เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3023 เสื้อผ้าจากเปลือกต้นท้อ / ตอนที่ 3024 ติดกับ
ตอนที่ 3023 เสื้อผ้าจากเปลือกต้นท้อ
หญิงชราได้ยินก็มองเฟิ่งจิ่ว ก่อนจะตอบว่า “เพราะหมู่บ้านของเราชื่อหมู่บ้านป่าท้อ”
นี่มันคำตอบประเภทใดกัน? ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรผิด แต่ก็ไม่ใช่คำตอบที่นางอยากรู้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน เหมือนไม่ใช่เพียงเพราะชื่อหมู่บ้านป่าท้อ เพราะตัวหมู่บ้านป่าท้อเดิมทีก็อยู่ ลับตาคนอยู่แล้ว กอปรกับเรื่องแปลกประหลาดของหมู่บ้านนี้ หากคนที่อยู่ที่นี่ไม่รู้ นั่นก็ยิ่งแปลกเข้าไปอีก
แต่ดูก็รู้ว่าหญิงชราไม่อยากพูดมากความ เฟิ่งจิ่วจึงทำได้เพียงไม่ถามต่ออีก
“ที่นี่แหละ” หญิงชราผลักประตูเข้าไป พลางบอกว่า “พวกเขาอยู่กันแค่สองสามีภรรยา พวกเจ้าเข้ามาเถอะ!” เอ่ยจบ หญิงชราก็ก้าวเข้าไปก่อน พอเข้ามาข้างในก็เอ่ยว่า “ยายเฒ่าหลี่ ม มีเซียนกลุ่มหนึ่งผ่านทางมา บอกว่ารักษาเจ้าได้ ข้าจึงพาพวกเขามา”
“พวกเจ้าเข้าไปเถอะ! ข้าจะกลับก่อน” หญิงชราเอ่ย จากนั้นก็เดินออกไป
พวกเฟิ่งจิ่วเดินเข้าไป มาถึงห้องด้านในก็เห็นหญิงชราคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง ชายชรากำลังง่วนอยู่ในห้อง พอเห็นพวกเขาก็รีบเข้ามาทักทาย
“ท่านผู้เฒ่า บาดเจ็บตรงไหนหรือ” เฟิ่งจิ่วถาม
ผู้สูงอายุทั้งสองจ้องพิจารณาพวกเขา ก่อนจะชี้ไปที่เท้า “เจ็บที่เท้า”
เฟิ่งจิ่วเข้าไปดู เห็นว่าข้อเท้าห่อยาไว้ จึงปาดยาพวกนั้นออก แล้วก็เห็นว่าบาดเจ็บเล็กน้อย แค่เส้นเอ็นพลิกทำให้ข้อเท้าบวมเท่านั้น นางจึงเอายาออกมาและห่อยาให้อีกฝ่ายใหม่ “แค่เอ็นพลิกเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทายาสองวันก็หายแล้ว”
นางอธิบาย ก่อนถามขึ้นว่า “ท่านผู้เฒ่าล้มได้อย่างไรหรือ”
“ถูกสิ่งของเหล่านั้นผลัก” หญิงชราตอบ นางมองหน้าพวกเขา “ในหมู่บ้านของเรามักเกิดเรื่องแบบนี้บ่อยๆ ชินเสียแล้ว”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ท่านผู้เฒ่ารู้ได้อย่างไรว่าถูกสิ่งของเหล่านั้นผลัก? หากมีสิ่งของพวกนั้นอยู่จริง พวกมันก็อาจไม่ได้ผลักพวกท่านก็ได้นี่!”
