เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3041 เจ้าแห่งกระบี่เริงรมย์ / ตอนที่ 3042 หญิงงาม
ตอนที่ 3041 เจ้าแห่งกระบี่เริงรมย์
“นายท่านไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าตามหาหญิงงามชุดแดง” มันพูดเสียงเบาๆ แต่กลับไม่กล้าพูดมาก แค่บอกว่า “หนำซ้ำข้าก็ไม่รู้ว่านายท่านกำลังตามหานาง”
เฟิ่งจิ่วตบหน้าผาก ถามว่า “หลังจากนั้นเล่า? หญิงงามชุดแดงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง? มีคนช่วยไปแล้วหรือไม่?”
“ตอนที่ข้าเห็นนาง นางถูกผู้ฝึกวิชามารกลุ่มหนึ่งไล่ฆ่า ตอนนั้นนางบาดเจ็บหนักมาก สภาพเหมือนสามารถล้มลงไปได้ทุกเมื่อ ตอนนั้นข้ายังคิดว่าหากนางล้มลงไปจะลากนางกลับเข้าไปใ ในถ้ำ ใครจะรู้นางกลับยืนหยัดไม่ยอมล้มลงไป ก่อนที่ชายชุดขาวคนหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้นแล้วช่วยนางไป”
“ชายชุดขาว?” เฟิ่งจิ่วตะลึงงัน
“ใช่ มนุษย์ผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีขาว ชายคนนั้นเย็นชามาก กลิ่นอายรอบกายแข็งแกร่ง ข้าก็เลยไม่กล้าเข้าใกล้ ตอนนั้นข้าได้ยินผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นกรีดร้อง บอกว่าเป็นเจ้าแห่งกระบี่เ เริงรมย์ จากนั้นก็ถูกชายชุดขาวคนนั้นสังหาร”
พูดมาถึงตรงนี้ มันหดคอลง “ตอนนั้นชายคนนั้นเห็นข้าด้วย เขาหันมามองข้า ข้าเห็นว่าเขาอันตรายมากก็เลยหนีไป”
“เจ้าแห่งกระบี่เริงรมย์?”
หวันเหยียนสิบสามกรีดร้อง “นั่นไม่ใช่เจ้าสำนักพรรคเริงรมย์หรอกหรือ? ได้ยินว่าคนคนนั้นหาตัวจับยากมาก หากไม่ใช่กักตัวฝึกตนก็หายตัวไป เหตุใดจึงมาอยู่ในป่าผืนนั้นได้ แล้วยังช่ วยเชียนหวาไว้อีก?”
“เจ้าสำนักพรรคเริงรมย์? ไม่ใช่ตาเฒ่าคนหนึ่งหรอกหรือ?” เฟิ่งจิ่วถาม
“ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าสำนักพรรคเริงรมย์อายุเท่าไรแล้ว แต่มั่นใจได้ว่าไม่เกินหนึ่งร้อยปีแน่นอน คนคนนั้นวรยุทธ์ล้ำลึกคาดเดาไม่ได้ หนำซ้ำยังเผยหน้าน้อยครั้ง แม้แต่ข้า ก็เคยเห็ นแค่ไกลๆ ในงานประชุมใหญ่หลายปีก่อนเท่านั้น”
หวันเหยียนสิบสามเอ่ย เขาถอนหายใจก่อนบอกว่า “หากถูกเจ้าแห่งกระบี่เริงรมย์ช่วยไป อย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวล ไม่เป็นไรหรอก เจ้าแห่งกระบี่เป็นคนของพรรคคุณธรรม เชียนหวาอยู่กับเ เขาไม่มีปัญหาแน่นอน”
“อย่างนั้นก็ดี” เฟิ่งจิ่วเผยรอยยิ้ม ยกมือลูบหัวของเสือร้ายตัวนั้น “หากบอกพวกข้าแต่แรก พวกข้าก็คงไม่ต้องกังวลแล้ว”
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ด้านล่าง ในขณะที่การแข่งขันบนเวทียังคงดำเนินต่อไป และค่อยๆ เข้าสู่ช่วงสำคัญในตอนท้าย ทั้งสองเห็นหญิงงามอายุประมาณสามสิบขึ้นไปบนเวที นางเอ่ยกับผู้ชมว่า “ทุกท่าน การแข่งขันด้านศิลปะทุกท่านก็ได้รับชมกันไปแล้ว ต่อไปเป็นการแข่งขันความงาม วันนี้ไม่ได้มีแค่หญิงงามในหอของเราเท่านั้น ยังมีลูกสาวจากตระกูลผู้ดีบางคนมาด้วย ตำแหน่งหญ ญิงงามอันดับหนึ่งของปีนี้จะตกเป็นของใคร? พวกเรามาตั้งตารอดูกันต่อไปได้เลย!”
