เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3001 โชคดี / ตอนที่ 3002 เป็นไปไม่ได้
ตอนที่ 3001 โชคดี
“บอลของข้า!”
เด็กน้อยอายุห้าหกขวบที่อยู่ในอ้อมกอดของหญิงวัยกลางคนทำลูกบอลผ้าหลุดมือกลิ้งออกไป เขารีบสลัดมือของหญิงวัยกลางคนออก ก่อนจะสาวเท้าป้อมๆ วิ่งตามลูกบอลออกไป แต่กลับไม่เห็นว่ าสัตว์ร้ายฝูงนั้นใกล้ประตูเมืองเข้ามาแล้ว อีกทั้งยังไม่ลดความเร็วลงเลยด้วย
“เฮยหวา!”
หญิงวัยกลางคนร้องเสียงหลง หน้าซีดไปทั้งดวง วิ่งเข้าไปอุ้มลูกชายโดยไม่คิด แต่ในขณะที่นางวิ่งเข้าไปอุ้มลูกนั้นเอง สัตว์ร้ายที่เป็นจ่าฝูงซึ่งเด็กหนุ่มขี่อยู่ก็ย่างเหยียบเข้ามา าแล้ว
ชั่วพริบตาที่เท้าหน้าของสัตว์ร้ายกำลังจะเหยียบลงบนร่างของหญิงวัยกลางคนและลูกชาย ผู้คนรอบข้างพากันสูดหายใจและกรีดร้องด้วยความตกใจ
เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้ว กำลังคิดจะเข้าไปช่วย แต่ยังไม่ทันสาวเท้าออกไปร่างกายก็แข็งค้างอยู่กับที่ นางมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาไหวระริก เห็นเพียงหญิงวัยกลางคนอุ้มลูกชายกลิ้งหลบ บออกมาจากอุ้งเท้าของสัตว์ร้ายตัวนั้น นางกลิ้งไปอีกด้านหนึ่ง ราวกับมีคนผลักสองแม่ลูกออกไปเพื่อช่วยชีวิตพวกเขาจากอุ้งเท้าของสัตว์ร้าย
บางทีในสายตาของคนอื่น อาจเห็นว่าสองแม่ลูกหนีจากอุ้งเท้าของสัตว์ร้ายได้ทัน แต่ในสายตาของนาง กลับเห็นว่ามีวิญญาณสองดวงคุ้มครองพวกเขาอยู่ และผลักพวกเขาสองแม่ลูกไปอีกด้า าน
วิญญาณ? วิญญาณร้าย?
ความคิดผุดขึ้นมาในสมอง นางหันไปมองหวันเหยียนสิบสาม หวันเหยียนสิบสามเห็นสายตาของนางก็ถลึงตากลับ ถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “มองข้าทำไม เจ้าต้องสำนึกไว้เสียบ้าง! หากไม่ใช่ว่า ามีข้าอยู่ด้วย เมื่อกี้เจ้าแย่แน่!”
“ได้ ข้ารู้แล้ว ข้าจะสำนึก” นางยิ้มพร้อมรับคำ
หวันเหยียนสิบสามได้ยินอย่างนั้นก็ตั้งใจจะสั่งสอนอีกสักสองสามประโยค แต่กลับพูดไม่ออก ได้แต่ถลึงตา แม่หนูน้อยคนนี้เชื่อฟังกันตั้งแต่เมื่อใด?
“สองแม่ลูกนั่นโชคดีจริงๆ นึกว่าจะโดนเหยียบตายเสียแล้ว!”