“หึๆ แล้วยังมาบอกว่าเจ้าเป็นเซียน เจ้าไม่รู้ล่ะสิ? สิ่งของสกปรกที่นี่ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ แม้จะเข้าใกล้ก็ไม่กล้าแตะต้องพวกข้า” หญิงชราหัวเราะในลำคอ นางนอนอยู่บนเตียงขณะพูด ดว่า “ที่นี่น่ะ คนที่ล้มหรือตกเตียงบ่อยๆ คงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
“เหตุใดจึงพูดเช่นนี้เล่า?” เฟิ่งจิ่วทำท่าทางประหลาดใจ
“เพราะดวงตก กอปรกับสิ่งสกปรกพวกนั้นอาละวาด ไม่ตายก็จะต้องถูกทรมานจนตาย ข้าเองก็คงอยู่ได้อีกไม่กี่วันแล้ว” น้ำเสียงของนางเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องของคนอื่น ไร้วี แววแห่งความกลัว
“คนอย่างพวกเจ้าคงกำลังแปลกใจ เหตุใดสิ่งสกปรกพวกนั้นถึงไม่กล้าแตะต้องพวกเรา ไม่กล้าเข้าใกล้ที่นี่ใช่หรือไม่? วันนี้ข้าจะบอกพวกเจ้าเอง นั่นเพราะหมู่บ้านของเราปลูกต้นท้อไว้ ต ต้นท้อป้องกันสิ่งอัปมงคล สิ่งของสกปรกทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็มีบางตัวที่ร้ายกาจ แต่พวกข้าก็ไม่กลัวหรอกนะ เพราะพวกข้าสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเปลือกต้นท้อ!”
ทั้งสามฟังมาถึงตรงนี้ก็ตะลึงงัน เสื้อผ้าที่ทำจากเปลือกต้นท้อ?
“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนแล้ว มีเซียนเฒ่าผู้หนึ่งบอกให้พวกข้าปลูกต้นท้อ เขาบอกว่าหนึ่งสามารถกินผลได้ สองสามารถป้องกันสิ่งอัปมงคลได้ สามคือดูแล้วก็สวยงาม เซียนเฒ่าผู นั้นยังสอนพวกข้าลอกเปลือกต้นท้อออกมาร้อยสานเป็นเสื้อผ้าด้วย จากนั้นก็แบ่งแจกจ่ายให้บ้านละหนึ่งผืน”
พวกเขากระจ่างในทันที ที่แท้ก็อย่างนี้เอง พวกเฟิ่งจิ่วบอกลา จากนั้นก็หมุนตัวจากไป กลับมาพักผ่อนในเรือนที่หญิงชราเตรียมไว้ให้
“เปลือกต้นท้อสานเป็นเสื้อผ้า ไม่รู้ว่ายอดฝีมือผู้นั้นเป็นคนจากสำนักใดกันนะ?” ชายวัยกลางคนเอ่ยลอยๆ น้ำเสียงเจอแววเสียดายปะปนอยู่
………………………………….
ตอนที่ 3024 ติดกับ
เสียดายที่ไม่อาจพานพบกับคนเช่นนั้นได้ ไม่รู้ว่าเป็นคนเช่นไร ถึงได้มีความคิดมองการณ์ไกลเช่นนี้ได้?
บอกว่าพักผ่อนในหมู่บ้าน แต่ทว่าพวกเขากลับออกจากหมู่บ้านไปเงียบๆ เมื่อถึงยามวิกาล ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาลูกนั้น ตั้งใจว่าจะสืบเรื่องภูเขาหยิน หากดำเนินการยามวิกาลจะสะดวกมาก กกว่า
“พวกเจ้าสองคน ตามหลังข้ามาก็แล้วกัน!” ชายวัยกลางคนเอ่ย สะบัดแส้หางม้าในมือ สั่งให้หวันเหยียนสิบสามกับเฟิ่งจิ่วตามมาด้านหลังเขา
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “นะ…นี่ไม่ดีกระมัง?”
