เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3104 ผิดปกติ / ตอนที่ 3105 ศิษย์ของใคร
ตอนที่ 3104 ผิดปกติ
“เร็ว หนีเร็วเข้า!”
ครั้นความอดทนถึงจุดสิ้นสุด พวกเขาก็ตัวสั่นเทาจนไม่อาจสู้ต่อไหว บางคนฉวยโอกาสขณะวิ่งหนีเอาป้ายหยกออกมาบีบให้แตกเพื่อเอาชีวิตรอด บางคนเพราะช้าเกินไปจึงทำให้ถูกเสือดาวสองตัว วนั้นตะครุบติดพื้น กัดจนคอขาด…
กลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่ว ทำให้สถานที่ที่เดิมทีก็มีกลิ่นคาวเลือดอยู่แล้วยิ่งนองเลือดขึ้นไปอีก บนพื้นเต็มไปด้วยศพเปื้อนเลือดนอนเกลื่อนกลาด แต่ละคนตายไปทั้งที่ดวงตายังเบิกกว้ าง สีหน้าหวาดกลัวสุดขีด
มีเพียงไม่กี่คนที่หนีไม่ทัน ส่วนคนที่เหลือต่างฉวยโอกาสบีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายหนีออกไปก่อนแล้ว ส่วนเสือดาวดุร้ายสองตัวนั้น หลังจากกวาดตามองศพบนพื้นแวบหนึ่ง ก็หันไปมองรอ อบๆ
มนุษย์กลุ่มที่หนีไปก่อนเมื่อครู่ เหมือนจะฉลาดกว่าเล็กน้อย พวกมันยังไม่ทันเข้ามาใกล้ พวกนั้นก็หนีไปยังทิศตรงข้ามก่อนแล้ว ตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา ช่างน่าเสียดายจริงๆ
เสือดาวสองตัวกัดแทะศพบนพื้นจนเกลี้ยง สุดท้ายก็นั่งลงบนพื้น ยกอุ้งเท้าขึ้นเช็ดมุมปาก พวกมันสะบัดหางไปมา ก่อนจะทิ้งตัวนอนพักผ่อน
พวกเฟิ่งจิ่วหนีออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว กวนเยว่กับหลินอวี่ซือวิ่งหอบด้วยความเหนื่อย ก่อนหันมาถามเฟิ่งจิ่ว “เหมือน…เหมือนจะไม่ตามมาแล้วนะ พวกเราหยุดวิ่งได้หรือยัง?”
ประเดี๋ยวก็ต่อสู้ ประเดี๋ยวก็วิ่งหนี ประเดี๋ยวก็บาดเจ็บ ร่างกายของพวกนางอย่างไรก็สู้ผู้ชายไม่ได้ ตอนนี้แทบทนไม่ไหวแล้ว
เฟิ่งจิ่วหันกลับไปมองข้างหลัง ก่อนบอกว่า “หยุดพักสักหน่อยเถอะ!”
“มู่จิ่ว พวกนั้นเป็นสัตว์ร้ายชนิดใดกัน? พวกเราได้ยินแค่เสียง ยังไม่ทันเห็นตัวด้วยซ้ำ” กัวจื่อฉีถาม พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
“แต่ฟังจากเสียงก็รู้ว่าเป็นสัตว์ที่ดุร้ายมาก แรงกดดันที่แฝงอยู่ในเสียงคำรามไม่ธรรมดาเลย” เจิ้นไห่ก็พูดพร้อมหอบหายใจเช่นกัน
เฟิ่งจิ่วครุ่นคิด ก่อนบอกว่า “เป็นสัตว์ร้ายที่ดุร้ายไม่น้อยไปกว่ามังกรหนังเหล็กเลยล่ะ ซ้ำยังมีถึงสองตัวอีกด้วย คนพวกนั้นเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายสองตัวนั่น หากไม่ตายก็คงต้อง งถูกถลกหนังออกหนึ่งชั้น”
ที่จริงนางคิดว่ายากที่จะรอดได้ นอกเสียจากพวกเขาจะบีบป้ายหยกเพื่อหนีก่อนสัตว์เทวะสองตัวนั้นจะมาถึง หากทำอย่างนั้นบางทีก็อาจมีโอกาสรอด แต่การฝึกฝนในดินแดนลับที่มีเพียง งปีละครั้ง เดาว่าหากไม่ถึงที่สุดพวกเขาก็คงไม่อยากละทิ้งโอกาสนี้ไป
ทุกคนนิ่งไปเล็กน้อย ในใจยังคงหวาดกลัวไม่หาย สัตว์เทวะสองตัวที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ามังกรหนังเหล็กอย่างนั้นหรือ? หากพวกเขาเจอเข้า เกรงว่าคงจะอันตรายมาก ไม่แน่ว่าอาจต้องเอาชีว วิตมาทิ้งไว้ที่นี่เลยก็เป็นได้
เฟิ่งจิ่วล้วงสุราในห้วงมิติออกมาดื่ม ขณะที่คิดในใจว่า ‘เหตุใดที่นี่มีสัตว์เทวะปรากฏตัวออกมามากมายขนาดนี้? ตามหลักแม้จะเป็นดินแดนลับ แต่สัตว์เทวะระดับนี้ก็ควรอยู่ในส่ว วนลึกที่สุดของดินแดนลับไม่ใช่หรือ ถึงตอนนี้พวกเขาจะเดินทางลึกเข้าไปเรื่อยๆ แต่กลับยังห่างจากจุดที่ลึกที่สุดอีกไกลนัก ทว่าแม้แต่มังกรหนังเหล็กก่อนหน้านั้น บวกกับสัตว์เทวะ ะสองตัวที่ปรากฏวันนี้ พวกเขาเจอสัตว์เทวะถึงสามตัวด้วยกันแล้ว สถานการณ์อย่างนี้นับว่าไม่ค่อยปกตินัก! ’
“อาจารย์ของพวกเจ้าเคยบอกหรือพูดถึงเรื่องอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับในดินแดนลับแห่งนี้หรือไม่?” เฟิ่งจิ่วถาม
ทุกคนสายตาไหวระริก รู้สึกได้ว่าคำถามของเขาค่อนข้างแปลก อาจารย์ของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ? แล้วไม่ใช่อาจารย์ของเขาด้วยรึ? แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร มู่หลิงกับเผยจื่อเซวีย ยนส่ายหน้า “ไม่เลย อาจารย์แค่กำชับว่าห้ามเข้าไปในส่วนลึกของป่า เพราะในนั้นมีสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งมาก”
มู่หลิงกับเผยจื่อเซวียนพูดจบก็ชะงักไป ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในที่สุด
………………………………….
