เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3094 แปลก / บทที่ 3095 รู้
ตอนที่ 3094 แปลก
“มู่จิ่ว?”
เรียกสองครั้งก็ยังคงไร้เสียงตอบรับ เสียงอาบน้ำก็ไม่ได้ยิน เขาเดินไปทางลำธารเส้นนั้นอย่างไม่ค่อยวางใจ ทว่าเดินไปไม่กี่ก้าวกลับต้องชะงักเท้า
“ค่ายกล?”
เขาตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น “มู่จิ่ววางค่ายกลไว้ตรงนี้อย่างนั้นหรือ?” เขานึกอย่างประหลาดใจ ก่อนจะสาวเท้าเดินต่อไป คิดในใจว่าแค่ค่ายกลธรรมดา เขาจะทำลายไม่ได้เชียวหรือ?
แต่กลับนึกไม่นึกว่าตนเองเดินวนอยู่ในค่ายกลหนึ่งรอบก่อนออกมาที่เดิม เขาเดินเข้าไปอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ เลือกเส้นทางที่ไม่ซ้ำ แต่สุดท้ายก็ยังคงวนกลับมาที่เดิมอยู่ดี
“ประหลาดนัก” กัวจื่อฉีบ่นกับตนเอง เขาเกาหัวจ้องไปที่พื้นที่ตรงหน้า เขามั่นใจได้แล้วว่าตนเองเข้าไปในค่ายกลนี้ไม่ได้
“จื่อฉี เจ้าทำอะไรอยู่ตรงนี้?” หลินเฉิงจิ่นเดินมา มองเขาที่กำลังยืนพึมพำอยู่ตรงนั้นด้วยความประหลาดใจ
“เจ้ามาพอดี เจ้าเชี่ยวชาญเรื่องค่ายกลไม่ใช่หรือ? มาๆ เจ้าลองเข้าไปดูสิว่าได้หรือไม่” กัวจื่อฉีลากเขาเข้าไป
หลินเฉิงอวี่ตะลึง “ค่ายกล?” สายตามองไปข้างหน้า ก่อนถามด้วยความตกใจ “ใครมาวางค่ายกลเก้าวงกตที่นี่? มู่จิ่วเล่า?”
“น่าจะเป็นฝีมือมู่จิ่ว เขาอาบน้ำอยู่ที่ลำธารด้านหน้านั่น เจ้าว่าเป็นผู้ชายจะอาบน้ำก็อาบไปสิ ยังต้องวางค่ายกลทำให้คนเดินผ่านไม่ได้เพื่ออะไรกัน? ทำลับๆ ล่อๆ อะไรของเขา”
กัวจื่อฉีบ่น ยิ่งมองไม่เห็นก็ยิ่งสงสัย เขาจึงพูดกับหลินเฉิงจิ่นว่า “เจ้าลองดูหน่อยไหม? ดูว่าจะทลายค่ายกลได้หรือไม่”
หลินเฉิงจิ่นยิ้มๆ เขาส่ายหน้าปฏิเสธ “ทำอย่างนี้ไม่ดี” เขากล่าว “ในเมื่อมู่จิ่ววางค่ายกลเก้าวงกต แสดงว่าเขาไม่อยากให้คนเข้าไปรบกวน พวกเรารออยู่ข้างนอกดีกว่า!”
เขาพูดถึงขนาดนี้ กัวจื่อฉีจึงไม่ขัดอะไรอีก เขาเดินไปหาที่นั่งรออยู่ข้างนอก
หลินเฉิงจิ่นเดินไปหยุดตรงหน้าค่ายกล สายตาของเขาไหวระริก ก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นก็รออยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนกัวจื่อฉี
เฟิ่งจิ่วถอดหน้ากากแปลงโฉมออกเพื่อล้างหน้าให้สดชื่น จากนั้นก็แปลงโฉมกลับไปเหมือนเดิม ก่อนจะสวมชุดเครื่องแบบของสำนักเซียน เมื่อสำรวจความเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงค่อย ยสลายค่ายกล และเดินออกไป
หลังจากสลายค่ายกล เฟิ่งจิ่วเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นกัวจื่อฉีกับหลินเฉิงจิ่นนั่งคุยกันอยู่ไม่ไกล นางเดินไปหาและบอกพวกเขาว่า “ข้าอาบเสร็จแล้ว พวกเจ้าจะไปอาบหรือไม่? ?”
