เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3015 สถานที่เลวร้าย / ตอนที่ 3016 จำได้
ตอนที่ 3015 สถานที่เลวร้าย
เห็นเด็กน้อยมองพวกเขาสองคนด้วยความฉงน เฟิ่งจิ่วจึงยิ้มน้อยๆ ก่อนพลิกฝ่ามือ ผลไม้สีแดงปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของนาง นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และยื่นผลไม้ในมือให้ “ให้เจ้าก กิน!”
พอเห็นเด็กคนนี้ นางก็อดนึกถึงเสี่ยวห้าวเอ๋อร์ที่อยู่บ้านไม่ได้ อีกไม่กี่ปี เสี่ยวห้าวเอ๋อร์ก็จะโตเท่านี้แล้ว เมื่อเด็กน้อยรู้ความบ้างแล้ว นางก็จะสามารถสอนวรยุทธ์เขาได้ แล้ว
เด็กน้อยเห็นผลไม้สีแดง ก็อดเม้มปากไม่ได้ เขาหันไปมองแม่ของตน ก่อนจะหันไปมองเฟิ่งจิ่ว สุดท้ายก็ยื่นมือไปรับมาเกาะกุมไว้แน่น
“ขอบคุณพี่ชาย” เด็กน้อยกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงชอบใจ
“ขอบคุณ ขอบคุณมาก” พอสามีภรรยาคู่นี้ได้สติ ก็รีบกล่าวขอบคุณทันที
เจ้าเมืองมองหน้าเฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสาม ลังเลเล็กน้อย ก่อนบอกว่า “ทั้งสองท่าน เชิญออกไปคุยด้านนอก”
ทั้งสองเห็นดังนี้จึงเดินตามเขาออกไป พอมาถึงข้างนอก เจ้าเมืองก็ถามขึ้นว่า “ขอบังอาจถาม ทั้งสองท่านเป็นใครหรือ” เดิมทีนึกว่าพวกเขาเป็นคนของพรรคมาร ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่าง งนั้นแล้ว
หวันเหยียนสิบสามกำลังจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงเฟิ่งจิ่วดังขึ้นก่อน
“พวกเราเป็นคนจากสำนักเซียน ครั้งนี้รับคำสั่งให้ออกมาทำภารกิจ เพียงแต่ไม่นึกว่าจะถูกคนซุ่มโจมตีที่เมืองนี้ ยิ่งนึกไม่ถึงว่าจะทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดอย่างนี้ด้วย” ขณะเอ่ย เฟิ่งจิ่วหยิบป้ายห้อยเอวออกมายื่น
เจ้าเมืองเห็นดังนั้นก็เข้าใจในทันที “ที่แท้พวกท่านก็เป็นคนของสำนักเซียน อย่างนั้นก็เป็นพวกข้าที่เข้าใจพวกท่านผิดไปจริงๆ” เขาถอนหายใจ หัวใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงในที่สุด
เขายื่นป้ายห้อยเอวคืน เอ่ยว่า “เพราะคนในเมืองเห็นพวกท่านฆ่าคนในหอสุรา หนำซ้ำยังมีวิญญาณอาฆาตลอยขวักไขว่เต็มไปหมด ฉะนั้นจึงคิดว่าพวกท่านเป็นคนของพรรคมาร ตอนนี้เมื่อคลา ายความเข้าใจผิดกันแล้ว ผู้แซ่เฉินต้องขออภัยท่านทั้งสอง ณ ที่นี้ด้วย”
ขณะเอ่ย เขาประสานมือค้อมหัวคารวะคนทั้งสอง ถือเป็นการขอโทษพวกเขา อย่างไรเสียเขากับชาวเมืองก็เข้าใจอีกฝ่ายผิด ทั้งยังขับไล่ไสส่งพวกเขาอีกด้วย มาคิดดูตอนนี้นับว่าเสียมารยาทม มากจริงๆ
เฟิ่งจิ่วยิ้มบางๆ บอกว่า “เจ้าเมือง พวกเรามีภารกิจต้องทำจึงเดินทางมา ได้ยินว่าแถวนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มักเกิดปัญหาบ่อยๆ หรือ?”
