เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2995 ขาดการติดต่อ / ตอนที่ 2996 ขายหน้า
ตอนที่ 2995 ขาดการติดต่อ
“อาจารย์ ที่จริงพวกข้ามาครั้งนี้ นอกจากมาเพราะอาจารย์เรียกแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะบอกท่านด้วย” ทั้งสองเอ่ยขึ้น พวกเขากลับไปนั่งที่พลางเก็บยาไว้อย่างดี เอ่ยไป สีหน้า ของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดไปด้วย
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองพวกเขา ก่อนถามขึ้น “เรื่องอะไร ว่ามาเถอะ!”
ทั้งสองชะงักเล็กน้อย มองหน้ากันแวบหนึ่ง มู่ซินใช้ศอกกระทุ้งซื่อเชวีย เป็นเชิงบอกให้เขาเป็นคนพูด ส่วนตนเองนั่งเหยียดหลังตรง หยิบแก้วชาขึ้นมาจิบเพื่อสงบอารมณ์
พวกเขาคารวะอาจารย์ยังไม่นาน และไม่ได้กตัญญูต่อนางมากนัก นึกไม่ถึงอาจารย์ของพวกเขากลับเตรียมยาที่ล้ำค่าขนาดนี้ไว้ให้พวกเขา จำต้องบอกว่า สำหรับพวกเขาแล้วนี่เป็นเรื่องที่ สะเทือนใจมาก
กี่ปีแล้ว? กี่ปีแล้วที่ไม่มีใครทำอย่างนี้เพื่อพวกเขา จำต้องบอกว่าอยู่ในสำนักเซียนพวกเขาเป็นผู้อาวุโส อยู่ในตระกูลพวกเขาเป็นบรรพชน มีเพียงพวกเขาที่ต้องทำเพื่อสำนักเซียน ทำเพื่อตระกูล มีน้อยคนมากที่คิดจะทำอะไรเพื่อพวกเขาบ้าง
ซื่อเชวียมองมู่ซินแวบหนึ่ง ลอบด่าในใจ ‘ตาเฒ่านี่ ชอบโยนมาให้ข้าทุกครั้งเลย ตัวเองกลับนั่งดื่มชาอยู่ข้างๆ’
เขากระแอมปรับเส้นเสียงครั้งหนึ่ง ก่อนจะมองเฟิ่งจิ่วแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คืออย่างนี้ หลังจากรับภารกิจและออกนอกสำนักเซียนไป หวันเหยียนเชียนหวาก็ขาดการติดต่อไปเลย อาจารย์ของนาง งติดต่อนางไม่ได้ จึงคาดเดาว่าอาจจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น แม้จะไม่แน่ใจ แต่เรื่องนี้ลือกันไปทั่วสำนักแล้ว ข้าคิดว่าควรบอกเรื่องที่หวันเหยียนเชียนหวาขาดการติดต่อกับอาจารย์ ของนางให้ท่านทราบก่อน”
เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ขาดการติดต่ออย่างนั้นหรือ ภารกิจที่นางรับอันตรายมากหรือ แล้วนางไปที่ไหน เหตุใดจึงขาดการติดต่อ พวกเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนาง”
“บรรดาศิษย์ในสำนักเซียนล้วนมีป้ายหยกชีวิตเป็นของตนเอง สองวันก่อนป้ายหยกชีวิตของนางหม่นแสงลง กอปรกับติดต่อนางไม่ได้ ครบกำหนดวันที่ควรกลับมาแล้วก็ยังไม่เห็นเงาคน ด้วยเหตุ นี้จึงคาดเดาว่านางอาจพบเจออันตรายอยู่ข้างนอกนั่น”
ซื่อเชวียอธิบาย ก่อนพูดเสริมอีกว่า “ตอนลงจากเขาพวกข้าสอบถามแล้ว รู้มาว่าภารกิจที่นางออกไปทำครั้งนี้คือไปเก็บวิญญาณร้ายที่หมู่บ้านห่างไกลแห่งหนึ่ง ภารกิจนี้สำหรับนางน น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่อาจจะเจออะไรอย่างอื่นเข้าก็เป็นได้”
เฟิ่งจิ่วครุ่นคิดเงียบๆ ก่อนบอกว่า “พวกเจ้าเอาสถานที่ทำภารกิจในครั้งนี้ และจุดสุดท้ายก่อนจะขาดการติดต่อ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้าเถอะ!” เงียบไปครู่หนึ่ง นางเอ่ยอีกว ว่า “ใช่แล้ว ยังมีข่าวเรื่องตระกูลของนางทางนี้อีก”
พอนางเอ่ยประโยคนี้ออกไป ซื่อเชวียกับมู่ซินหันไปมองนางพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “อาจารย์ต้องการทราบเรื่องนั้นไปทำไมหรือ” คงไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดหรอกกระมัง?
