เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3005 รนหาที่ตายหรือ / ตอนที่ 3006 ศพขนเขียว
ตอนที่ 3005 รนหาที่ตายหรือ
เห็นเขาพลิกฝ่ามือ ธงเล็กสีแดงด้านหนึ่งเปลี่ยนเป็นธงเล็กสีดำ เขาเงื้อมือขึ้น ดวงวิญญาณมากมายนับไม่ถ้วนลอยออกมา รูปร่างใหญ่กว่าดวงวิญญาณที่ลอยขวักไขว่อยู่ในอากาศพวกนั้นหนึ่งเท่า
เห็นเพียงวิญญาณเหล่านั้นอ้าปากกลืนกินวิญญาณเล็กๆ พวกนั้น ผ่านไปไม่นานก็จัดการวิญญาณที่ลอยขวักไขว่อยู่ในอากาศไปจนเกลี้ยง เวลานี้เอง ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำก็ก้าวออกมา ท่อนเหล็กกลมสีดำพุ่งโจมตีหวันเหยียนสิบสามพร้อมพลังแฝง
“วืด!”
กระแสพลังอันดุดันแหวกผ่านอากาศ หวันเหยียนสิบสามหลบการโจมตีของอีกฝ่าย ท่อนเหล็กกลมเส้นนั้นฟาดลงบนโต๊ะที่อยู่ข้างๆ
“ปัง!”
เสียงดังสนั่น พละกำลังมหาศาลทำให้โต๊ะตัวนั้นแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ท่อนเหล็กกลมตวัดฟาดอีกครั้ง ไล่โจมตีหวันเหยียนสิบสามไปติดๆ พละกำลังนั้นเต็มไปด้วยพลังแฝง ทำให้เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในเกราะป้องกันอดเลิกคิ้วไม่ได้
คนคนนี้ตวัดกระบองเหล็กได้ไม่เลวเลย ตวัดออกไปแต่ละครั้งเต็มไปด้วยพลังแฝง หากตีลงบนตัวคน เกรงว่ากระดูกคงแหลกละเอียด หนำซ้ำแม้จะถือกระบองยาวไว้ในมือก็ยังสามารถโจมตีได้ว่องไวถึงเพียงนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดาเลย
“พี่รอง ท่านระวังหน่อย ข้ายังไม่ได้ลงมือเลยนะ!”
หญิงงามนางนั้นเอ่ยเสียดสี น้ำเสียงชั่วร้ายแต่กลับแฝงรอยยิ้มไว้หลายส่วน ดวงตาเย็นชาจับจ้องไปที่หวันเหยียนสิบสามที่กำลังประมือกับชายชราและชายฉกรรจ์ ยิ้มบอกว่า “ไม่เสียทีที่เป็นคนของตระกูลหวันเหยียน มีความสามารถดังคาด ไม่นึกเลยว่าจะสู้กับพี่ใหญ่และพี่รองได้หลายกระบวนท่าขนาดนี้”
มือที่ม้วนปอยผมเล่นของนางขยับไหว ผมเส้นหนึ่งพุ่งใส่หวันเหยียนสิบสาม ปลายผมเส้นนั้นเหมือนเข็มพิษที่สะท้อนแสงสีดำมะเมื่อม
“ฟิ้ว!”
