เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3021 นักพรต / ตอนที่ 3022 หมู่บ้านดอกท้อ
ตอนที่ 3021 นักพรต
“พรรคเริงรมย์หรือ!” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ที่แท้ก็อย่างนี้เอง เสียมารยาทแล้ว”
“เฮอะ!” ชายวัยกลางคนแค่นเสียง สะบัดแส้หางม้าในมือ กอดอกวางท่า
หวันเหยียนสิบสามก็ยิ้มตาหยี บอกว่า “ดีจริงๆ ที่แท้ก็เป็นคนของพรรคเริงรมย์ หากนักพรตร่วมเดินทางไปที่ภูเขาหยินกับพวกข้าจริง จะต้องกำจัดวิญญาณในเขาแห่งนั้นอย่างหมดจดได้แน่นอน”
“ภูเขาหยิน? ที่นั่นคือที่ไหน? มีวิญญาณปรากฏอยู่เหมือนที่นี่ด้วยหรือ?”
ชายวัยกลางคนได้ยินก็นึกสงสัย ถามอีกว่า “แล้วพวกเจ้าสองคนเป็นใคร?” ชายวัยกลางคนชุดเขียวสะบัดแขนเสื้อทีเดียว ก็สามารถถอยหลังออกไปหลายก้าวแล้ว เห็นได้ว่าวรยุทธ์ของเขาไม่ธรรมดา แต่ดูจากอายุกระดูกของเขา ยังคงอ่อนวัยถึงเพียงนั้น
ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะตอบอย่างพร้อมเพรียงว่า “พวกเรามาจากสำนักดาราครามเซียน”
เอาล่ะ ตอนนี้ไม่ว่ามีเรื่องอะไรพวกเขาก็จะอ้างชื่อของสำนักดาราครามเซียนไว้ก่อน แต่จำต้องบอกว่าการอ้างชื่อสำนักดาราครามเซียนมักทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้มากมาย หนำซ้ำพอพูดออกมายังสามารถลดความเป็นปรปักษ์ของอีกฝ่ายลงได้ไม่น้อย
“สำนักดาราครามเซียน หนึ่งในสี่สำนักเซียนใหญ่น่ะหรือ?” เขามองทั้งสองแวบหนึ่ง พอเห็นป้ายห้อยเอวที่เฟิ่งจิ่วล้วงออกมาให้ดู ก็พยักหน้า “ลองว่ามาสิ! ภูเขาหยินคือสถานที่แบบใด? และวิญญาณพวกนี้ก็เป็นสิ่งชั่วร้าย เหตุใดพวกเจ้าต้องปกป้องพวกมัน”
เฟิ่งจิ่วหันไปมองผีน้อยที่ท่าทางหวาดกลัวแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “เมื่อครู่ผีน้อยตนนี้ช่วยข้าจับโสมวิญญาณได้ อีกทั้งยังห้ามไม่ให้ข้าเดินลึกเข้ามา ข้ากำลังจะถามว่าเพราะอะไร ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากทางนี้ก่อน”
นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับหวันเหยียนสิบสามว่า “ท่านเล่าเรื่องภูเขาหยินให้นักพรตนี้ฟังก็แล้วกัน! ข้าจะไปถามผีน้อยตนนั้นหน่อย” เอ่ยจบ นางก็เดินไปหาผีน้อยตนนั้น
อาจเพราะเฟิ่งจิ่วช่วยพวกมันไว้ ฉะนั้นวิญญาณดวงอื่นจึงเพียงมองอย่างหวาดระแวงเล็กน้อย ไม่ได้แตกตื่นหรือแยกย้ายกันหนีแต่อย่างใด เพียงยืนดูนางค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้
“พวกเจ้าช่วยเล่าเรื่องแถวๆ นี้ให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ พวกเจ้าอยู่ที่นี่ เชื่อว่าจะต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่ภูเขาหยินด้วยเป็นแน่ ใช่หรือไม่?” นางถามวิญญาณพวกนั้น