เจ้าเมืองได้ยินก็ตะลึงงัน “พวกท่านหมายถึงหมู่บ้านที่อยู่ติดกับภูเขาหยินลูกนั้นหรือ? ที่นั่นถือเป็นสิ่งต้องห้าม ทั่วทั้งเมืองไม่ว่าบนหรือล่างล้วนห้ามพูดถึงที่นั่น”
“ที่พวกเรามาที่นี่ เพราะมีศิษย์พี่ท่านหนึ่งหายตัวไปหลังจากได้รับภารกิจให้มากำจัดสิ่งสกปรกที่นั่น สำนักเซียนจึงได้ส่งพวกเรามาตามหา หากท่านเจ้าเมืองมีข้อมูลอะไรก็บอกพวกเราหน่อ อยเถอะ” เฟิ่งจิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
เจ้าเมืองลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! พวกท่านกลับจวนไปกับข้าเถอะ! คืนนี้พักผ่อนที่จวนของข้าก่อน ข้าจะได้หาเวลาคุยกับพวกท่านดีๆ”
“อย่างนั้นก็รบกวนแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มบางๆ หันไปมองหวันเหยียนสิบสามที่อยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง
หวันเหยียนสิบสามมองนางแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินตามเจ้าเมืองออกไป คืนนี้พวกเขาจะไปพักที่จวนเจ้าเมือง
เพราะคำพูดของเจ้าเมือง กอปรกับลูกของครอบครัวนั้นหายเป็นปกติแล้ว ด้วยเหตุนี้คนในเมืองจึงรู้ว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนเลว ด้วยเหตุนี้จึงวางใจ ก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง
คืนวันนั้น ในศาลาเย็นของจวนเจ้าเมือง อาหารกับแกล้มสามสี่อย่าง และสุราหนึ่งกาวางไว้บนโต๊ะ เจ้าเมืองมองสองคนที่อยู่ข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยว่า “จะว่าไปแล้ว ภูเขาหยินลูกนั้นเป็น นสถานที่ที่ชั่วร้ายมากแห่งหนึ่ง”
………………………………….
ตอนที่ 3016 จำได้
“ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ภูเขาหยินลูกนั้นมีเมฆหมอกแผ่ปกคลุมตลอดปี และหมู่บ้านที่อยู่ใต้เขาลูกนั้น ก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้าเคยไปที่นั่นครั้งหนึ่ง และเกลี้ยกล่อ อมให้พวกชาวบ้านย้ายออก เพียงแต่ ครอบครัวสิบกว่าหลังนั้นล้วนมีบรรพบุรุษอยู่ที่นั่น บอกให้พวกเขาย้ายพวกเขาก็ไม่ย้าย”
“ต่อมา มีผู้ฝึกตนบางคนที่ผ่านทางนั้นอยากเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้าน ทว่าคนที่เข้าไปไม่มีใครได้กลับออกมาเลย แม้จะจับกลุ่มกันเข้าไป ก็ไม่มีใครกลับออกมาได้ เมื่อเวลา าผ่านไป ที่แห่งนั้นจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก”
เฟิ่งจิ่วถามว่า “อย่างนั้นชาวบ้านที่นั่นเล่า? ยังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่?”
“ใช่แล้ว หากจะแปลกก็แปลกที่ตรงนี้ หมู่บ้านแห่งนั้นอยู่ติดกับภูเขา ชาวบ้านสิบกว่าหลังคาเรือนก็นับว่าไม่มาก แต่ก็มีแค่เรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับคนท ที่นั่นเลย มันช่างน่าประหลาดไม่น้อย”
เฟิ่งจิ่วมองหน้าหวันเหยียนสิบสามแวบหนึ่ง ก่อนถามอีกว่า “ก่อนหน้านั้น เจ้าเมืองเคยเห็นหญิงงามใส่ชุดสีแดงคนหนึ่งผ่านมาที่เมืองนี้หรือไม่ ท่านผู้นั้นก็คือศิษย์พี่ของข้า น นางเป็นคนรับภารกิจไปที่หมู่บ้านแห่งนั้น”
“หญิงงามในชุดสีแดง?”