สิ้นเสียงของนาง นางปรบมือสามครั้ง ก็เห็นม่านไข่มุกถูกม้วนเก็บขึ้นไป สุดท้ายก็เลือกผู้หญิงสิบสองคนมายืนเรียงแถวกัน พวกนางยังคงสวมผ้าโปร่งปิดหน้า ในมือยังถือเครื่องดนตร รีที่ใช้ในการแข่งขันก่อนหน้า บางคนใส่เสื้อผ้าหรูหรา บางคนใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายธรรมดา ส่วนบางคน…
“เอ๊ะ? ทำไมหญิงสาวที่แต่งตัวเช่นนั้นถึงยืนอยู่บนเวทีได้เล่า?”
ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังหญิงสาวคนสุดท้ายที่ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ และใช้วัสดุผ้าสำหรับทำเสื้อด้านในปิดหน้า แต่ละคนดูท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก
พวกเขาต้องการดูหญิงงาม แต่เหตุใดจึงเอาหญิงขอทานมายืนข้างบนนั้น? หนำซ้ำยังกลายเป็นหนึ่งในสิบสองคนสุดท้าย?
หญิงคนอื่นบ้างก็รังเกียจ บ้างก็ยืนเว้นระยะห่างจากหญิงสาวนางนั้น ราวกับกลัวจะถูกตัวนาง ขณะที่หญิงคนนั้นยืนกอดพิณตัวหนึ่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้น ไร้ท่าทีหวาดกลัวหรือลนลาน ราว วกับคนที่ผู้คนกำลังพูดถึงไม่ใช่นาง
“หญิงสาวคนนี้บุคลิกดีทีเดียว” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวคนนั้น
………………………………….
ตอนที่ 3042 หญิงงาม
“วรยุทธ์ก็ไม่เลว อายุไม่มาก แต่กลับมีวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดแล้ว สูสีกับคุณหนูจากตระกูลผู้ดีพวกนั้นทีเดียว อืม ไม่สิ แค่ความสงบเยือกเย็นนี้ก็เหนือกว่าคุณหนูจากตร ระกูลพวกนั้นแล้ว”
หวันเหยียนสิบสามบอก ก่อนจะลูบคางแล้วหัวเราะว่า “ไม่รู้ว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไร”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก นางมองหญิงสาวนางนั้น ก่อนกวาดสายตามองผ่านหญิงสาวคนอื่น รอดูพวกนางถอดผ้าคลุมปิดหน้า
เวลานี้เอง นางอดไม่ได้ที่จะสงสัย หญิงคนนั้นจะหน้าตาเป็นอย่างไรกันนะ?
“เอาล่ะ ทุกท่าน หอหญิงงามของพวกเราไม่เคยให้ความสำคัญกับชาติตระกูล ขอเพียงมีความสามารถก็เข้าร่วมการแข่งขันได้ นี่ก็คือกฎของหอหญิงงาม ทุกท่านดูหญิงงามท่านนี้ นางโดดเด่นทั้ง ในด้านบุคลิกและอิริยาบถ หากเปลี่ยนไปสวมใส่ชุดกระโปรงหรูหรา ทุกท่านจะยังรู้สึกว่านางไม่ใช่หญิงงามอยู่อีกหรือไม่?”
