เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3009 ยุ่งยาก / ตอนที่ 3010 ผีสิง
ตอนที่ 3009 ยุ่งยาก
“รีบห้ามเขา! เขาจะใช้เลือดเป็นตัวล่อดวงวิญญาณอาฆาตมาจากทั่วทุกสารทิศ!” หวันเหยียนสิบสามร้องตะโกน เขาสังหารหุ่นขนเขียวไปหนึ่งตัว อีกหนึ่งตัวก็กระโจนเข้ามา
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วรีบพุ่งเข้าไปทันที ทว่าพอเข้าใกล้กลับถูกพลังเลือดดีดกลับออกมา เซถอยไปหลายก้าวกว่าจะยืนอย่างมั่นคงได้
ตาแก่นั่นหลับตาท่องคาถาอะไรบางอย่าง เลือดตรงหน้าอกค่อยๆ ไหลออกมา กลายเป็นเลือดกองใหญ่ใต้ตัวเขา และเลือดเหล่านั้นก็แยกตัวไหลไปตามร่องรอยค่ายกลเลือดเหล่านั้น เพิ่มพลังให้ ค่ายกลแข็งแกร่งขึ้น
เวลานี้ ดวงตาของหัวกะโหลกบนไม้เท้าที่ปักอยู่บนพื้นมีประกายสีแดงเลือดสาดส่องออกมา ดวงวิญญาณอาฆาตมากมายไหลทะลักออกจากรูนั่นมารวมตัวกันอยู่ในค่ายกลเลือด จากนั้นก็ดูดกินพลั งเลือดเหล่านั้นอย่างตะกละตะกลาม
อีกด้านหนึ่ง หวันเหยียนสิบสามที่จัดการหุ่นขนเขียวอีกตัวหนึ่งได้แล้วรีบมาข้างกายเฟิ่งจิ่ว เขาเห็นเหตุการณ์ด้านในค่ายกลเลือดแล้วก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที “คราวนี้ยุ่งยากแล้ว ว”
“ดวงวิญญาณอาฆาตเหล่านี้ของเขามาจากไหนกัน หากทำอย่างนี้แล้วจะเป็นอย่างไร?” เฟิ่งจิ่วถาม
“มาจากใต้ดิน”
หวันเหยียนสิบสามมองค่ายกลเลือด ก่อนอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ดวงวิญญาณที่กลืนกินพลังเลือดเข้าไปจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หนำซ้ำหากพวกมันหนีออกไป เกรงว่าจะก่อให้เกิดภัยพิบัติ ต่อเมืองเล็กๆ แห่งนี้”
เฟิ่งจิ่วถามอีกว่า “ค่ายกลเลือดนั่นเหมือนจะแข็งแกร่งมาก เมื่อกี้ข้าเข้าใกล้แล้วถูกดีดออกมา ท่านมีวิธีจัดการหรือไม่”
“ค่ายกลเลือดของเขาเริ่มทำงานไปแล้ว ทำได้เพียงรอให้เลือดในตัวของเขาไหลจนหมดถึงจะลงมือได้ ตอนนี้ระวังไว้ก่อนเถอะ!” เขามองบนพื้น ก่อนพูดอีกว่า “ข้าจะทำลายเขตอาคมสามหย ยินตรงนี้ก่อน แล้วค่อยร่ายเขตอาคมเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณอาฆาตพวกนั้นหนีออกไปเพ่นพ่านข้างนอก”
ขณะเอ่ย เขาถอยหลังไปหลายก้าว หยิบธงเล็กออกมาโบก ไม่นานก็เห็นวิญญาณอาฆาตที่ซ่อนตัวอยู่ในซอกมุมเหล่านั้นถูกดูดเก็บ จากนั้นเขาเดินสำรวจรอบๆ เมื่อเจอจุดทำลายเขตอาคมสามหยิน นก็ปักธงสีแดงลงไปทันที