ผมเส้นนั้นยืดยาวออกไปประมาณสามจั้งในชั่วพริบตา เพราะมันเส้นเล็กมาก เสียงแหวกอากาศจึงไม่ค่อยดังเท่าใดนัก กอปรกับหวันเหยียนสิบสามกำลังประมือกับสองคนนั้น จึงไม่ทันสังเกตเห็นเข็มพิษที่พุ่งแทงมาจากทางด้านหลัง
ครั้นเห็นเข็มพิษเล่มนั้นใกล้จะถึงตัวหวันเหยียนสิบสาม เฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ในเกราะป้องกันตรงมุมร้านก็หยิบตะเกียบเล่มหนึ่งโยนออกไป ตะเกียบเล่มนั้นพุ่งทะลุเกราะป้องกันปะทะเข้ากับเข็มพิษจนเข็มเปลี่ยนทิศ
แรงสะเทือนจากเส้นผม รวมถึงทิศทางที่เบี่ยงเบนไปของเข็มพิษทำให้หญิงงามชุดดำตวัดสายตามามอง นางใช้สองมือสางผม ขยับนิ้วมือ ดึงผมเส้นนั้นกลับมา ก่อนจะตวัดสายตาไปที่เงาร่างสีเขียวตรงมุมห้อง
เดิมทีพวกเขาไม่เห็นเด็กหนุ่มชุดเขียวคนนี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย เพราะเป้าหมายของพวกเขาก็คือหวันเหยียนสิบสาม ตั้งแต่เริ่มแรก พวกเขาก็พุ่งเป้าความสนใจทั้งหมดไปที่หวันเหยียนสิบสามเพียงคนเดียว ทว่าเวลานี้ นางกลับต้องหันไปพิจารณาเด็กหนุ่มชุดเขียวอย่างละเอียดเสียแล้ว
ครั้นหันไปมอง ก็พบว่าเด็กหนุ่มชุดเขียวเองก็กำลังจ้องนางอยู่เช่นกัน นางบิดเอวเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเกราะป้องกัน ก่อนพูดขึ้นว่า “เจ้าโยนตะเกียบได้แม่นยำเชียวนะ! แต่ทำไมถึงซ่อนตัวอยู่ข้างในนั้นเล่า? ออกมาเถอะ! ออกมาเล่นกับข้าหน่อย” ขณะเอ่ย นางเอียงแก้มเล็กน้อย ดึงคอเสื้อลงนิดหน่อย เผยให้เห็นผิวนวลผุดผ่องราวหิมะ
เฟิ่งจิ่วเห็นดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น “ท่านป้าท่านนี้ ถึงเจ้าจะเปลือยกายต่อหน้าข้า ข้าก็ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น”
หญิงงามชุดดำสีหน้าชะงักค้าง นางยกมือลูบหน้าตนเอง ไม่นานไอเย็นก็กระจายออกมา จ้องเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาเย็นเยียบ “ท่านป้า? เจ้าหนู เจ้าอยากตายหรือ!”
………………………………….
ตอนที่ 3006 ศพขนเขียว
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ “เจ้าอยากจะฆ่าข้าหรือ? เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเจ้ามีปัญญาหรือไม่!”
หญิงงามชุดดำตวัดสายตาเกรี้ยวกราด ซัดฝ่ามือใส่เกราะป้องกัน การปะทะกันของพลังวิญญาณทำให้เกราะป้องกันส่งเสียงดังสนั่น หวันเหยียนสิบสามที่กำลังต่อสู้กับอีกสองคนอยู่ทางนั้นรีบหันกลับมามอง ครั้นเห็นเหตุการณ์ก็ตะโกนด่าทันที “เจ้าเบื่อชีวิตยืนยาวแล้วหรือ! อย่าไปยั่วโมโหหญิงบ้าคนนั้น!”
เฟิ่งจิ่วนั่งอย่างสบายใจ ยิ้มบอกว่า “ท่านห่วงตัวเองก่อนเถอะ! สองต่อหนึ่งนะ! หากเนื้อตัวเต็มไปด้วยสีสันคงดูไม่ดีแล้ว”
เห็นนางไม่กลัว หวันเหยียนสิบสามจึงไม่สนใจอีก แต่กลับคิดว่า เกราะป้องกันนั่นน่าจะรับมือไหว ตอนนี้เขาต้องจัดการสองคนนี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ทางเฟิ่งจิ่ว หญิงงามชุดดำตวัดฝ่ามือออกไป แต่กลับไม่สามารถทลายเกราะป้องกันของหวันเหยียนสิบสามได้ นางกัดฟัน จ้องเฟิ่งจิ่วแล้วท้าทายว่า “หึๆ! ข้าไปฆ่าหวันเหยียนสิบสามก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดการเจ้า! ตอนนั้นรอดูเถอะว่าเจ้าจะตายอย่างไร!” นางที่เตรียมจะเข้าไปร่วมวงต่อสู้ทางด้านนั้น กลับได้ยินเสียงของคนที่อยู่ในเกราะป้องกันดังขึ้นเสียก่อน
“อยากเล่นไม่ใช่หรือ คิดจะไปง่ายๆ อย่างนี้เลย?” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ หยิบตะเกียบเล่มหนึ่งขึ้นมา บอกว่า “ที่จริงข้านั่งตรงนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างเช่น แอบขว้างอาวุธลับออกไปเป็นระยะ เจ้าว่าฟังดูเป็นอย่างไรเล่า?”