“แค่อาบน้ำเจ้าต้องทำลับๆ ล่อๆ ด้วยหรือ มู่จิ่ว เจ้าช่างเป็นคนแปลกนัก” กัวจื่อฉีว่า
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “แค่ความเคยชินน่ะ พวกเจ้าไปเถอะ! ข้ากลับก่อนล่ะ” พูดจบก็สาวเท้าจากไป
หลินเฉิงจิ่นยิ้มๆ ครั้นเห็นเงาร่างลับสายตาไป เขาจึงเดินไปทางลำธารเส้นนั้น เขาล้างหน้าล้างตาเล็กน้อย ก่อนจะตักน้ำกลับไปด้วย
น้ำในลำธารเป็นน้ำที่มีการไหลเวียนตลอดเวลา เพิ่งมีคนอาบน้ำตรงนี้ น้ำที่ไหลลงมาจากข้างบนก็ยังเป็นน้ำสะอาด ด้วยเหตุนี้ กัวจื่อฉีจึงเก็บงำความสงสัยข้างใน ก่อนจะถอดเสื้อผ้าเดินล ลงไปอาบน้ำในลำธาร
หลังจากเฟิ่งจิ่วกลับไป นางมองหาต้นไม้ใหญ่ จากนั้นก็กระโดดขึ้นไปพักผ่อนข้างบนต้นไม้ นางไม่สนใจกลุ่มคนข้างล่าง พอเอนหลังก็หลับไปเลย
มู่หลิงจัดแจงคนผลัดกันเฝ้าเวรยามกลางคืน ด้วยเหตุนี้ ค่ำคืนนี้จึงเป็นค่ำคืนที่สงบเงียบ กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา ปี้ข่ายจือกระแอมเบาๆ เพราะรู้สึกเจ็บคอหลังจากฟื้นขึ้นมา ทำให้ พวกเขาต่างลืมตาตื่นขึ้นมาด้วย
“ศิษย์พี่ซ่าว? ท่านฟื้นแล้วหรือ? รู้สึกอย่างไรบ้าง?” หลินอวี่ซือที่เฝ้าอยู่ข้างๆ รีบถาม
………………………………….
บทที่ 3095 รู้
ปี้ข่ายจือลืมตา เขามองนางอย่างสะลืมสะลือ “ข้า ข้ายังไม่ตายหรือ?”
“ศิษย์พี่ซ่าว มู่จิ่วช่วยท่านไว้ พิษในร่างของท่านถูกขจัดแล้ว” หลินอวี่ซือบอก นางยิ้มและประคองเขาให้ลุกขึ้นมานั่ง ก่อนหยิบน้ำมายื่นให้ “ดื่มน้ำสักหน่อยก่อนเถอะ!”
ปี้ข่ายจือรับไปดื่มสองสามคำ จากนั้นเขาถลกขากางเกงขึ้นมาดู ตรงนั้นถูกพันไว้อย่างดี และนอกจากรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้าเล็กน้อยแล้ว ร่างกายของเขาก็เหมือนจะไม่ได้มีตรงไหนผ ผิดปกติอีก
“ข่ายจือ เจ้าฟื้นก็ดีแล้ว”
เผยจื่อเซวียนเดินมาหาพร้อมกับรอยยิ้ม “เจ้าทำให้พวกข้าตกใจแทบตาย โชคดีที่ไม่เป็นอะไร ใช่สิ นี่เป็นของที่แบ่งไว้ให้เจ้า เจ้ารับไว้เถอะ อีกเดี๋ยวกินอะไรสักหน่อย พวกเรายังต้อง งออกเดินทางเข้าไปข้างในต่ออีก”
เผยจื่อเซวียนมอบหนังมังกรหนังเหล็กผืนหนึ่งและของที่เป็นส่วนของอีกฝ่ายให้เขา
ปี้ข่ายจือมองไปที่ของเหล่านั้น เขาตะลึงเล็กน้อย “พวกเจ้าฆ่ามังกรหนังเหล็กตัวนั้นแล้วหรือ?”
