เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3100 โชคดีที่รอด / ตอนที่ 3101 ถูกใจเป็นพิเศษ
ตอนที่ 3100 โชคดีที่รอด
“ยึดของมีค่าของเขามา ส่งตัวเขาออกจากดินแดนลับ” เผยจื่อเซวียนตอบนาง
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงยึดของมีค่าบนตัวชายสูงอายุมาแบ่งกัน จากนั้นก็บีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายของอีกฝ่าย ส่งตัวเขาออกจากดินแดนลับ
“โชคดีที่มู่จิ่วรู้เรื่องยา ไม่อย่างนั้นครั้งนี้เราคงพลาดท่าให้พวกนั้นแน่” กลุ่มศิษย์แซ่เฉินเอ่ยขึ้น ขณะหันไปมองมู่จิ่ว
หากไม่ใช่เพราะเขา พวกตนคงพลาดท่าไปแล้วจริงๆ
พวกเขารับผิดชอบเฝ้ายามกลางคืน แต่ไม่ได้อยู่ห่างจากคนอื่นๆ มาก เพียงนั่งพิงอยู่ใต้ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล หากมู่จิ่วไม่เตือน แล้วยังส่งยาให้พวกเขาอมไว้ใต้ลิ้น ตอนนี้ คนที่ถูกช่วงชิงสิ่งของและถูกส่งออกจากดินแดนลับคงเป็นพวกเขา
“อาจารย์บอกพวกข้าให้ปกป้องเจ้า แต่กลับนึกไม่ถึงว่าตลอดเส้นทางเป็นเจ้าที่ปกป้องพวกข้าเสียมากกว่า” พวกมู่หลิงยิ้ม ขณะหันไปมองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังหาวด้วยความง่วง
“ทุกคนต่างก็ช่วยเหลือกันอยู่แล้ว” เฟิ่งจิ่วว่า ก่อนจะพูดอย่างเหนื่อยล้า “อีกนานกว่าจะเช้า! ข้านอนอีกหน่อยดีกว่า” นางเดินไปนั่งลงใต้ต้นไม้ที่อยู่ข้างกองไฟ ก่อนจะหลับตาพักผ่อน นอยู่ตรงนั้น
ทุกคนเพียงยิ้มบางๆ รู้ว่าคนพวกนั้นไม่กล้ามาอีก จึงเหลือคนเฝ้าเวรยามไว้เพียงสองคน ส่วนคนอื่นก็พักผ่อนต่อ
ศิษย์สำนักเมืองมรกตสิบกว่าคนหยุดวิ่งเมื่อหนีจนไม่รู้จะหนีไปทางไหนแล้ว พวกเขาพูดอย่างเหนื่อยหอบ “ทำไมพวกนั้นไม่เป็นอะไรเลย? ทั้งที่ยานั่นสามารถทำให้พวกเขาหมดสติได้แท้ๆ แต่พวกนั้นกลับแสร้งทำเป็นเหมือนหมดสติ?”
บางคนก็นั่งลงบนพื้น สายตาไหวระริก ก่อนถามว่า “พวกเจ้าว่า ศิษย์พี่หลี่ตกอยู่ในกำมือคนพวกนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ยังจะเป็นอย่างไรได้อีก? ก็คงถูกยึดของมีค่าไปหมดตัว เดาว่าคงถูกบีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายเพื่อส่งตัวออกจากดินแดนลับด้วย” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น พูดจบ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย ย “ข้าคิดว่าในกลุ่มศิษย์สำนักดาราครามเซียนจะต้องมีคนเชี่ยวชาญเรื่องยาอยู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นพวกนั้นไม่มีทางรู้ว่าพวกเราเล่นอุบายเช่นนี้”
“ถึงสำนักเมืองมรกตของเราจะมีคนชำนาญยาจำนวนมาก แต่พลังของเราก็ไม่ได้อ่อนด้อย แต่เมื่อเทียบกับพวกนั้นแล้วกลับยังสู้ไม่ได้ ศิษย์สำนักดาราครามเซียนร้ายกาจขนาดนั้นทุกคนเลย หรือ?”
ศิษย์คนหนึ่งพูดอย่างลังเล “เหมือนข้าจะรู้จักสองคนในนั้นนะ”
คนอื่นๆ หันมามองเขาทันที “สองคนไหน?”
