เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3029 แยกทาง / ตอนที่ 3030 สัญญาณขอความช่วยเหลือ
ตอนที่ 3029 แยกทาง
“นะ…นางตกลงไปในหน้าผา พวกเราก็ไม่ได้ลงไปตรวจสอบ ฉะนั้นจึงไม่รู้ว่านางอยู่หรือตาย” ผู้ฝึกวิชามารพูดเสียงสั่น น้ำเสียงอ่อนแรง ราวกับจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ
ฟังมาถึงตรงนี้ หัวใจของทั้งสองหนักอึ้ง ตกหน้าผา? อย่างนั้นยังมีโอกาสรอดหรือไม่? ไม่ น่าจะยังมีชีวิตอยู่ หยกรักษาชีวิตของนางก็ยังอยู่ แสดงว่านางน่าจะยังมีชีวิตอยู่
“หน้าผาไหน? แล้วค่ายกลป้องกันนั่นไปไหนแล้ว? เหตุใดไม่อยู่ตรงนี้?” เฟิ่งจิ่วถาม สายตาจับจ้องไปที่ผู้ฝึกมารที่อยู่บนพื้น
“เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเห็น หนะ…หน้าผาตรงนั้น นางตกลงไปจากตรงนั้น นะ…นางมีแผลที่หน้าอกจากอาวุธลับอาบยาพิษ คะ…คงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”
ผู้ฝึกวิชามารเห็นสีหน้าของพวกเขาเย็นชา ในสายตามีเพียงความสิ้นหวัง เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีโอกาสรอดอยู่แล้ว ใครก็ช่วยเขาไม่ได้ ตอนนี้เขาขอแค่ได้ตายสบายหน่อยเท่านั น ด้วยเหตุนี้จึงพูดทุกอย่างที่รู้
“ค่ายกลปกป้องของพวกเรากลับไปแล้ว เหลือแค่พวกเราที่ต้องรวบรวมเลือดและดวงวิญญาณของหญิงสาวเหล่านี้ ตอนแรกตั้งใจว่าจัดการหญิงสาวเหล่านี้เสร็จก็จะไป นึกไม่ถึง…นึกไม่ถึงว่ากลับ บมาเจอพวกเจ้า”
หวันเหยียนสิบสามสีหน้าดำทะมึน เขาตวัดฝ่ามือ พลังสายหนึ่งปลิดชีวิตของผู้ฝึกวิชามารที่อยู่บนพื้น เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่ว บอกว่า “ข้าคิดว่าจะไปดูที่หน้าผาหน่อย”
“อืม ข้าไปกับท่านด้วย” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนหันไปมองนักพรตเฉิน “นักพรตเฉิน รบกวนท่านส่งหญิงสาวเหล่านี้กลับด้วยก็แล้วกัน! พวกเราลากันตรงนี้เลย”
“พวกเจ้าจะไปตามหาที่หน้าผากันเองหรือ?” นักพรตเฉินประหลาดใจ เขารู้ว่าทั้งสองมาตามหาคน แต่ผู้ฝึกวิชามารคนนั้นก็พูดถึงขนาดนี้แล้ว พวกเขายังคิดว่าคนคนนั้นยังมีชีวิตอยู่อี กอย่างนั้นหรือ?
“รบกวนท่านนักพรตดูแลหญิงสาวพวกนี้ด้วย” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนจะผงกหัวเล็กน้อย
นักพรตเฉินทำได้เพียงพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าวางใจเถอะ! ข้าจะส่งหญิงสาวพวกนี้กลับบ้านเอง เพียงแต่ ตอนนี้เป็นยามวิกาล เดินทางกลางคืนไม่ค่อยสะดวกอยู่แล้ว ถึงพวกเจ้าจะไปที่ หน้าผา ก็คงมองอะไรไม่เห็นเพราะความมืด ไม่สู้พักสักคืนหนึ่ง พรุ่งนี้ค่อยวางแผนใหม่”
ทั้งสองได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน อย่างนั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน!”
