤทธิ์อย่างไรก็ไม่รู้?”
………………………………….
ตอนที่ 2994 ให้ยาในเก้าหนทอง
“ไม่ใช่พิษ วางใจเถอะ! เป็นแค่ยาเท่านั้น ส่วนจะมีฤทธิ์อย่างไรนั้น ท่านรออีกเดี๋ยวพอออกฤทธิ์ก็จะรู้เอง” นางยิ้มบอก ก่อนจะจัดเก็บยาเหล่านั้นตามสีของมัน
อาวุโสเหมยได้ฟังอย่างนั้นก็รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี “ข้าดมเล็กน้อย แล้วก็ใช้ลิ้นแตะผงของมันนิดหน่อย น่าจะไม่เป็นไรกระมัง”
“ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหรอก จุดนี้วางใจได้”
เฟิ่งจิ่วยิ้มก่อนลุกขึ้น มองชายชราแวบหนึ่ง จากนั้นก็สะบัดชายเสื้อเอาผงยาที่เลอะออกจากตัว “ข้าไปดูก่อน ท่านกลับไปพักสักหน่อยก็พอ ค่ำๆ หากยาออกฤทธิ์แล้วค่อยบอกข้า”
อาวุโสได้ฟังอย่างนั้นก็ลอบกลืนน้ำลาย แม้แต่นางเองก็ยังไม่รู้ว่ายานี้มีฤทธิ์อะไร? นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนกลืนยาลงไปเอง อดที่จะรู้สึกว่าเหมือนตนเองเป็นคนโง่ไม่ได้
เขากลับห้องของตนเองไปด้วยหัวใจอันกระสับกระส่าย คิดว่าแทนที่จะรอให้ยาค่อยๆ ออกฤทธิ์ ไม่สู้ขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณเร่งให้ยาออกฤทธิ์เร็วๆ ดีกว่า จะได้รู้ว่ามันเป็นยาอะไร รกันแน่
ในอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่เดินไปด้านหน้าเข้าไปในห้องโถง สามคนที่อยู่ในห้องโถงลุกขึ้นยืน
“นายท่าน” เหลิ่งหวาขานเรียก ก่อนจะถอยไปยืนด้านหนึ่ง
“ศิษย์คารวะอาจารย์” ซื่อเชวียกับมู่ซินก้าวเข้าไปคารวะ มองนางที่อยู่ตรงหน้า
“นั่งเถอะ!” นางพยักหน้าให้พวกเขานั่งลง ส่วนตนเองก็เดินไปยังที่นั่งสูงสุด
เหลิ่งหวาถอยออกไป ผ่านไปไม่นานก็เดินกลับเข้ามาใหม่ รินน้ำชาให้นาง จากนั้นก็ถอยไปยืนเงียบๆ อยู่ด้านหนึ่ง
“อาจารย์ อยู่ที่นี่เคยชินหรือไม่ ตระกูลใหญ่ต่างๆ ทำให้ท่านลำบากใจหรือไม่” ซื่อเชวียถามอย่างเป็นห่วง ขณะที่ในใจกลับครุ่นคิดว่าอาจารย์เรียกพวกเขามามีเรื่องอะไรกันแน่? หรือมีอะ ะไรจะกำชับ?
“พอไหว” เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะมองทั้งสอง จากนั้นก็พลิกฝ่ามือ หยิบยาสองเม็ดยื่นให้เหลิ่งหวามอบให้พวกเขา
ทั้งสองชะงักงัน “อาจารย์ นี่คือ…”
“นี่ก็คือยาในเก้าหนทองที่ข้าเพิ่มส่วนผสมของหญ้าหิมะพันปีเข้าไป ให้พวกเจ้าพกไว้คนละเม็ดก็แล้วกัน! ยาในเก้าหนนี้ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษหนักขนาดไหน หรือแม้ก กระทั่งหากคนที่สิ้นลมแล้วกินเข้าไป ก็ล้วนมีประสิทธิภาพฟื้นคืนชีพได้ เพียงแต่จำต้องให้คนที่สิ้นลมไปไม่นานกินเท่านั้น หากตายไปนานแล้ว กินไปก็ไร้ประโยชน์”
ทั้งสองได้ยินก็สั่นสะท้านไปทั้งใจ มือที่หยิบยานั้นก็พลันสั่นไปด้วย ก่อนจะอุทานเสียงหลง “นะ…นี่มันยาในเก้าหนทองที่กินแล้วฟื้นคืนชีพได้?”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนยกน้ำชาขึ้นมาจิบหนึ่งคำ เอ่ยอย่างแช่มช้าว่า “หากถูกฟันตายโดยตรง ย่อมช่วยไม่ได้ แต่หากตายเพราะพิษบาดแผลอันสาหัส ขอเพียงร่างกายยังอ อุ่นอยู่ หากกินเข้าไปก็ยังได้ผล ทำให้คนกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง
นี่เป็นยาที่กินแล้วฟื้นคืนชีพได้ มีค่ามาก ฉะนั้นข้าจึงใช้ขี้ผึ้งห่อชั้นนอกไว้ จะได้สามารถกักเก็บกลิ่นหอมและฤทธิ์ยาไม่ให้สลายหายไป แม้ตกน้ำก็ไม่ละลาย ยาสองเม็ดนี้ พวกเจ้ ารู้กันเองก็พอ อย่าให้คนในสำนักพวกเจ้ารู้”
ทั้งสองลุกขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อาจารย์วางใจ พวกข้าจะรักษายานี้ไว้ให้ดี”
ยาที่ฝืนลิขิตฟ้าอย่างนี้ หากแพร่งพรายออกไป เกรงว่าคงจะมีแต่คนมาแย่งชิง พวกเขาย่อมไม่กล้าให้คนรู้ อย่างไรเสียหากมียาอย่างนี้อยู่ ก็เหมือนมีอีกหนึ่งชีวิตเพิ่มขึ้นมา