“สองคนที่เป็นผู้นำนั่นอย่างไร ที่ก้าวออกมาก่อนใคร คนหนึ่งชื่อมู่หลิง คนหนึ่งชื่อเผยจื่อเซวียน พวกเขาล้วนเป็นบุตรสายตรง ได้ยินว่ายังเป็นผู้สืบทอดของตระกูลด้วย ตำแหน่ง ฐานะล้วนไม่ธรรมดา หนำซ้ำอาจารย์ของพวกเขาสองคนคนหนึ่งคือผู้อาวุโสมู่ซิน คนหนึ่งคือผู้อาวุโสซื่อเชวีย เป็นสองผู้อาวุโสที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดของสำนักดาราครามเซียน”
ศิษย์คนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดอีกว่า “ช่วงก่อนตอนที่มีการประลองระหว่างสี่สำนักเซียนใหญ่ ผู้อาวุโสซื่อเชวียกับผู้อาวุโสมู่ซินพ่ายแพ้ให้กับคนที่ชื่อเฟิ่งจิ่ว ยังคารวะ อีกฝ่ายเป็นอาจารย์ด้วย พวกเจ้าน่าจะจำได้”
ครั้นได้ยินเขาพูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนพลันกระจ่างในทันที ต้องจำได้แน่นอนอยู่แล้ว! ตอนนั้นเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินลงมาจากบันไดสู่แดนเซียนต่อหน้าต่อตาทุกคน ลงมาก็ทำให้ก การประลองของสี่สำนักใหญ่โกลาหลไปหมด สุดท้ายยังทำให้สองผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักดาราครามเซียนยอมรับพวกเขาเป็นอาจารย์ด้วย เรื่องนี้ดังไปทั่วทั้งสี่สำนักใหญ่ ตอนนั้ นพวกเขาก็อยู่ในเหตุการณ์ มีหรือจะจำไม่ได้?
“ศิษย์ของพวกเขาสองคน พลังย่อมไม่ธรรมดา พวกเรารอดจากมือพวกเขามาได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว” ศิษย์คนนั้นบอก
เขาพูดอีกว่า “หากวันหน้าบังเอิญเจอเข้าก็ต้องหนีไปให้ไกล ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องไม่ยอมปล่อยเราไปง่ายๆ แน่”
………………………………….
ตอนที่ 3101 ถูกใจเป็นพิเศษ
แม้ทุกคนไม่ได้พูดอะไร แต่ก็คิดอย่างที่เขาพูดจริงๆ
พวกเขาใช้ลูกไม้สกปรก หากเจอกันอีก พวกนั้นต้องไม่ปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ แน่ นึกมาถึงตรงนี้ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองรอบๆ ที่นี่มืดมิดไปทั้งแถบ คนพวกนั้นก็ไม่ได้ตามมา เห็นดั งนั้นสมองที่ตึงเครียดก็พลันผ่อนคลายลง
“พักผ่อนเถอะ! พรุ่งนี้พวกเราไปจากที่นี่ พยายามหลีกเลี่ยงพวกนั้นให้ได้มากที่สุด”
พวกเขาพักผ่อนอยู่ที่นี่ ตั้งใจว่าจะออกเดินทางทันทีที่ฟ้าสาง จะได้ไม่เจอคนพวกนั้นอีก
หลายวันต่อมา ณ เวลาเที่ยงวัน
พวกเฟิ่งจิ่วกำลังจัดการกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งสังหารได้ หลังจากทำความรู้จักกันมาหลายวัน พวกเขาเริ่มมีกฎในการอยู่ร่วมกันหนึ่งข้อไปโดยปริยาย นั่นก็คือไม่ว่าสิ่งใดที่มีสรรพคุณท ทางยา แม้จะเป็นอวัยวะของสัตว์ร้ายก็ตาม ล้วนเป็นของเฟิ่งจิ่ว ส่วนสิ่งของที่ตีมูลค่าเป็นเงิน หรือมีประโยชน์ด้านอื่น ล้วนมอบให้พวกเขาไปแบ่งกัน
เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาเริ่มเดินทางลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ ส่งผลให้ระดับของสัตว์ร้ายสูงขึ้นตามไปด้วย พลังต่อสู้ก็แข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน แม้แต่ครั้งนี้เอง ที่พวกเขาสังหารสัต ตว์ร้ายไปสิบกว่าตัว หลายคนในกลุ่มก็ได้รับบาดเจ็บในระดับที่ต่างกันไป
