เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3007 ดูถูก / ตอนที่ 3008 ค่ายกลเลือด
ตอนที่ 3007 ดูถูก
การเลี้ยงศพนั้นเลี้ยงด้วยการให้เลือดเป็นอาหาร หนำซ้ำหุ่นขนเขียวสองตัวนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือความเร็วล้วนเหนือชั้นกว่าหุ่นทั่วไป กอปรกับหอสุราแห่งนี้ถูกไอหยินครอบงำ ำ ดวงวิญญาณอาฆาตลอยขวักไขว่ ตอนนี้ยังมีหุ่นขนเขียวสองตัวนี้ปรากฏขึ้นมาอีก เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว กังวลว่าหวันเหยียนสิบสามจะรับมือไม่ไหว
เถ้าแก่ที่หลบอยู่ในมุมเมื่อเห็นหุ่นน่ากลัวสองตัวนี้ ก็ยกมือขึ้นปิดปากเบิกตากว้างและเป็นลมไปทันที ดวงวิญญาณอาฆาตสองตัวเห็นดังนั้นก็รีบลอยไปทางเถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อร์ ก่อ อนจะเข้าสิงพวกเขาที่หมดสติไปแล้ว
ร่างกายของคนที่หมดสติทั้งสองถูกช่วงชิงไป ดวงวิญญาณอาฆาตสองดวงควบคุมร่างกายอันไร้สติสัมปชัญญะให้ก้าวไปข้างหน้า และพุ่งโจมตีหวันเหยียนสิบสาม เฟิ่งจิ่วเห็นท่าไม่ดีหมายจะยื่นม มือเข้าไปช่วย แต่กลับเห็นร่างของเถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อร์ถูกถีบปลิวออกไปที่ลานด้านหลัง เมื่อกระเด็นออกจากเขตอาคมกั้นอาณาเขต ดวงวิญญาณสองดวงนั้นก็ถูกเขาเก็บไปด้วย
ชายฉกรรจ์ร่างกำยำเห็นดังนั้นก็คว้าไปที่เอว ราวกับจับอะไรได้ เขาขว้างของบางสิ่งไปทางหวันเหยียนสิบสาม เห็นเพียงวัตถุมีพิษขนาดเล็กสีดำสนิทกำมือหนึ่งกระจายออกมา และพุ่งใส่ หวันเหยียนสิบสาม
“นั่นมันบ้าอะไรเนี่ย!”
หวันเหยียนสิบสามสบถ ธงสีแดงโบกสะบัด เปลวไฟขุมหนึ่งลุกโชติช่วงแผดเผาไปยังวัตถุมีพิษที่มีมากมายนับไม่ถ้วนเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็ต้องหลบการโจมตีจากหุ่นขนเขียวสองตัวนั้นอีก ช ชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนจะรับมือแทบไม่ไหว
“ข้าช่วยท่าน” เฟิ่งจิ่วว่า ลุกขึ้นแล้วก้าวออกจากเกราะป้องกัน หวันเหยียนสิบสามหันไปมอง โกรธจนหน้าดำทะมึน
“เจ้าโง่หรือไร! วิ่งออกมารนหาที่ตายรึ? เจ้าจะไปช่วยอะไรข้าได้!” แม่หนูน้อยนี่โง่รึไง? ไม่รู้หรือว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายขนาดไหน? ไม่รู้หรือว่าหากออกจากเกราะป้องกันนั่นแล้ว อาจตายได้น่ะ? คิดอยู่แล้วเชียว พาสตรีมานั้นมีแต่เรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะสตรีที่ไม่เชื่อฟังก็ยิ่งยุ่งยากเข้าไปอีก!
หญิงชุดดำเห็นเฟิ่งจิ่วก้าวเท้าออกจากเกราะป้องกันก็ขยับนิ้วทันใด เส้นผมเส้นหนึ่งพุ่งออกจากมือของนาง พุ่งรัดไปทางเฟิ่งจิ่ว แต่ในเวลานี้เอง เฟิ่งจิ่วกลับชำเลืองมองหญิงงาม มชุดดำแวบหนึ่ง ก่อนจะหยักยกมุมปาก เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“อยากเล่นหรือ? อย่างนั้นข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าก็แล้วกัน!” สิ้นเสียง นางกระดิกนิ้วเกี่ยวเส้นผมสีดำเส้นนั้นไว้ พลังวิญญาณไหลไปรวมกันที่ฝ่ามือ เปลวไฟลุกไหม้ แผดเผาลุกลามไปตาม มเส้นผมสีหมึกเส้นนั้น
“กรี๊ด!”
