เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3019 ช่วยเหลือ / ตอนที่ 3020 ปกป้อง
ตอนที่ 3019 ช่วยเหลือ
“แม่หนูน้อย ตามติดข้าไว้” หวันเหยียนสิบสามกำชับ เขย่งปลายเท้าบนพื้น ไล่ตามไปด้วยความเร็ว เขาไม่ได้เก็บวิญญาณพวกนั้นทีเดียว แต่ตามหลังพวกมันไปอย่างช้าๆ
เฟิ่งจิ่วตามอยู่ข้างหลัง เดินเลียบไปตามทางเดินเส้นเล็กๆ กระทั่งเข้าไปในป่าทึบผืนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ครั้นเข้าไปข้างใน ก็รู้สึกได้ว่าอากาศรอบตัวเย็นลงหลายส่วน แสงอาทิตย์ส่อง งเข้ามาไม่ถึงป่าผืนนี้ ทำให้ที่นี่ดูมืดมน
นางเงยหน้ามองเข้าไปข้างใน เพียงพริบตาเดียว ก็ไม่เห็นเงาร่างของหวันเหยียนสิบสามแล้ว บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงลมที่พัดผ่านเบาๆ ใบไม้ที่ร่วงบนพื้นถูกสายลมม้วนพัดปลิว ว่อน กิ่งไม้บนต้นไม้กระทบเสียดสีดังสวบสาบ
“หวันเหยียนสิบสาม?”
เฟิ่งจิ่วขานเรียก ก่อนจะชะลอฝีเท้าเดินเข้าไปข้างใน เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว เหตุใดจึงไม่เห็นเงาคนแล้วเล่า? นางสาวเท้าเดินเข้าไปข้างใน เพราะในป่าทึบไม่มีทางเดินที่ชัดเจน ผ่าน ไปเพียงครู่เดียว นางก็หลงทางอยู่ในนี้แล้ว
“หวันเหยียนสิบสาม?”
นางขานเรียก ก่อนจะชะงักฝีเท้ามองไปรอบๆ สิ่งที่เห็น นอกจากต้นไม้ก็มีแต่ต้นหญ้าที่สูงเท่าครึ่งตัวคน ขณะที่นางตั้งใจจะเดินกลับ ก็เห็นโสมวิญญาณต้นหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวไปพร้อมกั บกอหญ้าบนพื้น ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นมา รีบเก็บซ่อนกลิ่นอายแล้วตามไปทันที
หลังจากเดินไประยะหนึ่ง นางรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งตามหลังนางอยู่ จึงหันกลับไป แล้วก็เห็นเป็นเด็กน้อย…เอ่อ ผีน้อยในสภาพสกปรกมอมแมม มันเดินตามหลังนาง พอเห็นนางหันกลับไป ก็วิ่ งไปหลบข้างหลังต้นไม้ใหญ่อย่างลนลาน
“เจ้าตามข้ามาทำไม” เฟิ่งจิ่วถาม น้ำเสียงเบาลง เพราะกลัวจะทำให้โสมที่นางไล่ตามอยู่แตกตื่น
“ไปทางนั้นไม่ได้” ผีน้อยพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ
เฟิ่งจิ่วตะลึงงัน บอกว่า “ข้าไม่ได้อยากเข้าไป ข้าจะจับเจ้านั่น!” นางชี้ไปที่โสมดอกสีแดงต้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางกอหญ้า
ผีน้อยตัวนั้นท่าทางดูลังเลเล็กน้อย ก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เงาร่างค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นโปร่งใส สุดท้ายก็ลอยผ่านนางไป ก่อนจะหยุดอยู่ข้างโสมต้นนั้นและย่อตัวลงไป เอื้อม มมือไปดึงโสมวิญญาณต้นนั้นขึ้นมา
เฟิ่งจิ่วมองผีน้อยตัวนั้นอย่างตกตะลึง เห็นมันก้มมองโสมในมือตนเอง ก่อนจะมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นโสมมาตรงหน้านาง “ให้เจ้า”
แม้จะเป็นเฟิ่งจิ่วก็ยังอดตะลึงงันไม่ได้ หลังจากตั้งสติได้ก็รับโสมวิญญาณต้นนั้นไป เมื่อมองดูดีๆ ก็พบว่าโสมวิญญาณกว้างสองนิ้ว รูปร่างเหมือนคน ด้านบนมีดอกสีแดงบานสะพรั่งอยู่ หนึ่งดอก นางเอาเชือกเส้นหนึ่งมามัดโสมวิญญาณต้นนี้ ก่อนจะเอามันเข้าไปปลูกในห้วงมิติ
ครั้นจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามองผีน้อยที่ยืนหัวหดอยู่ตรงหน้า ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “ทำไมเจ้าไม่กลัวแสงแดด?” ผีตัวเล็กๆ แค่นี้ กลับกล้าเดินไปเดินมาในเวล ลากลางวันแสกๆ เช่นนี้เชียวหรือ?