“นางเป็นพี่สาวร่วมสาบานของข้า ตอนนี้เกิดเรื่องกับนาง ข้าย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย วันนี้พวกเจ้าพักที่นี่ก่อนเถอะ! จัดเรียงข้อมูลเสร็จแล้วค่อยเอามาให้ข้า”
“แต่ว่า สถานที่ที่วิญญาณร้ายอยู่เป็นป่าลึก อาจารย์ไม่เหมือนกับหวันเหยียนเชียนหวา นางเป็นคนของเผ่าวิญญาณอยู่แล้ว ไม่เกรงกลัวสิ่งเหล่านั้น แต่หากเป็นอาจารย์ เกรงว่า…” พวกเขา าอดเป็นห่วงไม่ได้ เดิมทีผู้หญิงเป็นธาตุหยินอยู่แล้ว หากยังไปสถานที่อย่างป่าลึกอีก เกรงว่าแม้จะมีวรยุทธ์สูงอีกแค่ไหนก็ยากจะแสดงความสามารถได้
“ไม่เป็นไร” เฟิ่งจิ่วโบกมือ
ทั้งสองได้แต่ถอนหายใจ รู้อย่างนี้พวกเขาคงไม่บอกแล้ว แต่หากไม่บอก ภายหน้าอาจารย์รู้เข้า เกรงว่าคงจะตำหนิพวกเขา แต่หากเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ พวกเขา าเองก็ยากจะปัดความรับผิดชอบได้เช่นกัน
มู่ซินกล่าวหลังจากครุ่นคิด “อาจารย์ หากจะไป จำต้องมีเพื่อนร่วมเดินทางหนึ่งคน”
………………………………….
ตอนที่ 2996 ขายหน้า
“หืม?” เฟิ่งจิ่วหันไปมองเขา
“ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสเสวี่ยอวี้ติดต่อคนในตระกูลหวันเหยียนเชียนหวา ได้ยินมาว่าตระกูลของพวกเขาส่งคนมาแล้ว และคนคนนี้ยังเป็นลุงสิบสามของหวันเหยียนเชียนหวาด้วย ความสามารถ ของคนผู้นี้ไม่ธรรมดา หากร่วมเดินทางไปกับเขา อย่างน้อยพวกข้าก็วางใจได้บ้าง”
เฟิ่งจิ่วไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับ “ก็ดีเหมือนกัน อย่างนั้นพวกเจ้าจัดการเรื่องนี้ให้ทีก็แล้วกัน!”
“ขอรับ” ทั้งสองรับคำ ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
เหลิ่งหวาจัดแจงที่พักในจวนให้พวกเขาสองคน ทั้งสองเองก็พักอยู่ที่นี่หนึ่งวัน จัดเรียงข้อมูลทั้งหมดเสร็จแล้วก็มอบให้เฟิ่งจิ่ว ก่อนจะกลับไปในวันถัดมา บอกว่าจะกลับไปดูลาดเลา าเรื่องหวันเหยียนสิบสามคนนั้น
วันนี้ เฟิ่งจิ่วพาเสี่ยวห้าวเอ๋อร์เดินเล่นในสวนดอกไม้ ขณะกำลังสอนเขาเดิน จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางอุทานออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เหลิ่งหวา สองวั นนี้ไม่เห็นอาวุโสเหมยเลยนี่นา!”