หญิงงามชุดดำกรีดร้องด้วยความตกใจ พยายามตีเปลวไฟที่ลามขึ้นไปบนหัวของตนเอง แต่ทว่า เปลวไฟนั่นแผดเผาเส้นผมของนางทั่วทั้งหัวแล้ว นางจะยังดับได้อีกหรือ?
เพียงไม่นาน เส้นผมนุ่มลื่นดุจผ้าไหมของหญิงงามชุดดำก็ถูกแผดเผาจนเหลือแต่ขี้เถ้า เพียงแตะเล็กน้อยก็ลอยกระจายหายไปแล้ว เหลือเพียงหนังหัวที่ถูกเผาจนแดงและมีตุ่มพอง น่า าสยดสยองไม่น้อย
“หัวของข้า ผมของข้า…กรี๊ด! ข้าจะฆ่าเจ้า! ฆ่าเจ้า!”
นางกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เสียงเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหู สองมือขยับไหว เข็มอาบยาพิษสีดำสิบเล่มพุ่งออกจากมือของนาง โจมตีใส่เฟิ่งจิ่วทั้งหมด
หวันเหยียนสิบสามอยากมาช่วย แต่กลับถูกหุ่นขนเขียวสองตัวนั้นบีบคั้นให้ห่างออกไปกว่าเดิม ครั้นเห็นเข็มพิษอาบกลิ่นความตายสิบเล่มพุ่งไปทางเฟิ่งจิ่ว เขาตะโกนทันที “รีบหนีม มาหาข้าเร็ว!” หากมาตรงนี้ อย่างน้อยเขาก็ปกป้องนางได้
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปาก “ท่านก็ดูถูกข้าเกินไปแล้ว ข้าไม่ได้มาเป็นตัวถ่วงท่านนะ” เอ่ยจบ นางพลิกฝ่ามือ ดาบสั้นเล่มหนึ่งปรากฏขึ้น ไม่หลบเลี่ยง แต่พุ่ง เข้าไปปะทะซึ่งๆ หน้า…
………………………………….
ตอนที่ 3008 ค่ายกลเลือด
เงาร่างสีเขียวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เท้าเรียวก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ดาบสั้นในมือตวัดฟันออกไป เสียงดาบสั้นปัดป้องเข็มพิษดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็เห็นประกายเย็นวาบพา าดผ่าน ดาบสั้นเงื้อสูงและฟันลง ตัดสายขาดในดาบเดียว เพียงหมุนตัวครั้งเดียว เฟิ่งจิ่วก็ไปอยู่ด้านหลังหญิงงามชุดดำแล้ว ดาบสั้นอันแหลมคมพาดอยู่บนลำคอของนาง ก่อนจะปาดผ่านอ อย่างไม่รีรอ เลือดไหลออกมาเป็นสาย ร่างกายของหญิงงามชุดดำแข็งทื่อ ดวงตาเบิกค้าง ท่าทางราวกับไม่อยากเชื่อ
ชายชรากับชายฉกรรจ์หน้าเปลี่ยนสี ดวงตาสะท้อนไอสังหาร “เจ้าเด็กเวร!”
ชายฉกรรจ์คนนั้นพุ่งตัวไปข้างหน้า เหวี่ยงกระบอกเหล็กในมือใส่เฟิ่งจิ่ว ก่อนที่กระบองเหล็กจะกระแทกพื้นเสียงดังโครม เฟิ่งจิ่วไหวตัวออกไปอย่างรวดเร็ว หลบการโจมตีของเขา จากนั้นก็พ พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
กระบอกเหล็กยาวๆ เหมาะกับการโจมตีระยะไกล ไม่เหมาะกับการโจมตีระยะประชิด หากเป็นการต่อสู้ระยะประชิด ก็ไม่อาจใช้กระบองเหล็กแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ เฟิ่งจิ่วจึงโน น้มตัวประชิดเข้าไปก้าวแล้วก้าวเล่า พลางหลบรัศมีของกระบองเหล็กยาวนั่นไปด้วย
“เคร้ง!”