“นั่นสิ สถานการณ์อย่างนั้นก็ยังรอดมาได้ ดวงแข็งจริงๆ”
“หากช้าอีกหน่อย สองขาหน้าของสัตว์ร้ายคงจะเหยียบอยู่บนร่างของพวกเขาสองแม่ลูกแล้ว หากถูกสัตว์ร้ายตัวนั้นเหยียบ อย่างไรก็ต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย”
“นั่นสิๆ! เกือบไปแล้วจริงๆ โชคดีที่พวกเขาสองแม่ลูกดวงยังไม่ถึงฆาต”
ฟังเสียงพูดคุยถกเถียงกันของคนรอบข้าง กอปรกับเห็นหญิงวัยกลางคนที่ลุกขึ้นด้วยใบหน้าซีดเผือด เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ หันไปพูดกับหวันเหยียนสิบสามที่อยู่ข้างๆ ว่า “พวกเราไปดูในเมืองว่ ามีอะไรอร่อยๆ ให้กินไหมกันดีกว่า!”
“ไปกันเถอะ!”
หวันเหยียนสิบสามเอ่ย ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปในเมือง ขณะเดียวกัน หลังจากที่กลุ่มเด็กหนุ่มชุดหรูขี่สัตว์ร้ายเข้าไป บนพื้นก็เหลือไว้เพียงรอยเท้าของฝูงสัตว์ร้ายที่วิ่งเข ข้าไปในเมือง
แม้เมืองเล็กๆ แห่งนี้จะไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้เล็กมาก ทั้งสองเดินเข้ามาในเมืองก็พบว่าในนี้รุ่งเรืองไม่น้อย แผงลอยข้างทางกำลังร้องหาลูกค้า ร้านค้าสองข้างทางค้าขายกันอย่า างคึกคัก
ทั้งสองเดินอยู่บนถนนใหญ่ หลังจากเดินวนอยู่รอบหนึ่ง หวันเหยียนสิบสามเดินไปที่หอสุราแห่งหนึ่ง พร้อมพูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “ที่นี่ดูไม่เลว กินที่นี่แหละ!”
เฟิ่งจิ่วเดินตามเขาเข้าไปในหอสุรา หาที่นั่งตรงมุมห้องชั้นหนึ่ง เห็นเขาอ้าปากก็สั่งอาหารมาสิบกว่าอย่าง เฟิ่งจิ่วตะลึงงันไปชั่วขณะ
“สั่งอาหารเยอะขนาดนั้น พวกเรากินหมดหรือ” พวกเขามีกันแค่สองคน กินอาหารสิบกว่าอย่างไม่หมดหรอกกระมัง?
หวันเหยียนสิบสามเหลือบมองนางแวบหนึ่ง ก่อนบอกว่า “เจ้าตัวเล็กนิดเดียวกินได้ไม่เยอะ แต่ข้าไม่เหมือนกัน”
………………………………….
ตอนที่ 3002 เป็นไปไม่ได้
เฟิ่งจิ่วรินสุราดื่ม เห็นอาหารถูกยกมาอย่างต่อเนื่อง หวันเหยียนสิบสามม้วนแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มกิน ไม่มีการสงวนท่าทีเลยแม้แต่น้อย เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาและเ เริ่มกินด้วย
“ท่านมีศัตรูใช่หรือไม่”
จู่ๆ นางก็ถามขึ้น อาหารที่กำลังจะถูกคีบเข้าปากถูกลดลง ก่อนจะมองหน้าหวันเหยียนสิบสามแล้วถาม
หวันเหยียนสิบสามที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยได้ฟังอย่างนั้นก็บอกว่า “อยู่ข้างนอกนี้ใครบ้างไม่มีศัตรู เจ้าถามทำไม” พูดจบ เห็นนางวางตะเกียบลงและมองหน้าเขาอย่างสงสัย เขาก็คี บอาหารกินต่อพลางถามว่า “ทำไม เจ้าไม่กินหรือ อาหารพวกนี้ไม่ถูกปากพวกเจ้ารึ”
“อาหารพวกนี้ถูกวางยา” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน
“แค่กๆ!”
