เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3092 ยาทา / ตอนที่ 3093 อาบน้ำ
ตอนที่ 3092 ยาทา
“ได้กำไรแล้วจริงๆ! ศิลาและสมบัติมากมายขนาดนี้ เอามาจากไหนกันนะ?”
นางเดินเข้าไปดูใกล้ๆ อดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้ รีบสะบัดแขนเสื้อเก็บสมบัติเหล่านั้นเข้าห้วงมิติจนหมด นางเดินวนข้างในครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีสิ่งอื่นจึงกลับ
ยามเดินอยู่ด้านนอก เฟิ่งจิ่วที่อารมณ์เบิกบานฮัมเพลงเบาๆ อย่างห้ามใจไม่ไหว พลางเก็บยาทิพย์ระหว่างเดินกลับไปด้วย ตั้งใจว่าจะเอากลับไปทาและห่อแผลให้ลูกศิษย์ที่แขนหักคนนั้ น
อาจเป็นเพราะมังกรหนังเหล็กสัตว์เทวะระดับห้าตัวนั้นตายแล้ว เหล่าสัตว์ตัวเล็กๆ จึงกล้าวิ่งออกมา นางจับงูสองตัวแล้วใช้กิ่งไม้เสียบไว้ หิ้วกลับไปด้วย ตั้งใจว่าจะต้มน้ำแกง งูร้อนๆ ดื่มสักหน่อย
ในอีกด้านหนึ่ง เนื้อย่างที่พวกมู่หลิงกำลังย่างอยู่ก็เริ่มส่งกลิ่นหอมแล้วเช่นกัน ครั้นเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืด แต่มู่จิ่วยังไม่กลับมา จึงอดกังวลไม่ได้ “คงไม่ได้เดินออกไปไ ไกลแล้วกระมัง? หรือว่าหลงทางแล้ว?”
“ไม่กระมัง มู่จิ่วดูไม่เหมือนคนที่จะหลงทาง” หลินเฉิงจิ่นยิ้มบอก พลางพลิกเนื้อย่างไปด้วย “เขาบอกว่าจะกลับมาก่อนฟ้ามืด บางทีอาจกำลังกลับมาแล้ว”
กัวจื่อฉียิ้ม “พวกเจ้าดูนั่น เขากลับมาแล้ว”
ทุกคนหันไปดู เห็นเฟิ่งจิ่วหาบกิ่งไม้กิ่งหนึ่งไว้บนบ่า ด้านหลังกิ่งไม้มีงูสองตัวถูกเสียบห้อยไปห้อยมา ทุกคนตกตะลึง “เขาไปจับงูหรือ?”
“มู่จิ่ว เจ้าจับงูมาทำอะไร?” กัวจื่อฉีตะโกนถาม
“ข้าคิดว่ากลางคืนในป่าค่อนข้างหนาว จึงจับงูสองตัวมาต้มน้ำแกง ให้ทุกคนอบอุ่นร่างกายกันหน่อย” เอ่ยจบ เขาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าทุกคนพอดี จากนั้นก็โยนงูสองตัวนั้นลงข้างๆ
“ต้มน้ำแกงหรือ? อย่างนั้นดี ข้าจัดการเอง!” หลินเฉิงจิ่นลุกขึ้น นำงูสองตัวนั้นไปห้อยไว้กับต้นไม้ ตั้งใจจะถลกหนัง แต่จู่ๆ ก็หันกลับมา “ไม่สิ! พวกเราไม่ได้พกหม้อมาด้วย”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ยิ้มๆ “ข้ามี” นางเอาหม้อใบหนึ่งออกมาจากห้วงมิติ
หลินเฉิงจิ่นมองเขาอย่างลึกซึ้งครู่หนึ่ง ก่อนบอกว่า “มู่จิ่ว นึกไม่ถึงว่าเจ้าออกมาฝึกฝนยังพกหม้อมาด้วย ดูท่าเจ้าคงจะออกเดินทางอยู่ข้างนอกบ่อยๆ”
“ข้าไม่ชอบกินยาเลี่ยงความหิว ชอบกินอาหารให้ครบห้าหมู่ ชอบกินเนื้อ ฉะนั้นยามออกจากบ้านจึงเตรียมของไว้ไม่ให้ขาด” นางยิ้ม ก่อนจะดมกลิ่นเนื้อย่าง “กลิ่มหอมมาก”
