เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3102 ถอยหนี / ตอนที่ 3103 โหดร้าย
ตอนที่ 3102 ถอยหนี
รอยยิ้มจางๆ ที่แทบมองไม่เห็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ไม่มีใครเห็นว่านางทำอะไร ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น ก่อนที่ชายซึ่งยืนอยู่ข้างหน้านางจะงอเข่าและทรุดนั่งลงไป มือข้า างหนึ่งถูกนางบิดไพล่ไปข้างหลัง ทุกคนได้ยินเสียงกระดูกหักอย่างชัดเจน
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องนั่นทำให้ทุกคนแตกตื่น พวกเขาเห็นชายคนนั้นถูกเด็กหนุ่มบิดแขนไพล่หลังคุกเข่าอยู่กับพื้นก็ร้องด้วยความตกใจ “ศิษย์พี่ใหญ่!” พลันทำท่าจะเข้าไปช่วย แต่เสียงของเด ด็กหนุ่มกลับดังขึ้นก่อน
“อย่าขยับ ไม่อย่างนั้นข้าไม่รู้ด้วยนะว่าจะหักคอของเขาหรือไม่” มือข้างหนึ่งของนางบีบที่คอของชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ส่งผลให้เขาตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
“ยะ…อย่าเข้ามา!” เขาตะโกนออกไปด้วยความตกใจ ก่อนมองเฟิ่งจิ่วอย่างตกตะลึง “ศิษย์สี่สำนักเซียนใหญ่ไม่เข่นฆ่ากันเอง จะ…เจ้าอย่าทำอะไรส่งเดชนะ”
เฟิ่งจิ่วเผยยิ้ม “ข้าไม่ได้ทำอะไรส่งเดชเสียหน่อย! ข้าแค่ปกป้องตนเอง อีกอย่างข้าไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน หากเจ้าเป็นอะไรไปย่อมถือว่าเป็นอุบัติเหตุ”
พวกมู่หลิงฉวยโอกาสที่คนพวกนั้นกำลังอึ้ง รีบมาอยู่ข้างเฟิ่งจิ่ว พวกเขาจ้องศิษย์สำนักเซียนกลุ่มนั้นที่มียี่สิบกว่าคน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มว่า “หากไม่อยากให้เขาเป็นอะ ะไรไป ก็จงรีบไปเสีย!”
ท่ามกลางคนพวกนั้น มีชายคนหนึ่งมองหน้าพวกมู่หลิง ก่อนจะหันไปมองชายที่ถูกจับแขนไพล่หลัง สายตาไหวระริก ก่อนจะตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “พวกมันมีกันแค่สิบกว่าคน แต่กลับกล้าทำร ร้ายศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราจะปล่อยพวกมันไปอย่างนี้หรือ? พวกเราต้องแก้แค้นให้ศิษย์พี่ใหญ่!”
ได้ยินอย่างนั้น ชายที่ถูกเฟิ่งจิ่วกำราบอยู่กับพื้นหน้าเปลี่ยนสีไปทันที หากพวกเขาพุ่งเข้ามา เช่นนั้นเขาก็…
“อย่านะ! พวกเจ้าอย่าทำอะไรส่งเดช ฟังที่พวกเขาบอก ฟังที่พวกเขาบอกก่อน” เขารีบค้านทันที ทว่าพอเห็นศิษย์พวกนั้นตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้ เขาก็หน้าเครียดขึ้นมาทันที
นี่พวกนั้นคิดจะทอดทิ้งเขารึ? คิดจะฉวยโอกาสนี้ทำให้เขาตาย?
