เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3088 แย่งชิง / ตอนที่ 3089 ใช้อุบาย
ตอนที่ 3088 แย่งชิง
“พวกเจ้าดูนี่! ตรงนี้มีสัตว์เทวะระดับห้า! ซี๊ด! มังกรหนังเหล็กเสียด้วย!”
เสียงที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมาดึงดูดความสนใจจาพวกมู่หลิงให้หันไปมอง พวกเขาเห็นกลุ่มชายหญิงที่สวมชุดสีเขียวมุ่งหน้ามาทางนี้ ก่อนจะรายล้อมเข้าไปดูศพของมังกรหนังเหล็กด้วยความตื นเต้น
“ผนึกอสูรของสัตว์เทวะระดับห้าตัวนี้นับว่าเป็นของดีเชียวนะ!”
ชายคนหนึ่งร้องขึ้นด้วยความลิงโลด เขาปีนขึ้นไปบนตัวมังกรหนังเหล็ก ทำท่าจะควักเอาผนึกอสูรที่มีขนาดเท่ากำปั้นซึ่งอยู่บนหัวของมัน
“หนังของมังกรผิวเหล็กตัวนี้หากเอามาทำเป็นเกราะป้องกัน ศัตูรฟันแทงไม่เข้าเชียวล่ะ!”
“แล้วยังมีนี่…”
“ซี๊ด!”
เสียงสูดปากดังขึ้น ทำให้กลุ่มคนที่ยืนล้อมอยู่เงยหน้าขึ้นไปมองอย่างตะลึง เห็นเพียงลูกศิษย์ชายที่ขึ้นไปควักผนึกอสูรดึงมือสั่นๆ ของตนเองออกมา และหันมามอง
“ใคร! ใครลอบทำร้ายคนอื่นเช่นนี้!”
บนหลังมือของเขามีเข็มเงินแทงอยู่หนึ่งเล่ม เข็มเงินนั่นปักลงบนเส้นชีพจรหลังมือของเขาพอดี ทำให้มือข้างนั้นของเขาทั้งปวดและชา
“มังกรหนังเหล็กตัวนี้เป็นของพวกเรา” เฟิ่งจิ่วเดินออกมา ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเนิบช้า
มู่หลิงกับเผยจื่อเซวียนและคนอื่นๆ พลันได้สติ รีบล้อมวงเข้าไป “ลงมา! นี่เป็นเหยื่อที่พวกข้าล่ามาได้!”
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากัน กลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้ามังกรหนังเหล็กจ้องพิจารณาพวกมู่หลิง ก่อนจะหัวเราะขึ้นมา “ของพวกเจ้า? เหลวไหล! อย่างพวกเจ้าไม่กี่คนน่ะหรือจะสามารถ ฆ่ามังกรหนังเหล็กตัวนี้ได้?”
ผู้พูดมองพวกเขาด้วยหางตา พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ยิ่งไปกว่านั้น พวกข้าเป็นคนเจอมัน เท่ากับว่ามันเป็นของพวกข้า ดูสิใครจะกล้าแย่ง เฮอะ!”
“พวกเจ้าทำเกินไปแล้วกระมัง!” มู่หลิงจ้องหน้าพวกเขา พูดเสียงเข้มว่า “ไม่ใช่พวกข้ามาแย่งพวกเจ้า แต่เป็นพวกเจ้าต่างหากที่คิดจะแย่งเหยื่อของพวกข้า”
“แล้วอย่างไร?” ศิษย์กลุ่มนั้นมองมู่หลิง “อยากได้มังกรหนังเหล็กตัวนี้หรือ? พวกเจ้าสู้พวกข้าได้หรือไม่เล่า?” ขณะพูด เขาชำเลืองมองลูกศิษย์สิบกว่าคนนั้นแวบหนึ่ง
“นั่นสิ พวกเจ้าสู้พวกข้าได้หรือไม่? กล้าแย่งเหยื่อของพวกเรา? อยากตายรึ?”
“ฮ่าๆ หากพวกเจ้ากล้าสู้กับพวกข้า ก็อย่าหาว่าพวกข้าไม่ออมมือก็แล้วกัน!”