หลังจากที่ปักธงสีแดงลงไป เขาขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่าง เห็นเพียงเปลวไฟสีน้ำเงินลุกอาบธงเล็ก ดูดกลืนกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศอย่างรวดเร็ว หลังจากทำความสะอาดไอ หยินในอากาศจนหมด และปักธงเล็กรอบๆ อีกหลายธง เขาก็รีบร่ายค่ายกลขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ผู้คนข้างนอกเนื่องจากไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างใน จึงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ทว่าพอเขตอาคมสามหยินถูกทำลาย ศพที่ล้มอยู่บนพื้น รวมถึงภาพเหตุการณ์ด้านใน ก็ทำให้พวกเข ขาสูดหายใจและอกสั่นขวัญหายไปตามๆ กัน
คนพวกนั้นที่เดิมทีรอเอาชีวิตพวกเขาอยู่ด้านนอกก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ พวกเขาถอยไปทีละก้าวๆ สุดท้ายก็กรีดร้องและหนีไปอย่างรวดเร็ว
หวันเหยียนสิบสามกับเฟิ่งจิ่วไม่มีเวลาไปสนใจคนข้างนอก ทั้งสองเห็นตาแก่นั่นก้มหน้าลงไป พลังเลือดทั่วร่างไหลออกไปจนหมดตัวในที่สุด ขณะเดียวกันวิญญาณอาฆาตที่รวมตัวกันอยู่ในค่า ายกลเลือดเหล่านั้น เริ่มมีจำนวนมากขึ้นจนเบียดเสียดกันราวกับจะระเบิดออกมาแล้ว โดยเฉพาะวิญญาณอาฆาตแข็งแกร่งบางดวงที่กำลังกลืนกินวิญญาณที่อ่อนแอกว่า
ข้างในค่ายกลเลือดเกิดการเข่นฆ่ากันอีกหนึ่งฉาก กระทั่ง ดวงวิญญาณอาฆาตที่เดิมทีมีจำนวนนับไม่ถ้วนเหลือเพียงดวงวิญญาณอาฆาตที่แข็งแกร่งเพียงสี่ห้าตัว ค่ายกลเลือดก็เริ่มมีรอยร้า าว วิญญาณอาฆาตสี่ห้าดวงที่อยู่ในนั้นได้กลายเป็นวิญญาณร้ายและกระโจนออกมา พวกมันพุ่งใส่หวันเหยียนสิบสามกับเฟิ่งจิ่ว
“ระวัง!”
หวันเหยียนสิบสามร้องเตือน รีบดึงเฟิ่งจิ่วถอยหลัง ขณะเดียวกันก็พยามยามดูดพวกมันมาเก็บด้วย
………………………………….
ตอนที่ 3010 ผีสิง
ทว่า วิญญาณที่กลายเป็นวิญญาณร้ายพวกนั้นมีพลังแข็งแกร่งมาก หากเทียบกับระดับผู้ฝึกตนแล้ว พลังของวิญญาณร้ายพวกนี้น่าจะอยู่ในระดับเซียนเหินขั้นสูงสุด
พลังเช่นนี้ หนำซ้ำยังล้อมโจมตีพร้อมกันสี่ห้าดวง ไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือได้ง่ายๆ แม้จะเป็นหวันเหยียนสิบสามก็ยังรู้สึกรับมือยากเป็นครั้งแรก
เฟิ่งจิ่วสัมผัสได้ ดวงวิญญาณเล็กๆ พวกนั้นไม่กล้าเข้าใกล้นาง แต่วิญญาณร้ายพวกนี้กลับไม่เหมือนกัน ท่ามกลางวิญญาณร้ายพวกนี้ มีสองดวงพุ่งไปหาหวันเหยียนสิบสาม อีกสามดวงกลับล้ อมวงเข้ามาทางนาง เพราะกลืนกินวิญญาณดวงอื่นเข้าไป ทำให้ร่างกายที่ใหญ่ขึ้นราวกับเริ่มมีร่างจริงขึ้นมา เวลานี้พวกมันกำลังน้ำลายไหล และจ้องนางด้วยสายตาตื่นเต้น ราวกับเจออาห หารชั้นเลิศอย่างไรอย่างนั้น
เพียงชั่วพริบตา วิญญาณร้ายสามดวงส่งเสียงคำรามและพุ่งเข้าใส่เฟิ่งจิ่ว เล็บมือสีดำขย้ำตรงไปที่ลำคอของนาง ไอความตายและไอพิฆาตอันเยือกเย็นผสมผสานกัน ทำให้นางอดที่จะขมวดคิ้วไม ม่ได้
กลิ่นอายแห่งความตายอันเย็นเยียบนี้ ช่างน่าอึดอัดจริงๆ!