เขาสำลักอาหารในทันที รีบวางตะเกียบลงแล้วยกมือหนาขึ้นเช็ดปาก ก่อนถามเสียงสูงว่า “เจ้าว่าอย่างไรนะ”
“ข้าบอกว่า อาหารพวกนี้ถูกคนวางยา” เฟิ่งจิ่วพูดต่อ หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารดมๆ ดู สุดท้ายก็วางกลับที่เดิม
“เป็นไปไม่ได้! ข้า…” เขายังพูดไม่ทันจบ ก็รู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ โดยเฉพาะกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างกายเหมือนกำลังจะสลายหายไป ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนราง
เขาสะบัดหัว ถลึงตาจ้องเฟิ่งจิ่ว “เจ้ารู้แล้วทำไมไม่เตือนข้า!”
“อยากเตือนนะ แต่เห็นท่านกินไปเยอะขนาดนั้นจึงคิดว่าช่างเถอะ อย่างไรเสียก็ไม่ใช่พิษ เป็นแค่ยาเท่านั้น” เฟิ่งจิ่วเผยยิ้มออกมา เห็นเขาที่ใกล้จะล้มลงไปแล้ว นางพลิกฝ่ามือ ยา าเม็ดหนึ่งปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ ยื่นมือรินสุราให้เขาหนึ่งแก้ว ขณะเดียวกันยาเม็ดนั้นก็ลื่นลงไปในแก้วสุราด้วย
“ดื่มเสียเถอะ!” นางบอกเขา
เห็นดังนี้ หวันเหยียนสิบสามจึงรับแก้วสุราไป จากนั้นก็ดื่มสุราที่ผสมยาไว้เข้าไปโดยไม่ถามอะไรมาก เขาลองขับเคลื่อนลมปราณเพื่อเร่งฤทธิ์ยา ก็รู้สึกว่าเมื่อสุราผสมยาถูกกลื นลงท้องไป ในร่างกายเกิดอาการร้อนวูบวาบ ไอร้อนขุมนั้นเคลื่อนไหวอยู่ในร่างกาย ทำให้กลิ่นอายพลังวิญญาณที่สลายหายไปก่อนหน้าเริ่มกลับมามั่นคง แม้แต่สติที่เลือนรางก็เริ่มกลับม มาชัดเจนแล้ว
“เสี่ยวเอ้อร์!”
หวันเหยียนสิบสามตบโต๊ะเสียงดัง ทำเอาสะท้านสะเทือนไปทั้งชั้นหนึ่ง แขกเหรื่อต่างก็หันมามองทางนี้
“ลูกค้า มีอะไรหรือ” เสี่ยวเอ้อร์รีบวิ่งมาถาม พลางปลอบขวัญแขกคนอื่นๆ ไปด้วย
“ข้าจะไม่พูดมากแล้ว มา เจ้ามากินดูสักสองสามคำ” หวันเหยียนสิบสามจ้องสองคนนั้น จากนั้นก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์เข้ามา
เสี่ยวเอ้อร์ตกใจจนหน้าซีดตัวสั่น ได้ยินอย่างนั้นก็ทำได้เพียงชิมอาหาร จากนั้นก็ถามว่า “ลูกค้า อาหารไม่ถูกปากใช่หรือไม่”
“ให้เจ้ากินก็กิน พูดมากทำไม!” เขาแค่นเสียงหนักๆ สีหน้าเคร่งเครียด หน้าตาดุดัน ทำให้เสี่ยวเอ้อร์ไม่กล้าพูดมาก รีบหยิบตะเกียบขึ้นมาลองชิมอาหารบนโต๊ะทันที
“ลูกค้า อาหาร…อาหารนี้ไม่มีปัญหานี่นา” รสชาติอร่อยมาก แล้วมันอย่างไรกันแน่? แต่ทว่าขณะที่เขาเอ่ยจบประโยค เขาก็ซวนเซ ก่อนจะล้มตึงลงไป
“พลั่ก!”
พอเสี่ยวเอ้อร์ล้มลงไป เถ้าแก่ตกใจ “นะ…นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
“เกิดอะไรขึ้น? ข้ายังอยากถามเจ้าอยู่เลย! พูด! เมื่อครู่ใครเข้าไปในครัว? กล้าวางยาข้า?” เขาตบโต๊ะเสียงดัง ลุกขึ้นมองตาขวางด้วยอารมณ์เดือดดาล