“ไม่อยากถูกซ้อมก็รีบไสหัวไป ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
คำพูดของคนกลุ่มนั้นทำให้พวกมู่จิ่วสีหน้าย่ำแย่ลงทันที อีกฝ่ายมีกันสิบแปดคน หนำซ้ำแต่ละคนมีพลังระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุด ขณะที่ฝั่งพวกเขา นอกจากเขากับเผยจื่อเซวียนรวมถึง งหลินเฉิงจิ่นกับปี้ข่ายจือที่มีพลังระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุดแล้ว คนอื่นล้วนอยู่ในขั้นแรกหรือขั้นกลางเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมา เวลานี้ยัง งบาดเจ็บอยู่ หากต้องสู้อีกครั้ง เกรงว่าพวกเขาคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย
แต่หากต้องมองดูพวกนั้นเอาเหยื่อที่ควรเป็นของพวกเขาไปโดยไม่ทำอะไรเลย พวกเขาก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน
“สู้กับพวกเขาไปเลย! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะสู้ไม่ได้!” กัวจื่อฉีขบกราม กำหมัดทำท่าจะพุ่งเข้าไป
คนอื่นเองก็กระชับกระบี่ในมือ ทำท่าเตรียมพร้อมสู้ อีกฝ่ายเห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะ ตั้งท่าเตรียมสู้เช่นกัน ทว่าในตอนนี้เอง เฟิ่งจิ่วที่เงียบมาตลอดชำเลืองมองคนพวกนั้นแวบหนึ่ง ก่อนหันไปบอกพวกมู่หลิงว่า “เหนื่อยกันแล้วกระมัง? พวกเราไปพักด้านโน้นกันเถอะ!”
“พัก?”
พวกเขาตะลึง ก่อนจะขมวดคิ้วบอกว่า “แต่มังกรหนังเหล็กตัวนั้น…” นั่นเป็นเหยื่อที่เขาล่ามาได้อย่างยากลำบาก เหตุใดจึงยอมประเคนให้คนอื่นง่ายดายเช่นนี้?
เฟิ่งจิ่วยิ้มมุมปาก “ไปพักผ่อนตรงนั้นครู่หนึ่ง พวกเขาอยากได้ ก็ให้พวกเขาไปเถอะ!”
………………………………….
ตอนที่ 3089 ใช้อุบาย
“ให้พวกเขา? แต่ว่า…” กัวจื่อฉียังไม่ตายใจ แต่เห็นเฟิ่งจิ่วเดินไปนั่งใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลก่อนแล้ว
มู่หลิงกับเผยจื่อเซวียนเห็นดังนั้นก็มองหน้ากัน ให้พวกนั้นอย่างนั้นหรือ? เหตุใดพวกเขาจึงรู้สึกว่ามู่จิ่วไม่ใช่คนประเภทที่ยอมยกของของตนเองให้คนอื่นโดยง่ายเช่นนั้น?
แต่เห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร พวกเขาจึงไม่ว่าอะไรอีก “ไปเถอะ!” พวกเขาประคองปี้ข่ายจือที่หมดสติอยู่หลังต้นไม้ไปนั่งข้างๆ เฟิ่งจิ่ว
พวกเขาคิดว่าที่มู่จิ่วเปลี่ยนที่คงเป็นเพราะตรงนั้นมีกลิ่นคาวเลือดกระมัง! ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้คิดอะไรอีก
พวกเขานั่งลงใต้ต้นไม้ต้นนั้น เห็นมู่จิ่วเก็บกิ่งไม้มาก่อไฟกองเล็กๆ ก็ลอบสงสัยอยู่เงียบๆ แต่ไม่นานก็เห็นเขาเอาขนมแป้งอบออกมาเสียบไม้ย่างไฟ
มู่หลิงกับคนอื่นๆ เห็นเขาไม่พูดอะไร นึกว่าเขาอารมณ์ไม่ดี จึงพูดอย่างรู้สึกผิดว่า “มู่จิ่ว ขอโทษด้วย” เขาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกตน แต่พวกตนไม่เพียงไม่สามารถปกป้องเขาได้ ยั งไม่สามารถรักษาเหยื่อที่เขาฆ่าได้อีก พวกเขารู้สึกละอายใจต่อคำสั่งของท่านอาจารย์นัก
เฟิ่งจิ่วเผยยิ้ม “ไม่มีอะไรให้ขอโทษหรอก พวกเจ้าไม่ต้องสนใจ นั่งพักกันเถอะ!”