นางเก็บดาบสั้น รวบรวมพลังจุดเปลวเพลิงกลางฝ่ามือ เปลวเพลิงแบ่งออกเป็นสามลูกพุ่งใส่วิญญาณร้ายสามดวงนั้น สองในสามหลบทัน ส่วนอีกหนึ่งที่พุ่งเข้ามาเร็วที่สุดกลับหลบเปลวไฟไม่พ พ้นและถูกซัดเข้าใส่เต็มๆ ร่างกายที่เพิ่งก่อขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างเกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น ร่างกายที่เพิ่งจะเริ่มก่อตัวขึ้นมาต้องกลับไปเลือนรางอีกครั้ง เวลานี้ วิญญาณร้ายอีกดวงที่ถอยออกไปอีกด้านหนึ่งพลันกระโจนเข้าไป อ้าปากกลืนกินวิญญ ญาณดวงนั้น
เฟิ่งจิ่วหมุนฝ่ามือทั้งสองข้าง เปลวเพลิงถูกซัดออกไปอีกครั้ง ทว่าในเวลานี้ วิญญาณร้ายสองดวงนั้นกระโจนเข้ามา นางรู้สึกเบื้องหน้ามืดมิดไปหมด ราวกับตกลงไปในความมืดที่ไร้จุดสิ้น นสุด แม้แต่เสียงรอบข้างก็ไม่ได้ยิน
“หวันเหยียนสิบสาม? หวันเหยียนสิบสาม?”
นางตะโกนเรียกเสียงดัง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เวลานี้นางหันไปมองรอบๆ สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงความมืดอันไร้ขอบเขต ยกมือขึ้นก็ยังไม่เห็นปลายนิ้ว ความรู้สึกนี้ทำให้นางรู้ส สึกได้ถึงไอเย็นในอากาศชัดเจนขึ้น
เวลานี้เอง เสียงกรีดร้องโหยหวนมากมายดังขึ้นที่ข้างหู เสียงนั้นราวกับเสียงของปีศาจที่ดังรบกวนอยู่ในจิตใจ พยายามจะเข้าไปควบคุมสมองและการเคลื่อนไหวของนาง
ท่ามกลางความมืด นางกลับเห็นเหตุการณ์ปรากฏขึ้นทีละฉากๆ เหตุการณ์เหล่านั้นราวกับความทรงจำในส่วนลึกของสมอง และแม้จะมองอะไรไม่เห็นเลย นางกลับรับรู้ได้ถึงไอเย็นขุมนั้นที่อยู่ร รอบด้าน ราวกับรอบกายมีวิญญาณมากมายรายล้อมอยู่
เพียงแต่วิญญาณเหล่านั้นไม่กล้าเข้าใกล้นาง ส่วนวิญญาณที่เริ่มมีร่างจริงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
นางใช้เปลวเพลิงกลางฝ่ามือส่องสว่างไปด้านหน้า เหมือนเห็นแสงสว่างเล็กๆ จากข้างหน้า จึงเดินตามแสงสว่างนั้นไป
“เฟิ่งจิ่ว! เฟิ่งจิ่ว!”
หวันเหยียนสิบสามเก็บวิญญาณร้ายสองดวงนั้น จากนั้นก็จัดการอีกสองดวงด้วย เพียงแต่ เพราะต้องต่อสู้กับวิญญาณร้ายสี่ดวงเพียงลำพัง เขาจึงบาดเจ็บไม่น้อย เวลานี้หน้าของเขาซีดเผือ อด เม็ดเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
เขาใช้มือกุมแผลที่มีเลือดไหล พลางตะโกนเรียกอยู่ข้างๆ เฟิ่งจิ่ว “เฟิ่งจิ่ว! เฟิ่งจิ่ว! รีบตั้งสติเร็ว! เฟิ่งจิ่ว! ดึงสติกลับมาเดี๋ยวนี้!”
เห็นนางยืนนิ่งราวกับไร้วิญญาณอยู่ตรงนั้น เขาอดร้อนใจขึ้นมาไม่ได้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนใช้นิ้วมือป้ายเลือดบนตัวของตนเองแล้ววาดสัญลักษญ์บางอย่างบนหน้าของเฟิ่งจิ่ว