“กรี๊ด!”
เวลานี้เอง เสียงกรีดร้องดังก้อง เสียงนั้นเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหู ทำให้ผู้ที่ได้ยินขนลุกขนพองไปทั้งตัว ผีน้อยที่อยู่ตรงนั้นรีบสาวเท้าวิ่งไปยังต้นเสียงทันที
เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้นก็ตามไปด้วย ไหวตัวผ่านป่าต้นไม้ ผ่านหญ้ารก ตอนที่มาถึงที่นั่น ก็เห็นวิญญาณดวงหนึ่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำที่ถือแส้หางม้าไว้ในมือ อ ร่างของวิญญาณดวงนั้นเดี๋ยวกระจ่างเดี๋ยวเลือนราง ไหวเอนไปมา ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
ผีน้อยตัวที่เด็ดโสมให้นางเห็นอย่างนั้นก็ร่ำไห้ถลาเข้าไป เวลานี้ ดวงวิญญาณกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ล้วนกำลังส่งเสียงตะโกน แต่กลับไม่กล้าเข้าใกล้ ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนสะบัดแ แส้หางม้าในมือ
………………………………….
ตอนที่ 3020 ปกป้อง
กลิ่นอายพลังวิญญาณพุ่งออกจากแส้หางม้า ซัดไปทางผีน้อย เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้วก่อนสะบัดแขนเสื้อ ปัดป้องผีทั้งสองตัวจากการโจมตี
ชายวัยกลางคนเหมือนนึกไม่ถึงว่าเฟิ่งจิ่วจะลงมือกะทันหัน เขาจึงถูกพลังขุมนั้นสะท้อนกลับ ส่งผลให้เซถอยหลังไปหลายก้าว
เขาไม่พอใจ จ้องเฟิ่งจิ่วและตำหนิว่า “เจ้าทำอะไรของเจ้า!”
ดวงวิญญาณดวงอื่นๆ ที่ถอยไปอยู่อีกด้านก็ตะลึงงันเช่นกัน เหมือนนึกไม่ถึงว่ามนุษย์คนนี้จะปกป้องดวงวิญญาณอย่างพวกเขา
หวันเหยียนสิบสามเห็นอย่างนั้นก็เลิกคิ้ว เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่ว เพียงแต่เขาไม่ได้ตำหนินาง ตรงกันข้ามกลับสาวเท้ายาวๆ มาข้างหน้า สองมือเท้าเอว ดวงตาเสือเบิกกว้าง ตะโกนใส่ชายวั ยกลางคนที่ถือแส้หางม้า “เจ้าน่ะสิ คิดจะทำอะไร? หา? รังแกผีเสร็จแล้วก็คิดจะรังแกคนต่ออย่างนั้นหรือ?”