เอ่ยจบ ตะเกียบที่นางกำลังควงเล่นอยู่พลันพุ่งทะลุเกราะป้องกันออกไปใส่ชายร่างกำยำ ตะเกียบที่พุ่งเข้าไปโดยไม่ทันตั้งตัวเล่มนั้นแทงทะลุมือข้างที่ถือกระบองเหล็กของชายฉกรรจ์ และเสียบคาอยู่อย่างนั้น เลือดสีแดงสดไหลออกมา พร้อมกับที่ชายฉกรรจ์ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เขาหันขวับ ตวัดสายตามองมา
“เจ้ามัวยืนอึ้งอะไรอยู่ ฆ่าเจ้าเด็กเปรตนั่นเสีย!”
ชายฉกรรจ์จ้องเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาเคียดแค้น กระบองเหล็กในมือกระแทกใส่เกราะป้องกันอย่างแรง เห็นเพียงพลังวิญญาณสองขุมปะทะกัน สุดท้ายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เพียงแต่เกราะป้องกันนั่นก็อ่อนลงด้วย
หญิงงามชุดดำเห็นอย่างนั้นก็แสยะยิ้ม นางหันไปมองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ในเกราะป้องกัน “เจ้าว่า เกราะป้องกันนี้จะปกป้องเจ้าได้อีกนานแค่ไหน”
เฟิ่งจิ่วเองก็ไม่พูดอะไร เพียงหันไปมองหวันเหยียนสิบสามประมือกับสองคนนั้น ดูท่าแล้ว หวันเหยียนสิบสามจะแข็งแกร่งกว่าคนทั้งคู่ ถึงแม้สู้กันแบบสองต่อหนึ่ง ยากที่จะรับมือก็จริง แต่หากสู้กันต่อไปเรื่อยๆ ก็คงจะจัดการสองคนนั้นได้ไม่ยาก
เพียงแต่ สิ่งที่ทำให้นางคิดไม่ถึงก็คือหลังจากที่ชายชราถือไม้เท้าหัวกะโหลกถูกโจมตีจนถอยร่นออกไปนั้น เขาจ้องไปที่หวันเหยียนสิบสามก่อนขว้างของสิ่งหนึ่งออกไป ของสิ่งนั้นกลายเป็นควันจางๆ ลอยขึ้นด้านบน ไม่นานควันจางๆ กลุ่มนั้นก็หายไป ก่อนกลายเป็นหุ่นเชิดร่างกายกำยำสูงใหญ่สองตัว
หุ่นเชิดสองตัวนั้นมีขนสีเขียวงอกบนตัว ผิวบนร่างกายออกสีเขียวดำ ดวงตาปูดโปน ปากมีเขี้ยวยาวงอก ต่างกับหุ่นเชิดทั่วไป เหมือนศพที่ตายไปแล้วถูกควบคุมเสียมากกว่า
เฟิ่งจิ่วหันไปมองหุ่นเชิดสองตัวนั้น เห็นนิ้วมือของพวกนั้นแหลมคม ขนบนตัวรวมถึงใบหน้าดูน่าสยดสยอง เหมือนกับคนเลี้ยงศพที่นางเคยเห็นอยู่หลายส่วน
อีกทั้งหุ่นเชิดสองตัวนั้นมีกลิ่นศพรุนแรงมาก หลังจากศพขนเขียวสองตัวนั้นปรากฏตัว ชายชรากับชายฉกรรจ์ก็ถอยไปยืนมองอยู่ด้านหนึ่ง โดยเฉพาะชายชรา เขาจ้องหวันเหยียนสิบสามด้วยสีหน้าโหดเหี้ยมและตื่นเต้น
“หากหุ่นขนเขียวของข้าดูดเลือดเนื้อของเจ้าจนหมด พลังจะต้องสูงขึ้นอีกเป็นแน่!”
………………………………….