เฟิ่งจิ่วเก็บสิ่งของที่มีสรรพคุณทางยาเสร็จก็หันไปมองกลุ่มคนที่นั่งพักอยู่ด้านหนึ่ง ก่อนถามว่า “บาดแผลของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่เป็นไรมาก แค่ทำแผลดีๆ ก็ไม่มีอะไรแล้ว” ปี้ข่ายจือเอ่ย เป็นเพราะหลายวันก่อนเขาถูกพิษ ร่างกายยังไม่ทันหายดีจึงทำให้บาดเจ็บ แต่ก็เป็นแค่เพียงบาดแผลเล็กน้อย ใส่ยาเล็กน้อ อยก็พอแล้ว
“กลิ่นคาวเลือดที่นี่ค่อนข้างฉุน หากจะพักผ่อนต้องหาที่ใหม่” เฟิ่งจิ่วพูด เพราะวันนี้เป็นวันที่นางต้องเป็นหัวหน้ากลุ่มพอดี จึงมีหน้าที่ดูแลคนทั้งกลุ่ม
สำหรับการหมุนเวียนเป็นหัวหน้า เป็นเรื่องดีที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ถึงการเป็นผู้นำและมีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังทดสอบความสามารถในการรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆ ของแต่ละคนด้วย
“ได้ อย่างนั้นพวกเราเก็บกวาดตรงนี้หน่อย แล้วไปพักผ่อนข้างหน้ากัน!” หลินเฉิงจิ่นเอ่ย ก่อนจะเร่งมือจัดการสิ่งที่ทำอยู่
ในตอนนั้นเอง เฟิ่งจิ่วเหมือนสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง นางหันไปมองยังจุดหนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “มีคนมา”
หลายวันนี้นอกจากบังเอิญเจอศิษย์จากสำนักเดียวกันกลุ่มหนึ่ง ก็ไม่เจอศิษย์จากสำนักเซียนอื่นอีก และในตอนนี้เอง กลุ่มที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เหมือนจะเป็นศิษย์จากสำนักอื่น
“อ้อ? เป็นศิษย์จากสำนักดาราครามเซียนเองหรือ” กลุ่มที่เดินมามีจำนวนไม่น้อยทีเดียว พวกเขาเข้ามาใกล้ ก่อนจะจ้องด้วยสายตาพิจารณา หลังจากกวาดตามองเหยื่อของพวกเขา สายตาก็กลับมา าหยุดที่ตัวพวกเขาอีกครั้ง
“พวกเจ้าจะเอาของมีค่าของตนเองออกมาเอง? หรือจะให้พวกข้าใช้กำลัง? พวกข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ หากพวกข้าใช้กำลัง สุดท้ายแล้วนอกจากจะปกป้องของมีค่าของตนเองไม่ได้ พวกเจ้ายังต้องอ ออกจากดินแดนลับแห่งนี้ไปด้วย” ชายที่เป็นหัวหน้าบอก เขาตวัดสายตาไปหยุดที่เฟิ่งจิ่ว เขาสาวเท้ายาวๆ เดินไปหยุดข้างกายเฟิ่งจิ่ว
“มีศิษย์อายุน้อยขนาดนี้ด้วยหรือ? รูปร่างหน้าตางามละเอียดไม่เบา” ขณะเอ่ย ดวงตาคู่นั้นจับจ้องเฟิ่งจิ่วไม่วางตา ซ้ำยังยื่นมือไปจับคางเฟิ่งจิ่วด้วย
“เจ้าจะทำอะไร!” พวกมู่หลิงตะโกน ไอพลังดุดันพวยพุ่งออกไป
“ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าไม่เห็นหรือ? ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกข้าค่อนข้างถูกใจเด็กหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาดี แม้พวกเจ้าจะหน้าตาไม่เลวเหมือนกัน แต่อายุมากไปหน่อย” คนพวกนั้นหัวเราะเสียงดัง ตอนที่ พวกมู่หลิงตะโกนด้วยความโกรธ พวกเขาก็พุ่งตัวไปขวางทางไว้แล้ว
ครั้นเห็นมือข้างนั้นยื่นเข้ามาใกล้หน้า เฟิ่งจิ่วสายตาไหวระริก