เฟิ่งจิ่วเห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะ “ดูท่า มนุษยสัมพันธ์ของเจ้าคงไม่ค่อยดีสินะ” ขณะเอ่ย นางลงมือปลดของมีค่าบนตัวเขาออกมา ขณะเดียวกันก็บีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายของเขาด้วย “ข้าจะไว้ ชีวิตเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน” พูดจบ ป้ายหยกพลันแตกละเอียด ชายคนนั้นถูกส่งตัวออกจากดินแดนลับทันที
ศิษย์กลุ่มนั้นหน้าเปลี่ยนสีไปทันที หากเขาตายอยู่ที่นี่ก็ยังดี แต่หากเขารอดชีวิตออกไปได้ เกรงว่า…
“จัดการพวกมัน!” ชายคนหนึ่งในกลุ่มตวาดเสียงกร้าว ก่อนจะเหินตัวถือกระบี่พุ่งโจมตีพวกเฟิ่งจิ่ว
มู่หลิงกับเผยจื่อเซวียนขวางอยู่ข้างหน้าเฟิ่งจิ่ว ต้านรับการโจมตีตากพวกที่พุ่งเข้ามา ฝั่งพวกเขามีจำนวนคนน้อยกว่า แต่ได้เปรียบที่พลังต่อสู้แข็งแกร่ง
สองฝ่ายประมือกัน ต่างฝ่ายต่างสู้สุดชีวิต มู่หลิงกับเผยจื่อเซวียนเห็นฝ่ายตนเองบาดเจ็บไปหลายคนแล้ว พลังต่อสู้ก็อ่อนลง จึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา
แต่ทว่า ในเวลานี้เอง พวกเขากลับได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้น
“โฮก!”
“กรร!”
แรงกดดันอันแข็งแกร่งพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงคำรามนั่น กระจายไปทั่วอณูอากาศบริเวณนั้น เฟิ่งจิ่วที่สัมผัสได้ถึงแรงสะเทือนนั่นขมวดคิ้วเล็กน้อย แรงกดดันนี้มัน…เกรงว่าจะไม่ใช่สัต ตว์ร้ายธรรมดาเสียแล้ว
นางรีบตะโกนเสียงดัง “มู่หลิง ข่ายจือ พาทุกคนถอยหนีไปทางทิศอาคเนย์! เฉิงจิ่นกับจื่อเซวียนอยู่เป็นทัพหลังช่วยข้า!”
สิ้นเสียงสั่ง ทุกคนในกลุ่มปฏิบัติตามราวกับเป็นสัญชาตญาณ มู่หลิงกับปี้ข่ายจือพาคนถอยหนี เฟิ่งจิ่วกับหลินเฉิงจิ่น และเผยจื่อเซวียนรับผิดชอบระวังหลัง
ประกายแสงเส้นหนึ่งพุ่งออกจากมือของนาง ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกไหม้ในพริบตา…
………………………………….
ตอนที่ 3103 โหดร้าย
“พรึ่บ!”
“อ๊าก!”
เปลวไฟพุ่งโจมตีไปทางคนกลุ่มนั้น ขณะเดียวกันก็มีกำแพงเพลิงก่อตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขาทั้งสาม ซื้อเวลาให้พวกเขาได้ถอยหนี ในอีกด้านหนึ่ง กระบี่ยาวในมือเฟิ่งจิ่วไหววาบ พลังกระบ บี่อันดุดันพุ่งตวัดออกไป สกัดเหล่าผู้ฝึกตนที่ไล่ตามพวกมู่หลิงให้ช้าลง
พลังกระบี่กับเปลวเพลิงพุ่งออกไป ฝ่ายศัตรูที่เห็นพลันกรีดร้อง รีบถอยหลังหลบการโจมตีโดยสัญชาตญาณ พวกเขาได้แต่ยืนดูคนพวกนั้นถอยหนีไปไกลหลายจั้ง ครั้นจะไล่ตามไป เสียงคำรามกึ กก้องกัมปนาทของสัตว์ร้ายก็ดังขึ้นมาอีก
“โฮก!”
“กรร!”
เสียงอันทรงพลังนั่นมาพร้อมกับแรงกดดันที่น่าพรั่งพรึง สะท้านสะเทือนจนหัวแทบระเบิด พวกเขากุมหัวและกรีดร้อง “แย่แล้ว! มีสัตว์ร้ายระดับสูง! ถอย! หนีไปทางทิศอาคเนย์ตามพวกนั้น เร็วเข้า!”
มีคนตะโกนขึ้นมา หมายจะหนีไปทางเดียวกับพวกมู่หลิงเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพียงพริบตาเดียว เสือดาวดุร้ายสองตัวกลับโผทะยานออกมาพร้อมกับแรงกดดันอันทรงพลัง ยืนขวางทางหนีพวกเขาไว้
“ซี๊ด! สะ…สัตว์เทวะ!”