“ที่นั่นมีราชาผีที่แข็งแกร่งมาก แล้วก็มีคนจากพรรคมารเลี้ยงและฝึกผีอยู่ที่นั่นด้วย พวกข้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้ที่นั่นมาก หากเข้าใกล้แล้วถูกจับได้ ก็จะถูกกิน” วิญญาณดวงหนึ่งตอบ มันมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนพูดขึ้นอีกว่า “มีผู้ฝึกตนหลายคนที่เข้าไปที่นั่นแล้วไม่กลับออกมาอีกเลย พวกเขาตายกันหมด วิญญาณพวกนั้นดูดเลือดคน โดยเฉพาะวิญญาณของผู้ฝึกตนสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี”
“ทางเมื่อครู่นี้หากเดินเข้าไปอีกหน่อยก็จะถึงภูเขาหยินแล้ว ที่นั่นไม่ปลอดภัย” ผีน้อยตัวเดิมพูดเสียงเบา
เฟิ่งจิ่วสายตาไหวระริก ถามว่า “ข้าได้ยินมาว่าแถวนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านแห่งนั้น”
“พวกข้าไม่เคยเข้าใกล้หมู่บ้านแห่งนั้น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” วิญญาณพวกนั้นส่ายหน้า สื่อว่าไม่รู้
ทางนั้น หวันเหยียนสิบสามเล่าเรื่องเกี่ยวกับภูเขาหยินให้ชายวัยกลางคนฟังคร่าวๆ หลังจากได้ฟังที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด ชายวัยกลางคนก็เอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะเดินทางไปกับพวกเจ้าก็แล้วกัน!”
“ฮ่าๆ ดีจริงๆ! มีท่านนักพรตร่วมเดินทางไปด้วย เช่นนี้พวกข้าก็วางใจแล้ว” หวันเหยียนสิบสามเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขาหันไปยักคิ้วให้เฟิ่งจิ่ว
“พวกเจ้าไปเสียเถอะ!” เฟิ่งจิ่วมองวิญญาณเหล่านั้น ก่อนจะบอกให้พวกเขาไปจากที่นี่
“ขอบคุณมาก” วิญญาณเหล่านั้นกล่าวขอบคุณ ก่อนจะรีบพากันหายตัวไปท่ามกลางป่าทึบแห่งนี้
………………………………….
ตอนที่ 3022 หมู่บ้านดอกท้อ
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เอ่ยว่า “พวกเจ้าทำเช่นนี้ใจอ่อนเกินไปแล้ว หากวันข้างหน้าพวกมันทำร้ายคน ก็นับว่าเป็นผลพวงจากการกระทำของพวกเจ้าในวันนี้”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยยิ้มๆ “เช่นนั้นท่านจะบอกว่าเราควรฆ่าพวกเขาก่อน เพื่อที่จะกำจัดเรื่องพวกนั้นที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้าอย่างนั้นหรือ”
ชายวัยกลางคนเงียบไป ไม่พูดอะไร
หวันเหยียนสิบสามยิ้มเอ่ยว่า “เอาล่ะๆ พวกเราไปดูสถานการณ์ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้นก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ!”
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสามเดินทางออกจากป่าแห่งนี้ไปพร้อมกัน พวกเขาเดินไปตามถนนเล็กๆ กระทั่งมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในเขา
ครั้นเห็นควันจากปล่องเตาไฟบนหลังคาบ้านเรือนที่ลอยม้วนตัวขึ้นสูง หมู่บ้านก็แลดูเงียบสงบ เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามลอบมองหน้ากันเงียบๆ ที่แห่งนี้ดูเหมือนหมู่บ้านธรรมดา หรืออาจเรียกได้ว่าดูเงียบสงบกว่าหมู่บ้านทั่วไปเสียด้วยซ้ำ
เพียงแต่ หากเงียบสงบเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องปกติ
เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อย ก็เห็นว่าหน้าหมู่บ้านปลูกต้นท้อไว้สองแถว ทุกหลังคาเรือนไม่ว่าหน้าบ้านหรือหลังบ้านจะปลูกต้นท้อไว้หนึ่งต้น ต้นท้อหลายต้นยังมีผลท้อสีชมพูอ่อนน่ากินประดับประดาอยู่ด้วย
“ทำไมหมู่บ้านนี้จึงปลูกต้นท้อไว้มากมายขนาดนี้?” ชายวัยกลางคนพึมพำขึ้นมา พลางหันไปมองรอบๆ ก่อนจะเดินมาหยุดยืนใต้ต้นท้อต้นหนึ่ง เอื้อมมือออกไปเด็ดลูกท้อ จากนั้นก็เช็ดก่อนกัดกิน
หวันเหยียนสิบสามเห็นดังนั้นก็เด็ดมากินลูกหนึ่งด้วย จากนั้นก็ยื่นให้เฟิ่งจิ่ว “มา ชิมดูหน่อย”
“นี่พวกเราถือว่ากำลังขโมยท้ออยู่หรือไม่” เฟิ่งจิ่วยิ้มถาม ก่อนจะรับไป เช็ดขนท้ออ่อนๆ ให้สะอาดแล้วกัดกินหนึ่งคำ พลางเดินเข้าไปด้านในด้วย
หน้าบ้านหลังหนึ่ง มีหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ หญิงชรามองพวกเขาก่อนจะถามขึ้นว่า “พวกเจ้ามาหาใคร?” น้ำเสียงแหบพร่า ฟังดูอ่อนระโหยโรยแรง
“พวกข้าเป็นคนจากสำนักเซียน ถูกส่งตัวมาทำภารกิจที่นี่” หวันเหยียนสิบสามตอบคำถาม ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ไปข้างหน้า พร้อมถามว่า “ช่วงก่อนมีหญิงสาวหน้าตางดงามใส่เสื้อผ้าสีแดงมาที่นี่บ้างหรือไม่”
“หญิงชุดแดงหรือ?” หญิงชราครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า “มีสิ มาค้างที่นี่หนึ่งคืนก็ไปแล้ว ไปทางภูเขาลูกนั้น” นางยกมืออันแห้งเหี่ยวชี้ไปยังภูเขาลูกใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป
“ท่านผู้เฒ่า พวกเราขอค้างที่นี่สักคืนได้หรือไม่” เฟิ่งจิ่วถาม
“ได้ แต่ว่าพวกข้าไม่มีอะไรต้อนรับหรอกนะ ที่พักก็ธรรมดา พวกเจ้าเป็นเซียนจะอยู่ได้หรือ” หญิงชราถาม พลางใช้มือค้ำประตูเพื่อประคองตนเองให้ลุกขึ้น
“พวกเราไม่เรื่องมาก” หวันเหยียนสิบสามหัวเราะเบิกบาน
“พวกเจ้าตามข้ามาเถอะ! หลังบ้านข้าไม่มีคนอยู่ พวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นก็แล้วกัน! ช่วงก่อนที่หญิงชุดแดงมาที่นี่ นางก็พักที่เรือนหลังบ้านข้านี่แหละ”
หญิงชราอธิบาย พลางพาพวกเขาเดินไปที่หลังบ้าน พอมาถึงเรือนที่ดูเรียบง่ายหลังหนึ่ง ก็บอกกับพวกเขาว่า “หมู่บ้านของเรามีกันเพียงสิบกว่าหลัง ล้วนแต่เป็นคนแก่คนเฒ่า คนหนุ่มสาวไปทางนั้นกันหมดแล้ว”
“ข้าได้ยินว่าในหมู่บ้านของพวกท่านมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นบ่อยหรือ? เล่าให้พวกข้าฟังหน่อยได้หรือไม่?” เฟิ่งจิ่วถาม
“เรื่องแปลกๆ หรือ? หึๆ เรื่องแปลกก็คือ กลางคืนนอนแล้วจะตกเตียง เดินแล้วจะชนกำแพง บ้างก็หกล้ม สองวันก่อนยายเฒ่าหลี่ที่บ้านอยู่ข้างหลังก็หกล้ม ตอนนี้ยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลย!”
“ข้ารู้วิชาแพทย์ ช่วยดูอาการให้นางได้ รบกวนผู้เฒ่าพาข้าไปหน่อยเถอะ!”
“ได้” หญิงชราพยักหน้า จากนั้นก็ก้าวเดินด้วยย่างก้าวอันสั่นเทา พาพวกเขาเดินไปยังบ้านคนที่อยู่หลังหมู่บ้าน
“ท่านผู้เฒ่า เหตุใดที่นี่จึงปลูกต้นท้อไว้มากมายขนาดนี้?” เฟิ่งจิ่วหันไปมองต้นท้อที่อยู่รอบๆ ก่อนจะถามขึ้น
………………………………….