“มีอะไรไม่ดีกัน? ข้าอายุเยอะกว่าพวกเจ้า ปกป้องพวกเจ้าก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว” ชายวัยกลางคนวางท่าเหมือนผู้ที่อาวุโสกว่า
หวันเหยียนสิบสามห้ามเฟิ่งจิ่วที่ทำท่าจะพูดต่ออีก ก่อนยิ้มบอกว่า “อย่างนั้นก็ดี มีท่านคอยเปิดทางให้ พวกข้าช่างโชคดี”
ชายวัยกลางคนทำท่าทางค่อนข้างพอใจ เพียงพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็เดินนำหน้าเปิดทางให้พวกเขา
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองหวันเหยียนสิบสามแวบหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าเจ้าคนนี้จะเจ้าเล่ห์อย่างนี้ วรยุทธ์ของชายวัยกลางคนยังไม่สูงเท่าหวันเหยียนสิบสามเลย ย่อมไม่เก่งเท่าเขา แต่เขากลับปล ล่อยให้ชายวัยกลางคนนำหน้า ตั้งใจจะหลอกใช้คนชัดๆ!
แม้แต่คนหน้าหนาอย่างนาง ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเลย
ทั้งสามเดินไปข้างหน้า เสียงแมลงร้องยามค่ำคืนดังตลอดทาง ท้องฟ้ามืดลงเรื่อยๆ พวกเขาอาศัยแสงสว่างอันน้อยนิดเหนือหัวเพื่อนำทาง
ยิ่งเข้าใกล้ภูเขาหยิน บรรยากาศรอบข้างก็ยิ่งเย็นเยียบ นางขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างกายเพื่อให้ความอบอุ่น พลางหันไปมองข้างหน้า เห็นดวงแสงหม่นๆ เลือนรางลอยไปลอยมาอยู่ใน นป่าทึบ ส่งเสียงโหยหวน
ทั้งสามเข้าไปในป่าทึบ ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างหน้าเห็นดวงแสงหม่นๆ เหล่านั้นก็แค่นเสียง “เจ้าพวกโสมม!” สิ้นเสียงก็สะบัดแส้หางม้า กลิ่นอายพลังวิญญาณขุมหนึ่งพุ่งออกไป
“ฟิ้ว!”
ดวงแสงสีเขียวหม่นหนึ่งในนั้นถูกโจมตีเข้า มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาทันที ส่วนดวงอื่นก็รีบแยกย้ายกันหนีอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องนั้นดังทะลุความมืดยามค่ำคืน ชายวัยกลา างคนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
เขาหันกลับมามองเฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสาม “ข้าไม่นึกว่ามันจะร้องดังขนาดนั้น”
หวันเหยียนสิบสามยิ้มบอก “ไม่เป็นไร ป่าผืนนี้กว้างขวาง เสียงโหยหวนของผีก็ดังเป็นระยะ ไม่เป็นที่สนใจหรอก”
“อืม พวกเราเดินต่อเถอะ! พวกเจ้าตาม…อ๊าก!”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็ร้องเหมือนไปเหยียบโดนอะไรบางอย่างเข้า เสียงสวบสาบดังมาจากรอบด้าน ก่อนที่ตาข่ายผืนใหญ่จะรวบเข้าหากัน ห่อเอาร่างของชายวัยกลางคนขึ้นไปห้อยโตงเตงอยู่ข ข้างบน
หวันเหยียนสิบสามกับเฟิ่งจิ่วตะลึงงัน มองชายวัยกลางคนที่พยายามดิ้นขัดขืนอยู่กลางอากาศ ก่อนถามว่า “ท่านไม่เป็นไรกระมัง?” เห็นชายวัยกลางคนหน้าตาเคร่งเครียดลอยโตงเตงอยู่กลางอาก กาศเช่นนี้ ไม่ง่ายเลยกว่าทั้งสองจะข่มกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ได้
“ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็น…”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศแหลมๆ ดังเข้ามา ทั้งสามหันไปมองต้นเสียง ก็เห็นธนูแหลมที่ไม่รู้ถูกยิงมาจากตรงไหนของป่าพุ่งเข้ามา ธนูแหลมเหล่านั้นราวกับเชื่อมต่ออยู่ กับกลไกของตาข่ายผืนนั้น พวกมันพุ่งยิงไปยังทิศทางที่ชายวัยกลางคนอยู่
ชายวัยกลางคนหน้าเปลี่ยนสีไปทันที แววตาร้อนรน “เร็ว รีบช่วยข้าลงไป!”