“เจ้าชอบก็ดีแล้ว ข้าเป็นคนย่างเอง” หลินเฉิงจิ่นยิ้มบอก ก่อนจะลงมือถลกหนังงู จัดการทำความสะอาด พลางตะโกนเรียก “จื่อฉี เจ้าก่อไฟอีกกองหนึ่ง อีกเดี๋ยวจะได้ต้มแกงเลย”
“ได้” กัวจื่อฉีรับคำ ก่อนจะช่วยอีกแรง
“ข้าเก็บยาทิพย์ที่ช่วยรักษาอาการกระดูกหักกลับมาด้วย ประเดี๋ยวข้าบดยาเสร็จแล้วจะเอามาห่อให้เจ้า!” เฟิ่งจิ่วหันไปพูดกับลูกศิษย์ที่แขนหัก
ศิษย์คนนั้นชะงัก เขาดูประหลาดใจ ก่อนจะมองหน้าเฟิ่งจิ่วและพูดอย่างซาบซึ้งว่า “ขอบคุณมาก”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ เดินไปด้านหนึ่ง ก่อนจะเริ่มบดยาและผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็ใช้ไฟต้มให้เหลวหนืด จากนั้นก็พันแผลให้ศิษย์คนนั้นใหม่
หลังจากใช้กิ่งไม้ดามแขนให้ตรง ใช้ผ้าพันอีกรอบ จากนั้นจึงใช้ผ้ามัดและคล้องที่คออีกฝ่ายไว้ ทำให้เขาไม่ต้องคอยประคองแขนข้างนั้น หลังทำทุกอย่างเสร็จก็บอกเขาว่า “เสร็จแล้ ว ต้องเปลี่ยนยาวันละหนึ่งครั้ง จะทำให้หายเร็วขึ้น ยาทานี้เจ้าเก็บไว้ รักษากระดูกที่หักได้ดีทีเดียว” นางยื่นยาทาที่เหลือให้เขา
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” เขารับของไป ก่อนจะมองหน้าอีกฝ่าย แล้วถามอย่างลังเลว่า “ขะ…ข้าร่วมเดินทางไปฝึกฝนตนเองกับพวกเจ้าด้วยได้หรือไม่? หากข้าใช้ชีวิตเพียงลำพัง เกรงว่าคงไปไ ได้ไม่ไกล”
………………………………….
ตอนที่ 3093 อาบน้ำ
“ได้สิ” มู่หลิงบอก ก่อนยิ้ม “ล้วนเป็นศิษย์สำนักดาราครามเซียนเหมือนกัน ควรดูแลซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ตอนนี้เจ้าตัวคนเดียว อย่างนั้นก็ไปกับพวกเราเถอะ!”
ลูกศิษย์คนนั้นเผยรอยยิ้มดีใจ หน้าตาซาบซึ้ง “ข้ารู้จักพวกเจ้า พวกเจ้าเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซิน ข้าชื่อเจิ้นไห่ เป็นลูกศิษย์ของผู้อาวุโสอีเจิน”
“มู่จิ่ว ต้องใส่อะไรในน้ำแกงหรือไม่? ข้าไม่มีเครื่องปรุงที่จะใส่ในน้ำแกง” หลินเฉิงจิ่นจัดการทำความสะอาดงู จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นๆ นำไปต้มในหม้อ ก่อนจะหันมาถามเฟิ่งจิ่ว
“ข้ามี ประเดี๋ยวข้าปรุงเอง” เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะเดินไปช่วย
ท้องฟ้าเริ่มมืด อากาศในป่ายามราตรีหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว ทุกคนนั่งล้อมวงกินเนื้อย่างซดน้ำแกงงูอยู่รอบกองไฟ พลางพูดคุยกันไป ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปไม่น้อย
เพียงแต่ พอเห็นปี้ข่ายจือที่ยังคงไม่ได้สตินอนอยู่ตรงนั้น พวกเขาก็อดกังวลไม่ได้ จึงหันไปถามเฟิ่งจิ่ว “มู่จิ่ว ข่ายจือจะฟื้นเมื่อใดหรือ? อาการของเขายังฝึกฝนในนี้ต่อไปได้หร รือไม่?”