เจ้าเมืองครุ่นคิด ก่อนบอกว่า “พอกล่าวอย่างนี้ ข้าก็นึกออกว่ามีหญิงงามชุดแดงคนหนึ่งเคยผ่านมาที่นี่จริงๆ ตอนนั้นเป็นเพราะมีผู้ฝึกตนที่ผ่านทางมาเห็นความงามของนางเข้า คิดห หมายตานางจึงทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น พวกข้าถึงได้สังเกตเห็นนาง ไม่เช่นนั้นแล้ว ในเมืองที่ปกติมีผู้คนมากมาย คงจำได้ไม่หมดหรอกว่ามีใครเข้าใครออกบ้าง”
“ต่อมาเล่า?” หวันเหยียนสิบสามถามอีก
“ต่อมา หลังจากที่ผู้ฝึกตนชายพวกนั้นหมายตาหญิงชุดแดงก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ละคนถึงวิ่งออกจากเมืองไปอย่างบ้าคลั่ง บอกว่ามีอะไรบางอย่างไล่ตามพวกเขา ต่อมาข้าก็ได้ยินมาอี กว่า หญิงชุดแดงคนนั้นพักในเมืองแค่คืนเดียวก็จากไปแล้ว และนางก็มุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านติดภูเขาหยินแห่งนั้น”
ทั้งสองต่างกำลังครุ่นคิด ไปที่หมู่บ้านแห่งนั้นจริงๆ ด้วย แต่หากไปที่นั่นจริง ด้วยวรยุทธ์ของหวันเหยียนเชียนหวา เหตุใดจึงได้หายตัวไปเล่า? เกิดอะไรขึ้นที่นั่นกันแน่?
ทั้งสองฟังเจ้าเมืองเล่าเรื่องหมู่บ้านแห่งนั้นทั้งคืน กระทั่งฟ้าเริ่มมืดจึงแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน
พอเข้าห้อง เฟิ่งจิ่วนั่งหลับตาขัดสมาธิฝึกวรยุทธ์ แต่หลังเที่ยงคืน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเดินอยู่บนหลังคา นางลืมตาขึ้นทันที รีบพุ่งตัวผลักประตูออกไปข้างนอก เขย่งปลายเท้ากระโด ดดขึ้นไปบนหลังคา เห็นเพียงเงาร่างสีดำร่างหนึ่งแบกเด็กสาวที่กำลังหมดสติกระโดดข้ามหลังคาบ้าน พุ่งตัวเข้าไปในความมืด
“ใครน่ะ!”
ขณะที่เสียงตะโกนของเฟิ่งจิ่วดังขึ้น เงาร่างของหวันเหยียนสิบสามก็กระโดดตามขึ้นมา ขวางทางเงาร่างสีดำนั้นจากอีกด้านหนึ่ง ยามเห็นคนชุดดำแบกร่างเด็กสาวหมดสติที่สวมใส่แค่ช ชุดด้านในสีขาว เขาก็ตะโกนเสียงดังกร้าวว่า “ปล่อยนางเสีย!” สิ้นเสียง ก็พุ่งโจมตีคนชุดดำทันที
เจ้าเมืองที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งออกมาโดยไม่ทันได้ใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ำ พอเห็นคนชุดดำหามเด็กสาวไว้บนบ่า เขาตกใจจนหน้าซีด แทบจะสิ้นสติไปทันที
“เสี่ยว เสี่ยวหรู! นั่นลูกสาวข้า ลูกสาวของข้า!”
เขาตะโกนด้วยความลนลาน อยากเข้าไปช่วย แต่เห็นคนชุดดำเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และเห็นเฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามต่างก็ขวางทางไว้แล้ว เกรงว่าตนเองจะเข้าไปเป็นตัวถ่วงเสียมากก กว่า จึงยืนอยู่ข้างล่าง
การโจมตีของหวันเหยียนสิบสาม ผสานกับการตอบโต้ของเฟิ่งจิ่ว ทั้งสองร่วมมือกันประกบหน้าหลัง ไม่นานก็ทำให้คนชุดดำรับมือไม่ไหว ทิ้งเด็กสาวไว้