พอเห็นระดับของเสือดาวสองตัวนั้น พวกเขาต่างก็สูดปากด้วยความตะลึง ใบหน้าไม่เหลือสีแดงของเลือดแม้แต่น้อย หนำซ้ำเสือดาวสองตัวที่ไม่ใช่เพียงสัตว์ร้ายระดับห้า แม้พวกเขาจะมีกัน ยี่สิบกว่าคนก็เกรงว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน!
แต่ว่า หากจะให้พวกเขาบีบป้ายหยกเพื่อหนีออกจากดินแดนลับทั้งอย่างนี้ พวกเขาก็กลับทำไม่ได้ พวกเขาจึงกัดฟัน ตะโกนขึ้นว่า “พวกเราร่วมมือกัน! หากชนะก็อาจได้สัตว์เทวะมาครองถ ถึงสองตัว เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มของเราขึ้นไปอีก!”
ทุกคนได้ฟังอย่างนั้นก็หวั่นไหว ต้องบอกก่อนว่าสัตว์เทวะโบราณนั้นมีแรงดึงดูดสูงมาก หากพวกเขาได้พวกมันมาผูกพันธสัญญา พลังของพวกเขาก็จะทวีคูณขึ้นไปอีก หนำซ้ำหากมีสัตว์เทวะ เป็นสัตว์พันธสัญญาคู่ชีวิต สำนักเซียนก็จะดูแลฝึกฝนพวกเขาเป็นพิเศษ ตระกูลก็จะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น นับเป็นแรงจูงใจที่สูงมากจริงๆ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงหวั่นไหว
“พวกมนุษย์ไร้สมอง อย่างพวกเจ้าน่ะหรือคิดจะกำราบพวกข้า? เพ้อฝันสิ้นดี”
เสือดาวหนึ่งในสองตัวจ้องพวกเขาด้วยดวงตากระหายเลือด มันแลบลิ้นออกมาเลียขอบปาก จากนั้นก็อ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม
“ดูท่าวันนี้จะได้กินอิ่มไปอีกหนึ่งมื้อแล้ว”
เสือดาวตัวนั้นพูดจบก็คำราม ก่อนจะโถมตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูง ตะครุบศิษย์สำนักเซียนคนหนึ่งที่ไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็อ้าปากงับเข้าไปที่ลำคอของศิษย์สำนักเซียนคนนั้น
“อ๊าก! ช่วย…”
“แกร๊ก”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือยังไม่ทันจบประโยค เสียงกระดูกหักกลับดังแทรกขึ้นมาก่อน ศิษย์สำนักเซียนคนนั้นกระตุกไปทั้งตัว ก่อนจะแน่นิ่งไป ดวงตายังคงเบิกกว้างจ้องมองไปข้างหน้าอย่าง หวาดกลัว
ขณะที่เสือดาวตัวนั้นเงยหน้าขึ้นมา แยกเขี้ยวอาบเลือด ก่อนจะพุ่งตัวไปทางพวกศิษย์สำนักเซียนที่หน้าซีดเผือดพร้อมกับเสียงคำราม
ศิษย์สำนักเซียนพวกนั้นได้สติก็ชักเท้าออกวิ่งทันที แต่ทว่า เสือดาวตัวนั้นรวดเร็วกว่าพวกเขามากนัก เพียงกระโจนครั้งเดียวก็ตะครุบเหยื่อได้อีกหนึ่งราย ในขณะที่อีกฝ่ายยังไม ม่ทันตั้งตัว กรงเล็บคมกริบก็ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาแล้ว มันลากกรงเล็บลงด้านล่าง ฉีกกระชากเอาเน่ยตานออกมากลืนลงท้อง
เหตุการณ์เลือดสาดที่เกิดขึ้น แม้แต่ศิษย์ที่มีวรยุทธ์ระดับกำเนิดวิญญาณก็ยังรับไม่ได้ ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัว และวิธีการอันโหดเหี้ยมชวนคลื่นเหียนนั่น ทำให้พวกเขาหวาดกลัวถึงขี ดสุด