เฟิ่งจิ่วที่กำลังกินเนื้อย่างได้ยินคำถามก็กลืนเนื้อลงท้อง ก่อนตอบว่า “พรุ่งนี้ก็ฟื้นแล้ว ไม่ต้องห่วง แก้พิษให้เขาได้แล้ว ย่อมไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ”
ได้ยินเขาพูดย้ำเช่นนี้ ทุกคนจึงพยักหน้า ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นจนทำให้ฝึกต่อไม่ได้ อย่างนั้นก็ถือเป็นเรื่องโหดร้ายเกินไปสำหรับเขา
เพื่อการฝึกฝนครั้งนี้ พวกเขาเตรียมความพร้อมมานานมาก การฝึกที่มีเพียงปีละครั้ง บางคนกระทั่งไม่ถูกเลือกเสียด้วยซ้ำ เพราะรับจำนวนจำกัดเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วกินอิ่มแล้วก็ลุกขึ้น บอกว่า “ข้าไปล้างหน้าล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวกลับมา” พูดจบ ก็สาวเท้าเดินไปยังแหล่งน้ำที่ค้นพบไม่ไกลจากที่นี่นัก
พอนางก้าวเท้าออกไป กัวจื่อฉีก็ลุกขึ้นเดินตามไปติดๆ “รอข้าด้วย ข้าก็จะไปด้วย”
เฟิ่งจิ่วชะงักเท้า หันกลับมามองเขา ก่อนพูดด้วยสีหน้าแปลกๆ ว่า “อย่างนั้นเจ้าก็มาด้วยกันเถอะ!” นางหยุดเดินเพื่อรอเขา พอเขาเดินมาถึงก็ไปที่แหล่งน้ำพร้อมกัน
แหล่งน้ำที่อยู่ในป่าทึบซุกซ่อนอยู่ภายใต้หญ้ารก ทั้งสองแหวกพงหญ้าออก ไม่นานก็เห็นแหล่งน้ำแห่งนั้น มันคือสายน้ำที่ไหลลงมาจากข้างบน มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่น้ำใสมาก ด้านบนมีก้ อนหินจำนวนหนึ่ง บนผิวน้ำมีใบไม้ร่วงที่กำลังลอยวนไปวนมา
เฟิ่งจิ่วโน้มตัวลงไปล้างหน้าเสร็จก็ลุกขึ้น เห็นกัวจื่อฉีจะถอดเสื้อผ้าก็ตะโกนลั่นทันที “รอเดี๋ยว”
“มีอะไรหรือ?” กัวจื่อฉีหันไปถามเขา
“เจ้าจะอาบน้ำตรงนี้หรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิ!” กัวจื่อฉีพยักหน้า หันไปมองลำธาร ก่อนพูดขึ้นอีกว่า “ลำธารเส้นนี้ก็ไม่ได้เล็กมาก อาบน้ำได้ไม่มีปัญหา”
“อย่างนั้นเจ้าอาบก่อน เจ้าอาบเสร็จข้าค่อยมา” นางบอก
กัวจื่อฉีมองเขาแปลกๆ “ก็อาบด้วยกันสิ! ผู้ชายด้วยกันจะกลัวอะไร?”
เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก ยิ้มบอกว่า “ข้าไม่ค่อยชินนัก”
เห็นท่าทางเขาเหมือนไม่คิดจะถอดเสื้อผ้า กัวจื่อฉีจึงครุ่นคิดก่อนบอกว่า “อย่างนั้นเอาเช่นนี้! เจ้าอาบก่อน ข้าไปดูต้นทางให้เจ้า เผื่อมีสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยผ่านมา”
“ดี” เฟิ่งจิ่วไม่ปฏิเสธ นางตอบตกลงทันที ครั้นเขาเดินออกไปไกลหลายจั้ง นางก็วางค่ายกลรอบๆ ก่อนจะถอดเสื้อผ้าและอาบน้ำด้วยความเร็ว นางล้างกลิ่นคาวเลือดที่ติดอยู่บนตัว รวมถึง งชะล้างความเหนื่อยล้าทั้งหมดออกไปด้วย
กัวจื่อฉีไม่ได้ยินเสียง และไม่เห็นเงาร่างของมู่จิ่วที่ลำธารสายนั้นจึงรู้สึกประหลาดใจ เขาเดินกลับไปสองสามก้าว ชะโงกหน้าเข้าไปเรียก “มู่จิ่ว?”