“ไม่เห็นจริงๆ ขอรับ สองวันนี้เขาอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมา” เหลิ่งหวาตอบ ก่อนถามว่า “นายท่านจะหาเขาหรือ ข้าจะไปเรียกเขาให้”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ก่อนอธิบายว่า “วันนั้นเขาพลาดกินยาเม็ดหนึ่งของข้าเข้าไป นั่นเป็นยาที่ข้าผสมเสร็จแต่ยังไม่ได้ทดลอง ไม่รู้ว่ามีฤทธิ์อย่างไร” นางอุ้มเสี่ยวห้าวเอ๋อร์ขึ้นมา “ไปดูหน่อยเถอะ! ดูว่าเป็นยาอะไรกันแน่ถึงทำให้เขาไม่ออกจากห้องเลยอย่างนี้”
ด้วยเหตุนี้ นางจึงอุ้มเสี่ยวห้าวเอ๋อร์เดินไปที่เรือนของอาวุโสเหมย โดยมีเหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาเดินตามหลังไปด้วย
เวลานี้เอง อาวุโสเหมยที่อยู่ในห้องกำลังนั่งลูบหัวอันโล้นเลี่ยนของตนเองอยู่ข้างเตียงด้วยหน้าตาอันเศร้าโศก ชั่วข้ามคืน ผมของเขาก็ร่วงหมดหัว หนำซ้ำยังเงาวับไม่ต่างจากคั นฉ่อง ลูบดูแล้วก็เรียบลื่นไปหมด
เขาหยิบคันฉ่องที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาส่อง ตาเฒ่าในนั้นหัวโล้นทั้งหัว ดูแล้วแปลกตายิ่งนัก เห็นอย่างนั้นเขาก็อดตีมือตนเองไม่ได้ “ใครใช้ให้มืออยู่ไม่นิ่ง! ครั้งนี้ดีเสี ยอีก กลายเป็นตาเฒ่าหัวล้านแล้ว แล้วข้าจะไปเจอผู้คนได้อย่างไร ความปราดเปรื่องที่สั่งสมมาทั้งชีวิตของข้าหายไปในพริบตาแล้ว”
ขณะเขากำลังพึมพำอย่างไร้สตินั้นเอง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก จึงรีบวิ่งลงจากเตียงไปดูที่หน้าต่าง พอเห็นว่าใครมาก็ร้อนใจขึ้นมา
“พวกเขามาทำไม สภาพข้าอย่างนี้ สภาพอย่างนี้…” เขาเดินกลับไปกลับมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่ในห้อง มองหาสิ่งของไปทั่วห้อง สุดท้ายก็หยิบเสื้อผืนหนึ่งมาคลุมหัวเอาไว้
“อาวุโสเหมย? เหตุใดไม่ออกมาข้างนอก ท่านหลบอยู่ข้างในทำไมกัน” เฟิ่งจิ่วถามขณะที่ตัวก็เดินเข้ามาในลานบ้านแล้ว
“คุณหนู ท่านมาได้อย่างไร หาข้ามีธุระอะไรหรือ” อาวุโสเหมยถามจากข้างใน
“ข้ามาดูท่านว่าเป็นอย่างไรบ้าง ออกมาเถอะ! กินยาของข้าเข้าไป อย่างน้อยก็ต้องให้ข้าดูว่ายานั้นมีฤทธิ์อย่างไร” เฟิ่งจิ่วนั่งลงที่โต๊ะหินในลานบ้าน พลางหยอกเล่นกับเสี่ยวห ห้าวเอ๋อร์ไปด้วย
ฟังเสียงข้างนอก อาวุโสหมยถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู พอมาถึงข้างนอก เห็นว่าเด็กทารกก็อยู่ด้วย จึงเดินเข้าไป “กลายเป็นอย่างนี้ไปแล้ว ท่านดูเอาก็แล้วกัน!” เขาชี้ไปที่หัวของ งตนเองที่ใช้เสื้อคลุมไว้
“ท่านเอาเสื้อคลุมไว้ทำไม?” เฟิ่งจิ่วตะลึง “คงไม่ใช่ว่าผมร่วงหมดหัวแล้วกระมัง?”
อาวุโสเหมยเม้มปาก เอาเสื้อที่คลุมหัวไว้ออก ก่อนจะพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็ร่วงหมดหัวไปแล้วน่ะสิ ท่านดู ร่วงหมดจนมีสภาพอย่างไรแล้ว ซ้ำยังโล้นลื่นขนาดนี้ น่าขายหน้าจะตายแล ล้ว”
เฟิ่งจิ่วตะลึงงัน ก่อนจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ “เหตุใดจึงร่วงหนักขนาดนี้ เป็นเพราะยาเม็ดนั้นหรือ”