พวกเขามองหาที่พักแถวๆ นั้น ขณะเดียวกันก็ให้หญิงสาวพวกนั้นพักอยู่ในจุดที่อยู่ในครรลองสายตาของพวกเขา หวันเหยียนสิบสามไม่ได้พักผ่อน แต่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บพวกดวงวิญญาณท ที่อยู่ในป่า
กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามก็แยกทางกับเขา ตอนแยกกัน นักพรตเฉินมองพวกเขาสองคน ก่อนเอ่ยว่า “ทั้งสองคน ภายหน้าหากมีโอกาสก็มาที่พรรคเริงรมย์ ข้าจะ ะต้อนรับพวกเจ้าอย่างดีแน่นอน”
“แน่นอน” ทั้งสองพยักหน้า หลังจากกล่าวลากัน ก็เห็นเขาพาหญิงสาวพวกนั้นขี่อาวุธบินจากไป
กระทั่งเมื่อมองไม่เห็นเงาร่างของพวกเขาแล้ว เฟิ่งจิ่วกับหวันเหยียนสิบสามจึงเดินลึกเข้าไปในป่า เดินไปตามแนวต้นไม้ จนมาถึงหน้าผาที่อยู่ด้านใน
ยืนมองลงไปจากบนหน้าผา เห็นแต่ผืนป่าทึบและเขียวชอุ่ม แต่ความสูงระดับนี้ หากคนที่ได้รับบาดเจ็บตกลงไป เกรงว่า…
“พวกเราลงไปดูกันหน่อยเถอะ!” เฟิ่งจิ่วว่า สายตาจดจ้องลงไปข้างล่าง หวังว่าจะมีคนช่วยพี่สาวของนางนะ! ไม่อย่างนั้นเกรงว่าคงจะคิดไปในแง่ดีได้ยากแล้ว
“ไปกันเถอะ!” หวันเหยียนสิบสามเอ่ยขึ้น ก่อนจะขี่กระบี่ลงไป
………………………………….
ตอนที่ 3030 สัญญาณขอความช่วยเหลือ
ทั้งสองขี่กระบี่บินลงไป ลมหนาวพัดปะทะใบหน้า เย็นไปถึงกระดูก ยิ่งลึกลงไป เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ยิ่งชัดเจน เมื่อทั้งสองทิ้งตัวลงบนพื้น พวกเขาหันไปมองรอบๆ ก่อนพูดขึ้นว่า “ข้างในนี้น่าจะมีสัตว์ร้ายอยู่ไม่น้อยเลย”
“พวกเราแยกย้ายกันตามหาเถอะ! ไม่ว่าจะหาเจอหรือไม่ ก่อนอาทิตย์ตกให้มาเจอกันที่ต้นไม้ที่สูงที่สุดต้นนั้น” เฟิ่งจิ่วชี้ไปที่ต้นไม้ที่สูงมากต้นหนึ่งข้างหน้า
“ได้ เจ้าระวังตัวด้วย” หวันเหยียนสิบสามเอ่ย เพราะรู้ถึงระดับวรยุทธ์ของนาง จึงไม่กังวลว่านางจะมีอันตรายแต่อย่างใด
“อืม” เฟิ่งจิ่วรับคำ ก่อนจะออกเดินไปยังทิศทางหนึ่ง หวันเหยียนสิบสามเองก็เดินไปอีกทางเช่นกัน ขณะเดียวกันก็ตะโกนเรียกชื่อของหวันเหยียนเชียนหวาไปด้วย
“ท่านพี่! ท่านพี่! ท่านอยู่ไหน!”
เฟิ่งจิ่วตะโกนเรียก พลางใช้ดวงจิตกวาดสำรวจจุดที่อาจมีคนซ่อนอยู่ในบริเวณนั้น แต่ทว่า สิ่งที่ได้มาไม่ใช่เสียงตอบรับกลับมาจากหวันเหยียนเชียนหวาแต่อย่างใด กลับเป็นสัตว์ร้ายตัว วหนึ่งที่ถูกดึงดูดเข้ามาแทน
สัตว์ร้ายที่ย่างกรายมาทางนางด้วยท่าทางดุร้ายตัวนั้น เฟิ่งจิ่วเพียงเหลือบมองแวบเดียว ก็ทำให้มันขาอ่อนไปทั้งสองข้าง ก่อนจะชักฝีเท้าวิ่งหนีไป ทิ้งฝุ่นอันตลบอบอวลไว้เบื้องหลัง
นางเดินไปข้างหน้า ขณะที่ในใจก็กำลังคำนวณไปด้วย บทสรุปของพี่สาวของนางซึ่งตกลงมาในนี้ทั้งที่ถูกพิษด้วยมีเพียงสามอย่างเท่านั้น หนึ่งคือตายและถูกสัตว์ร้ายที่อยู่ในนี้กินจน นไม่เหลือแม้แต่ศพ สองคือถูกคนช่วยและพาออกไปจากที่นี่แล้ว สุดท้ายคืออาจจะซ่อนตัวเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่ไหนสักที่ในนี้
ข้อแรกและข้อสองตัดออกไป เพราะหากตายแล้ว ป้ายหยกรักษาชีวิตของนางก็จะไม่สว่างอีก และหากซ่อนตัวรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ ด้วยยาที่นางให้ไว้ หากอาการดีขึ้น อีกฝ่ายก็น่าจะต ติดต่อกับอาจารย์ของตนแล้ว อย่างนั้นก็เหลือแค่ความเป็นไปได้ที่สองเท่านั้น
หากถูกคนช่วยและพาไปจากที่นี่แล้ว อย่างน้อยก็รู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงมาก นางเชื่อว่าพี่สาวจะหายดี และกลับสำนักเซียนอย่างแน่นอน
ขณะคิด นางก็เดินไปข้างหน้าไปด้วย ตอนนั้นเอง เสียงสัญญาณขอความช่วยเหลือดังขึ้นกลางท้องฟ้า นางหันไปมองบนท้องฟ้าโดยสัญชาตญาณ แล้วก็เห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า พอนางเห็นว่าสัญญาณขอความช่วยเหลือนั่นเป็นของสำนักดาราครามเซียน ก็อดเลิกคิ้วไม่ได้
ซื่อเชวียกับมู่ซินเคยเอาสัญญาณขอความช่วยเหลือของสำนักเซียนให้นาง บอกว่าหากมีอันตรายหรือปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้ ให้ใช้สัญญาณขอความช่วยเหลือของสำนักดาราครามเซียน ขอเพียงแถว นั้นมีศิษย์ของสำนักเซียนอยู่ หากเห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือก็จะไปช่วย
นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือจากสำนักดาราครามเซียนที่นี่ แม้นางจะไม่ใช่คนของสำนักเซียน แต่จะว่าไปก็มีความเกี่ยวข้องอยู่บ้าง หนำซ้ำตลอดเส้นทางนี้นางสวมบทคนของสำ ำนักดาราครามเซียนมาหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือของสำนักดาราครามเซียน หากไม่ไปดูสักหน่อย ก็เหมือนจะไม่ถูกต้องนัก
ขณะกำลังคิดเช่นนั้น ก็เห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือถูกปล่อยอีกสองครั้ง สายตาของนางไหวระริกเล็กน้อย ปล่อยสัญญาณขอความช่วยเหลือติดๆ กันหลายครั้งอย่างนี้ เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์คับขัน นขนาดไหน ไปดูหน่อยก็แล้วกัน!
และในส่วนลึกของป่า กลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่ว สัตว์ร้ายกลุ่มหนึ่งตีวงล้อมเข้าไปเป็นรูปครึ่งวงกลม พวกมันก้มหน้าต่ำเล็กน้อย สายตากระหายเลือดจับจ้องบุรุษกลุ่มหนึ่งที่บาดเจ็บล้ม มลงไปบนพื้น และทำได้เพียงใช้มือคลานเท่านั้นตรงหน้าชายหนุ่มเหล่านั้น มีศิษย์หญิงสองคนกำลังถือดาบพาดขวางอยู่ตรงหน้า สภาพร่างกายมีรอยเลือดกระด่ำกระด่าง พวกนางกำลังปกป้องกล ลุ่มคนข้างหลัง พยายามโจมตีสัตว์ร้ายกลุ่มนั้นให้ถอยออกไป