กระบองเหล็กท่อนนั้นเหวี่ยงใส่ร่างของนาง นางใช้ดาบสั้นในมือต้านรับ เมื่ออาวุธทั้งสองปะทะกัน กลิ่นอายพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งบนดาบสั้นดีดกระบองเหล็กท่อนนั้นออกไป พร้อมกับร่า างของชายฉกรรจ์เซถอยหลังไปหลายก้าว
การปะทะกันครั้งนี้ ทำให้ชายฉกรรจ์สัมผัสได้ว่าพลังของเฟิ่งจิ่วลึกล้ำยากหยั่งถึง เขาถอยหลังอย่างรวดเร็ว พลางเทสิ่งมีพิษในกระบอกไม้ไผ่ออกมา จากนั้นก็สาดใส่เฟิ่งจิ่ว
ชั่วขณะที่สิ่งมีพิษเหล่านั้นสาดเข้าใส่เฟิ่งจิ่ว รอบกายของนางพลันปรากฏกำแพงไฟก่อตัวขึ้น สิ่งมีพิษเหล่านั้นถูกกำแพงไฟแผดเผาร่างกราวลงกับพื้น แม้แต่ดวงวิญญาณอาฆาตเหล่านั้นก็ไม ม่กล้าเข้าใกล้เปลวเพลิงอันแข็งแกร่ง ต่างก็หดตัวถอยไปหลบในซอกมุม
“โว้!”
หวันเหยียนสิบสามที่อยู่อีกด้านหนึ่งเบิกตากว้างด้วยความตะลึง นึกไม่ถึงว่าแม่หนูน้อยนั่นจะสู้เก่งขนาดนี้? ดูท่าเขาคงดูแคลนนางเกินไปแล้วจริงๆ
เห็นนางจัดการหญิงงามชุดดำคนนั้นได้แล้ว ซ้ำยังสู้กับชายฉกรรจ์ต่ออีก จิตใจของเขาพลันฮึกเหิมขึ้นมา ตั้งใจว่าจะรีบจบการต่อสู้โดยไว รีบจัดการหุ่นขนเขียวสองตัวนี้ แล้วค่อย ยจัดการตาแก่นั่น!
“พี่ใหญ่! เจ้าเด็กเวรนี่แข็งแกร่งเกินไป ข้าต้านทานไม่ไหวแล้ว!”
ชายฉกรรจ์ถอยหลังไปทีละก้าว บนตัวมีรอยแผลที่เกิดจากพลังดาบสั้นกรีดเฉือนหลายรอยแล้ว กลิ่นคาวเลือดกระจายออกไป ทำให้เหล่าวิญญาณอาฆาตต่างหันมาจ้องชายฉกรรจ์เขม็ง
“ต้านไม่ไหวก็ต้องต้าน…”
ตาแก่นั่นยังพูดไม่ทันจบก็ชะงักไป เขาเบิกตากว้างจ้องชายฉกรรจ์ที่เมื่อครู่ยังตะโกนเรียกเขาอยู่ แต่เพียงชั่วพริบตากลับล้มลงไปบนพื้นแล้ว ถึงตอนนี้เขาเริ่มลนลานขึ้นมาแล้ว
พวกเขาสามปีศาจแห่งแม่น้ำมรกต กลับถูกสังหารอย่างรวดเร็วไปถึงสองคนแล้ว หากยังสู้ต่อไป แม้แต่เขาก็คงต้องตายใช่หรือไม่? หนี? แต่หากจะให้เขาหนีเอาชีวิตรอดทั้งที่เห็นพวกของตน นตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนี้แล้ว แม้จะรอดไปได้จริง แต่ชีวิตของเขาจะยังมีความหมายอะไรอีก?
ทันใดนั้นความคิดบ้าคลั่งอย่างหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัว
แม้ต้องตาย เขาก็จะลากสองคนนี้ไปตายด้วยกัน!
เขากระแทกไม้เท้าหัวกะโหลกในมือลงบนดินอย่างแรง ไม้เท้านั่นแทงทะลุหน้าดินเข้าไปใต้ดิน เขาแสยะยิ้มอย่างเย็นชากระหายเลือด ยกมือขึ้นใช้นิ้วแทงเข้าไปในอกตนเอง เลือดสีแดงไหล ทะลักออกมาราวกับสายน้ำ
เขาใช้เลือดหัวใจของตนเองเพื่อวาดค่ายกลเลือดลงบนดิน สุดท้ายก็นั่งขัดสมาธิลงบนค่ายกลเลือดที่เขาสร้างขึ้น จ้องหวันเหยียนสิบสามและเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาเคียดแค้น
“ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องชดใช้อย่างสาสม!”