พอถูกหวันเหยียนสิบสามตะคอก ชายวัยกลางคนถอยหลังไปหนึ่งก้าว เพื่อหลบไม่ให้โดนน้ำลายของอีกฝ่าย พลางใช้แส้ชี้ที่พวกเขาสองคน “พวกเจ้า พวกเจ้าไร้เหตุผล! นั่นคือวิญญาณ พวกมันทำร ร้ายคน พวกเจ้าปกป้องพวกมันทำไม”
“มันทำร้ายเจ้าแล้วหรือ เจ้าเห็นพวกมันทำร้ายใครแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วถามด้วยน้ำเสียงแช่มช้า เห็นผีน้อยตัวนั้นร่ำไห้และกอดดวงวิญญาณเลือนรางอีกดวง ก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ นางหั นไปถามหวันเหยียนสิบสาม “ท่านเข้าใจเรื่องพวกนี้ไม่ใช่หรือ? ลองดูเจ้าตัวใหญ่หน่อย ดวงวิญญาณเขาจะได้ไม่แตกสลาย”
หวันเหยียนสิบสามตะลึง เขาหันไปถามเฟิ่งจิ่ว “จะช่วยจริงหรือ”
“ช่วยสิ!” เฟิ่งจิ่วตอบเหมือนมันเป็นเรื่องแน่อยู่แล้ว ก่อนจะย้อนถามอย่างแปลกใจ “ทำไมจะไม่ช่วยเล่า พวกมันไม่ได้ทำอะไรพวกเราเสียหน่อย”
“ก็จริง” หวันเหยียนสิบสามพยักหน้า ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าแล้วล้วงเข้าไปในหน้าอก หยิบหยกขาวชิ้นหนึ่งออกมา ก่อนเอ่ยกับวิญญาณดวงนั้นว่า “เข้าไป หยกขาวนี้สามารถหล่อเลี้ยงดวงวิ ญญาณของเจ้าได้ ทำให้เจ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”
วิญญาณดวงนั้นได้ยินก็อดหันมามองพวกเขาแวบหนึ่งไม่ได้ มันครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกลายร่างเป็นกลุ่มควันจางๆ แล้วเข้าไปอยู่ในหยกขาวชิ้นนั้น
“เอ้า ให้เจ้า” หวันเหยียนสิบสามยื่นหยกขาวให้เฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วรับไปแล้วยื่นให้ผีน้อย “เจ้าเก็บไว้ ถือเป็นการขอบคุณที่เมื่อกี้จับโสมวิญญาณให้ข้า”
หวันเหยียนสิบสามยิ้มมุมปากทันทีที่ได้ยิน ที่แท้ก็อย่างนี้เอง! เขาคิดอยู่แล้วเชียว! ทำไมแม่หนูน้อยคนนี้ถึงได้ใจดีช่วยผีสองตัวนี้ ที่แท้ก็ได้รับผลประโยชน์จากมันนี่เอง
ชายวัยกลางคนที่อยู่อีกด้านเห็นดังนั้นก็หน้าเครียด ถามว่า “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดต้องขัดขวางไม่ให้ข้าเก็บพวกมัน?”
“แม้ข้าจะเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้ แต่ดูก็รู้ ไอพิฆาตของดวงวิญญาณพวกนี้ไม่ได้รุนแรง น่าจะไม่เคยทำร้ายมนุษย์” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองคนคนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนบอกว่า “ดวงวิญญาณก ก็มีร้ายและดี หากไม่เคยทำร้ายคน เจ้าจะเก็บพวกมันไปทำไม”
“เพ้อเจ้อสิ้นดี!” ชายวัยกลางคนตวาดเสียงดัง ก่อนเอ่ยว่า “พวกมันไม่ควรมีตัวตนอยู่อยู่แล้ว หากไม่เจอก็เรื่องหนึ่ง แต่หากข้าเจอแล้ว มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เก็บ!”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ยิ้มบอกว่า “ในเมื่อเจ้าอยากเก็บขนาดนี้ ไม่สู้ตามข้าไปเก็บที่ภูเขาหยินเสียให้พอใจดีหรือไม่เล่า!”
“ที่นั่นคือที่ไหน?” ชายวัยกลางคนถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จักสถานที่แห่งนั้น
“เจ้าเป็นผู้ฝึกตนไร้สำนักที่ผ่านมาทางนี้หรือ ดูไม่เหมือนคนจากสำนักเซียนสักเท่าไร” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขา
“ข้าเป็นคนของพรรคเริงรมย์ ลงเขามาฝึกตน ผ่านมาทางนี้ เห็นที่นี่เต็มไปด้วยพลังหยิน จนมาเจอวิญญาณพวกนี้เข้า” ขณะเอ่ย เขาตวัดสายตามองวิญญาณพวกนั้น
………………………………….