“ไม่ใช่พวกเราหรอก เป็นมู่จิ่วต่างหาก” เผยจื่อเซวียนบอก ก่อนจะเล่าให้เขาฟัง
ปี้ข่ายจือที่ฟังจนจบอึ้งค้าง เขาเงยหน้ามองมู่จิ่วที่นอนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ลึกๆ ข้างในตะลึงงัน เขาร้ายกาจถึงเพียงนั้นเชียวรึ? หากร้ายกาจขนาดนั้น เหตุใดอาจารย์ทั้งสองถึงยังฝา ากฝังให้พวกเขาดูแลอีก?
เฟิ่งจิ่วพลิกตัวบนต้นไม้ นางหาวหวอดจากนั้นก็ขยี้ตา ครั้นแหงนหน้ามองท้องฟ้าก็พบว่าสายมากแล้ว จึงบิดขี้เกียจ ก่อนจะนั่งพิงต้นไม้อย่างเกียจคร้าน
“มู่จิ่ว ขอบใจเจ้าที่ช่วยข้าไว้” ปี้ข่ายจือขอบคุณเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้
เฟิ่งจิ่วกระโดดลงมา ตอบว่า “ไม่ต้องขอบคุณ แค่เรื่องเล็กน้อย ใช่แล้ว แผลที่ขาของเจ้าถึงเวลาเปลี่ยนยาแล้ว อวี่ซือ เจ้าเปลี่ยนยาให้เขาหน่อยก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วหันไปบอกหลินอว วี่ซือที่อยู่ข้างๆ
“ได้” หลินอวี่ซือรับคำ ก่อนจะแกะผ้าพันแผลที่ขาของเขา
“มู่จิ่ว เช้านี้กินเนื้อย่างที่เหลือจากเมื่อคืน ให้เจ้าหนึ่งชิ้น” มู่หลิงยื่นเนื้อมาให้หนึ่งชิ้น
“ไม่ล่ะ พวกเจ้ากินเถอะ! ข้าไม่หิว” นางส่ายหน้าปฏิเสธ ขณะที่ในใจก็ครุ่นคิดว่าเอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่ที่ใดกันนะ? หากต้องควานหาไปทั่วผืนป่ากว้างใหญ่เช่นนี้ คงมีโอกาสริบหรี่เกิ นไป
ขณะที่กำลังคิด นางก็หันไปถามคนอื่นๆ “พวกเจ้าเคยได้ยินเรื่องของเอ็นวิญญาณนิลพันปีหรือไม่?”
ทุกคนได้ยินก็นิ่งไป โดยเฉพาะมู่หลิง เผยจื่อเซวียนและหลินเฉิงจิ่น พวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปถามว่า “เจ้าตามหาเอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่หรือ?”
ที่แท้นี่คือเหตุผลที่เขาเข้ามาที่นี่เองหรือ?
“อืม” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ถามว่า “เคยได้ยินหรือไม่ว่าอยู่ในป่าผืนใด?”
“เจ้าถามถูกคนแล้วล่ะ” หลินเฉิงจิ่นเผยยิ้ม “ปีที่แล้วที่ข้าเข้ามา เคยเห็นเอ็นวิญญาณนิลพันปีพอดี เพียงแต่ที่นั่นมีสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งมากคุ้มครองอยู่ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้”
เฟิ่งจิ่วดวงตาเป็นประกาย “อยู่ในป่าผืนใดรึ?”
“ที่แห่งนั้นอยู่ลึกเข้าไปข้างใน ห่างจากที่นี่ไกลมากทีเดียว” หลินเฉิงจิ่นตอบ เขายิ้มและพูดอีกว่า “แต่ในเมื่อเจ้าจะไป พวกเราไปกับเจ้าด้วยก็ได้”
“แต่เจ้าบอกว่าที่นั่นมีสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งมากอยู่ไม่ใช่หรือ? พวกเราไปแล้วจะทำอะไรได้เล่า?” ศิษย์แซ่เฉินกลุ่มนั้นลังเลเล็กน้อย พวกเขาไม่อยากเสี่ยงอันตรายนัก
“หากเจ้ารู้ที่ วาดแผนที่ให้ข้าก็พอ ข้าไปคนเดียวได้” เฟิ่งจิ่วยิ้มบอกหลินเฉิงจิ่น
หลินเฉิงจิ่นส่ายหน้า “ที่นี่จะมีใครวาดแผนที่อะไรได้กันเล่า? ให้ข้าวาดข้าก็วาดไม่ได้หรอก แต่ข้ารู้ว่ามันงอกอยู่บนหน้าผา”