ศิษย์กลุ่มที่ยืนล้อมมังกรหนังเหล็กเห็นพวกมู่หลิงไม่กล้าสู้กับพวกตน จึงหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ “กระจอก! ข้ายังนึกว่าจะกล้าสู้กับพวกข้า! นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ความกล้าที่จะ ลงมือก็ยังไม่มี”
“เหล่าสหาย ไม่ต้องสนใจพวกเขา พวกเรารีบเอาของมีประโยชน์จากมังกรหนังเหล็กมาให้หมด แล้วก็ถลกผิวหนังของมันมาแบ่งกันเถอะ”
คนพวกนั้นคุยกัน น้ำเสียงแสดงถึงความกระหยิ่มยิ้มย่องและตื่นเต้นดีใจ ไม่เห็นพวกมู่หลิงอยู่ในสายตา อย่างไรเสียพวกเขาก็ได้เปรียบเรื่องพละกำลัง ถึงแม้คนพวกนั้นคิดจะสู้ ก็ต้อง ดูว่าจะสู้พวกเขาได้หรือไม่
พวกมู่หลิงนั่งอยู่ทางนี้ ดูไปก็รู้สึกเคียดขึ้ง พวกเขาถูกมังกรหนังเหล็กทำร้ายบาดเจ็บจนมีสภาพอย่างนี้ สุดท้ายกลับถูกคนอื่นแย่งเหยื่อไป คิดอย่างไรก็เจ็บใจนัก
สายลมพัดผ่านเบาๆ เฟิ่งจิ่วยังคงย่างขนมแป้งอบ สีหน้าจริงจังขึงขัง ไม่หันไปมองทางนั้นสักนิด นางใช้แขนเสื้อพัดไปพัดมา ควันอ่อนๆ ลอยไปตามลม ไม่นานกลิ่นหอมของขนมย่างก็อบอวลไป ปทั่วบริเวณ…
เมื่อเวลาผ่านไป เสียงโห่ร้องยินดีดังมาจากทางนั้น ที่แท้พวกเขาก็ถลกผิวหนังของมังกรหนังเหล็กออกมาได้แล้ว แต่ทว่าในเวลานั้นเอง
“เอ็นมังกรของมังกรหนังเหล็กตัวนี้เป็นของดี ในหมู่พวกเจ้าวิชาดาบของใครยอดเยี่ยมที่สุด? จงตัดเอ็นมังกรออกมาเสีย!”
“ข้าเอง!” ชายคนหนึ่งเสนอตัว ทว่ายามก้าวออกมา ฝีเท้ากลับโอนเอนเล็กน้อย เขาสะบัดหัว “น่าแปลก เหตุใดจึงรู้สึกมึนๆ…” ยังพูดไม่ทันจบก็ล้มลงไปบนพื้น
“หัวของข้าก็รู้สึก…”
“โครมๆ!”
พวกเขาแต่ละคนล้มลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนน่าตกใจ พวกมู่หลิงเห็นอย่างนั้นก็ตะลึง ลุกขึ้นยืนทันที “เกิดอะไรขึ้น?”
ทว่าในเวลานี้เอง พวกเขาเห็นมู่จิ่วเอาน้ำออกมาราดบนกองไฟ พร้อมกับโยนขนมแป้งอบชิ้นนั้นเข้าไปในกองไฟ จากนั้นก็ลุกขึ้น ปัดมือพร้อมบอกว่า “ข้าใช้ยา ไม่ต้องเปลืองแรงสู้กับพว วกเขา แล้วยังทำให้พวกเขาช่วยพวกเราถลกหนังมังกรแทนเราด้วย ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว”
ขณะเอ่ย นางหันไปยิ้มให้ทุกคน ก่อนสาวเท้าเดินไปข้างหน้า ยึดเอาของจำพวกแหวนมิติบนตัวคนพวกนั้นมาให้หมด จากนั้นก็บีบป้ายหยกของอีกฝ่ายจนแตก ส่งตัวพวกเขาออกไป
ประกายแสงสว่างวาบ เหล่าลูกศิษย์ที่หมดสติอยู่บนพื้นถูกส่งตัวออกไปจากดินแดนลับแห่งนี้…