หญิงอายุสามสิบยกมือปิดปากยิ้มๆ บอกว่า “รายการต่อไป ให้พวกนางถอดผ้าปิดหน้าออก เผยโฉมหน้าของพวกนางให้ทุกท่านได้ชม! นอกจากกรรมการสิบท่านของหอเรา แขกที่นั่งอยู่แถวหน้าสาม มารถลงคะแนนได้คนละหนึ่งคะแนน”
ขณะอธิบายกติกา นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว เริ่มจากหญิงสาวคนแรก นางพยักพเยิดเป็นเชิงบอกให้หญิงสาวคนแรกถอดผ้าปิดหน้าเพื่อเผยโฉมต่อหน้าผู้คน นี่คือช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน และเ เป็นช่วงที่สำคัญมากในการตัดสินเลือกหญิงงาม อยู่ที่นี่แม้จะเป็นลูกผู้ดีตระกูลใหญ่โตแค่ไหน สุดท้ายพวกนางก็ต้องถอดผ้าปิดหน้าอยู่ดี
เมื่อหญิงสาวคนแรกถอดผ้าปิดหน้าออก นางเงยหน้ามองไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ จากนั้นหญิงสาวคนอื่นๆ ก็ถอดผ้าปิดหน้าเช่นกัน การถอดผ้าปิดหน้าของพวกนาง เรียกเสียงฮือฮาที่เกิดจากการ รตะลึงในความงามจากเบื้องล่างได้เป็นอย่างดี
จนกระทั่งถึงตาหญิงสาวคนสุดท้ายถอดผ้าปิดหน้า ซึ่งก็คือผู้หญิงที่ใส่เสื้อผ้าเก่าและธรรมดาคนนั้นนั่นเอง ชั่วขณะที่นางถอดผ้าปิดหน้าออก เสียงสูดหายใจดังมาจากด้านล่างเวที ถึงข ขั้นที่บางคนลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว จับจ้องไปที่หญิงสาวผู้งดงามกระชากวิญญาณที่อยู่บนเวที
เสื้อผ้าที่เก่าและธรรมดาของหญิงสาวคนนั้น เรียกได้ว่าเหมือนขอทานบนถนนใหญ่จริงๆ แต่พอนางถอดผ้าปิดหน้าออก องคาพยพทั้งห้าอันประณีตและบุคลิกที่เฉพาะตัวนั่น กลับทำให้ผู้คน ไม่อาจละสายตาออกไปได้ โดยเฉพาะดอกไม้สีแดงที่อยู่ตรงหางตา ยิ่งทำให้นางทั้งดูงดงามและลึกลับในเวลาเดียวกัน
“หญิงงามหมายเลขสิบสามเลอโฉมมากจริงๆ!”
“ใช่แล้ว งามกว่าหญิงงามอวี้จากหอหญิงงามปีที่แล้วอีก”
“น่าเสียดายที่นางใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ หากเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าหรูหรา จะเลอโฉมขนาดไหนกันนะ?”
“หญิงคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่? นางเป็นคนในเมืองนี้เหมือนกันหรือ? ทำไมไม่เคยได้ยินเรื่องของนางมาก่อนเลย?”
“ข้าจะไปสู่ขอหญิงงามคนนี้ และพานางกลับบ้านให้ได้!”
“ฮ่าๆๆ ใช่ๆๆ ข้าก็จะไปสู่ขอนางด้วย หญิงงามอย่างนี้ ซ้ำยังมีวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังอีก นางมีคุณสมบัติมากพอที่จะเข้ามาเป็นคนของตระกูลเฉินของข้า”
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนเบื้องล่างต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปสู่ขอนาง
ทว่าคำพูดของชายในชุดหรูพวกนั้นไม่ได้ทำให้สีหน้าของหญิงสาวคนนั้นเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย นางเพียงยืนเงียบๆ อยู่อย่างนั้น นางหลุบตาลงต่ำอย่างไม่แยแส กอดพิณในมือไว้ในอ้อ อมแขน
เฟิ่งจิ่วจ้องดอกไม้บนหน้านางแวบหนึ่ง ก่อนจะหยักยิ้มมุมปาก พร้อมเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ”