เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3025 นักพรตเฉิน / ตอนที่ 3026 เพลิงโทสะ
ตอนที่ 3025 นักพรตเฉิน
หวันเหยียนสิบสามกับเฟิ่งจิ่วพุ่งตัวออกไปพร้อมกัน คนหนึ่งปัดป้องธนูแหลมที่พุ่งใส่ตาข่ายที่ห้อยอยู่กลางอากาศ คนหนึ่งรวมพลังตวัดฟันไปที่ตาข่ายผืนนั้น
“พลั่ก!”
เสียงหล่นกระแทกดังขึ้น ชายวัยกลางคนที่ห้อยอยู่กลางอากาศกระแทกลงพื้นอย่างแรงพร้อมกับตาข่าย เสียงโอดครวญดังตามมา ชายวัยกลางคนรีบตะเกียกตะกายออกจากตาข่ายผืนนั้นทันที
“ไม่เป็นไรใช่หรือไม่” ทั้งสองเดินมาถามเขา
บางทีอาจเพราะรู้สึกว่าตนเองมีสภาพน่าอาย เขาจึงกระแอมเล็กน้อยก่อนตอบว่า “ไม่เป็นไร” พลางลุกขึ้นยืนแล้วปัดเสื้อคลุม “นึกไม่ถึงว่าข้างในนี้จะวางกลไกไว้ด้วย ต้องระวังตัวหน่อย แล้ว”
“อืม” ทั้งสองคนรับคำ พวกเขาแค่ยิ้มๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะยิ่งพูดก็มีแต่จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
ทั้งสามเดินหน้าต่อ ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าชายวัยกลางคนที่เดินนำหน้าระวังตัวยิ่งกว่าเดิม เหมือนรวบรวมสมาธิทั้งหมด จนเกร็งไปทั้งร่าง เฟิ่งจิ่วเห็นดังนั้นก็ยิ้มก่อนถามว่า “ท่านนั กพรต ยังไม่รู้ว่าท่านชื่ออะไรเลย!”
ชายวัยกลางคนได้ยินก็หันกลับไปมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “ข้าแซ่เฉิน ชื่อซาน คนในพรรคมักเรียกข้าว่านักพรตเฉิน พวกเจ้าเรียกข้าอย่างนั้นก็ได้”
ตลอดเส้นทางนี้ เขาก็รู้แค่ว่าสองคนนี้คนหนึ่งชื่อเฟิ่งจิ่ว คนหนึ่งชื่อหวันเหยียนสิบสาม เป็นคนจากสำนักดาราครามเซียน แต่ดูจากพลังของสองคนนี้ก็ไม่ได้อ่อนด้อย เพียงแต่ ไม่รู้ว่ามีตำแหน่งฐานะอย่างไรในสำนัก?
“นักพรตเฉิน ได้ยินว่าวิชาดาบในพรรคเริงรมย์ร้ายกาจที่สุดแล้ว แต่ข้าเห็นนักพรตเฉินใช้แส้หางม้า หรือว่าท่านไม่ได้ฝึกวิชาดาบเริงรมย์?” เฟิ่งจิ่วยิ้ม ถามขึ้นขณะเดินตามหลังเขา
“หากเป็นลูกศิษย์ของพรรคเริงรมย์ ล้วนสามารถฝึกวิชาดาบเริงรมย์ได้ ข้าก็เช่นกัน เพียงแต่มีแค่ลูกศิษย์คนสำคัญของพรรคเริงรมย์เท่านั้นที่จะสามารถเรียนเคล็ดลับสุดยอดของวิชาดาบเร ริงรมย์ได้ ด้วยเหตุนี้ ศิษย์ที่สามารถฝึกวิชาดาบจนสำเร็จจึงมีน้อยมาก คนที่เข้าใจเคล็ดลับของมันยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่”
เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “ทำไม? เจ้าสนใจวิชาดาบเริงรมย์หรือ?”
“ฮะๆ นิดหน่อย” เฟิ่งจิ่วเอ่ยยิ้มๆ
“สนใจไปก็ไม่มีประโยชน์ เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักดาราครามเซียนไปแล้ว ไม่อย่างนั้นก็อาจยังเข้าร่วมพรรคเริงรมย์ได้อยู่” เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่ว ทำหน้าเหมือนจะพูดว่าเจ้าหมดโอกาสแล้ว
เฟิ่งจิ่วยิ้มบางๆ พลางบอกว่า “นักพรตเฉิน ระวังข้างหน้า” นางเตือนด้วยความหวังดี
“ข้างหน้าอะ…ซี๊ด!” พอเขาหันกลับไป หัวก็โขกเข้ากับกิ่งไม้ยาวๆ ที่พาดขวางอยู่ข้างหน้า ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนกระจายไปทั้งหัว เจ็บจนเขาต้องสูดปาก
หวันเหยียนสิบสามอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ข้าว่านะนักพรตเฉิน! ท่านเป็นอย่างนี้เหตุใดยังคิดจะลงเขามาฝึกตนอีก” รู้สึกเหมือนเขาแตกต่างจากโลกภายนอกเกินไป อีกทั้งยังไม่ระวังตัว วด้วย คนอย่างนี้เมื่ออยู่ข้างนอกมักจะโดนเอาเปรียบได้ง่ายๆ
เขาลูบหัวตัวเอง ทำหน้าบึ้ง เอ่ยว่า “ตลกมากหรือ? มีอะไรให้น่าขำกัน!” เขาไม่พูดกับทั้งสองอีก หันกลับไปสาวเท้ายาวๆ เดินหน้าต่อไป
หวันเหยียนสิบสามเดินอยู่ข้างเฟิ่งจิ่ว ยิ้มบอกว่า “เขาใจใหญ่จริงๆ! จะว่าไปแล้ว เขากล้าตามพวกเรามาที่ภูเขาหยิน เห็นได้ว่าไม่ค่อยระวังผู้คน ไม่รู้ว่ามีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ ได้อย่างไร”
“เขาก็แค่คร่ำครึไปหน่อย แล้วก็จริงจังไปนิด แต่กลิ่นอายคุณธรรมรอบตัวเขาไม่เลวเลยนะ” เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก ก่อนจะสาวเท้าเดินไปข้างหน้า
………………………………….
ตอนที่ 3026 เพลิงโทสะ
ทั้งสามเดินไปข้างหน้า ข้างหลังมีดวงวิญญาณกลุ่มหนึ่งตามมา บ้างก็พยายามเข้ามาใกล้ บ้างก็โผล่ขึ้นมาจากผืนดินกอดขาของพวกเขาไว้แน่น เหมือนพยายามจะดึงพวกเขาลงไปใต้ดินอย่างไรอย่ างนั้น
เฟิ่งจิ่วค้นพบว่า น้ำเต้าที่พี่สาวของนางมอบให้เพื่อเอาไว้ใช้ป้องกันดวงวิญญาณใช้ไม่ได้ผลกับที่นี่ แต่โชคดีที่มีหวันเหยียนสิบสามกับนักพรตอยู่ด้วย พลังของสองคนนี้ไม่ได้อ่อ อนแอ รับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้สบายๆ ลงมือทีเดียวก็สามารถทำให้วิญญาณเหล่านั้นแตกสลายได้ ส่วนวิญญาณที่ตามอยู่ข้างหลังพวกเขา ล้วนไม่กล้าเข้าใกล้นัก
นักพรตเฉินที่เดินอยู่ข้างหน้าชะงักฝีเท้า ยกมือส่งสัญญาณให้สองคนข้างหลังหยุดเดิน ก่อนจะกระซิบเบาๆ ว่า “ข้างหน้ามีกลิ่นคาวเลือดค่อนข้างแรง พวกเจ้ารอที่นี่ ข้าไปสำรวจดูก่อน”
เห็นเขาโฉบกายไปข้างหน้าแล้ว หวันเหยียนสิบสามหันไปพูดกับเฟิ่งจิ่ว “ไปกันเถอะ! พวกเราก็ตามไปด้วย เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ก่อนจะเดินตามหลังเขาไป
ยิ่งเดินไปข้างหน้า กลิ่นคาวเลือดยิ่งรุนแรง พอพวกเขาเห็นนักพรตเฉินยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ตรงนั้น ก็รู้สึกแปลกใจก่อนรีบสาวเท้าเข้าไปถาม “เป็นอะไรไป?”
พวกเขาถาม นักพรตเฉินหน้าซีด เพลิงโทสะพลุ่งพล่านในดวงตา เขาไม่ได้พูดอะไร แค่ยกมือชี้ไปข้างหน้า
เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามมองไปตามนิ้วมือของเขา แล้วก็เห็นหญิงสาวนางหนึ่งถูกห้อยกลับหัวอยู่บนต้นไม้ ร่างกายอันเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยแผล เลือดไหลย้อยลงมาตามร่างกายของ งนาง ย้อมผืนดินด้านล่างจนแดงฉานเป็นวงกว้าง
และในจุดที่ห่างออกไปไม่ถึงห้าสิบเมตร มีหญิงสาวอีกนางถูกห้อยกลับหัวอยู่ใต้ต้นไม้เช่นกัน เส้นผมยาวอาบเลือดสยายตรงชี้ลงไปบนพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด มีเพียงเลือดที่ไห หลออกจากรูทวารทั้งเจ็ด สภาพเช่นนั้นในเวลากลางคืน เห็นแวบแรกช่างชวนให้สยดสยองยิ่งนัก
“สัตว์เดรัจฉานพวกนี้!”
เพลิงโทสะปั่นป่วนอยู่ในอกของนักพรตเฉิน เขากำหมัดแน่นขณะสบถด่า หญิงสองคนนั้นตายไปแล้วเขาจึงไม่ได้เข้าไปหา แต่กลับโฉบพุ่งเข้าไปในส่วนลึกของป่าด้านหลัง ที่นั่น มีเสียงร้อง งขอชีวิตดังแว่วมา
เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามพุ่งตัวตามไปด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีเช่นกัน แต่หวันเหยียนสิบสามตามนักพรตเฉินไป ในขณะที่เฟิ่งจิ่วเดินไปหาหญิงสาวที่ร่างเปลือยเปล่าสองคนนั้น พลังสอ องสายพุ่งออกจากนิ้วมือของนาง ตัดเชือกที่ผูกติดต้นไม้ ปล่อยร่างของพวกนางลงมา
ครั้นเห็นว่าพวกนางไม่มีลมหายใจแล้ว นางถอนหายใจเบาๆ โบกแขนเสื้อ เปลวไฟสองลูกแผดเผาสองศพนั้น อยู่ในที่แห่งนี้ คนที่ตายไปแล้วก็ทำได้เพียงเผาด้วยไฟเท่านั้น ปล่อยให้พวกนา างลอยไปตามสายลม คือจุดจบที่ดีที่สุดของพวกนางแล้ว หากฝังไว้ใต้ดิน มีแต่จะถูกสัตว์ร้ายขุดร่างขึ้นมากิน จนสุดท้ายก็ไม่เหลือแม้แต่ซากศพ
เมื่อเปลวไฟลุกไหม้ แสงไฟก็ส่องสว่างป่าผืนนี้ขึ้นมา กลิ่นเหม็นไหม้ลอยไปตามสายลม กระทั่งศพสองศพนั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน และถูกสายลมพัดพาไปในอากาศ
เมื่อเดินลึกเข้าไปข้างใน เสียงดาบกระบี่ท่ามกลางการต่อสู้ดังมา นางเร่งฝีเท้า เมื่อมาถึงก็เห็นหญิงสาวถูกขังไว้ในกรง แต่โชคดีที่หญิงสาวเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่
และด้านหน้านั่นเอง นักพรตเฉินกับหวันเหยียนสิบสามกำลังสู้กับพรรคมารที่สิบกว่าคน ทั้งหมดสวมเสื้อผ้าสีดำ สองคนในนั้นมีวรยุทธ์ระดับผู้อาวุโสเซียน พวกเขาใส่หน้ากากผีสีเขียว ก กระบวนท่าดุเดือดรุนแรง ฝ่ายตรงข้ามมีพลังแข็งแกร่ง เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ทำให้นักพรตเฉินบาดเจ็บ เสี้ยวนาทีที่เห็นนักพรตเฉินเซถอยไปข้างหลัง อีกฝ่ายก็เงื้อดาบขึ้นหมายปลิดชีวิต เฟิ่งจิ่วรีบพุ่งตัวเข้าไปทันที