ตอนที่ 3105 ศิษย์ของใคร
สัตว์ร้ายที่พวกเขาเจอมาตลอดทางนับว่าอยู่ในระดับกลาง สูงสุดก็สัตว์เทวะ ผ่านมาเพียงไม่กี่วัน พวกเขากลับเจอสัตว์เทวะถึงสามตัว? นี่นับว่าผิดปกติจริงๆ โดยทั่วไปสัตว์เทวะพวก นั้นควรจะอยู่ในส่วนลึกของป่า ไม่มีทางมาปรากฏตัวที่นี่ได้ แล้วนี่มันเป็นเพราะเหตุใดกัน?
“เหมือนจะมีบางอย่างไม่ค่อยปกตินะ ปีที่ผ่านๆ มาไม่เคยได้ยินว่ามีคนเจอสัตว์เทวะที่นี่” หลินเฉิงจิ่นว่า เขามองคนที่เหลือ “เกิดอะไรขึ้นกับดินแดนลับแห่งนี้หรือเปล่า? ไม่อย่างน นั้นสัตว์เทวะพวกนั้นจะออกมาทำไมกัน?”
ปี้ข่ายจือถามว่า “หากเป็นอย่างนั้นจริง เช่นนั้นก็หมายความว่านอกจากสัตว์เทวะที่เราเจอก่อนหน้านี้ พวกเราอาจจะเจอตัวอื่นอีกเช่นนั้นหรือ?”
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ยุ่งยากแล้ว
“น่าเสียดาย อยู่ในนี้ติดต่อกับคนข้างนอกไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงถามได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” กัวจื่อฉีถอนหายใจ อดไม่ได้ที่จะกังวลเกี่ยวกับการฝึกฝนในอีกสามเดือนข้างหน้า
“ในเมื่อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างนั้นก็ทำได้เพียงระวังตัวให้มากขึ้น” เฟิ่งจิ่วบอกพวกเขา “รีบฉวยโอกาสพักผ่อนให้มากที่สุด แล้วก็ออกเดินทางกันต่อเถอะ!”
“ได้” ทุกคนรับคำ ก่อนจะนั่งสมาธิพักผ่อน
ในอีกด้านหนึ่ง นอกค่ายกลเคลื่อนย้าย ครั้นเห็นศิษย์ที่หมดสติถูกส่งตัวออกมาอีกคน ผู้อาวุโสสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าค่ายกลก็นิ่งไปเล็กน้อย สองสามวันที่ผ่านมีศิษย์สำนักเซียนบีบ บป้ายหยกและถูกส่งตัวออกมาจากดินแดนลับหลายคนแล้ว และศิษย์เหล่านั้นล้วนบาดเจ็บในระดับที่แตกต่างกันไป และสิ่งของจำพวกแหวนมิติหรือถุงฟ้าดินล้วนหายไปด้วย
“ศิษย์คนนี้มีวรยุทธ์ระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุด พลังก็ไม่ได้อ่อนด้อย เหตุใดจึงบาดเจ็บถึงเพียงนี้?” อาจารย์ท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย ยืนมุงดูศิษย์ที่ถูกส่งตัวออกมา
ผู้อาวุโสจากอีกสำนักหนึ่งเดินมาทางนี้ เอ่ยยิ้มๆ ว่า “ย่อมต้องเป็นเพราะไหวพริบไม่ดีเท่าอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นจะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บถึงเพียงนี้ ซ้ำยังถูกแย่งของมีค่าไปก่อนจะถูกส ส่งตัวออกมา ทำให้ต้องเสียโอกาสในการฝึกฝนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”
เอ่ยจบ ก็เห็นผู้อาวุโสสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าค่ายกลเคลื่อนย้ายหันกลับมามองเขาแปลกๆ เขาพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “พวกท่านมองข้าทำไม? หรือข้าพูดผิด?”
“เปล่า แต่ศิษย์คนนี้เป็นศิษย์จากสำนักเซียนของท่าน ท่านจะมาดูหน่อยหรือไม่ว่าเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสคนใดในสำนักเซียนของพวกท่าน?” ผู้อาวุโสจากสำนักดาราครามเซียนคนหนึ่งยิ้ม มบอก
ผู้อาวุโสคนเมื่อครู่ชะงักงัน ก่อนสาวเท้าไปดู ทว่าพอเห็นคนที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที “เป็นไปได้อย่างไร!”
เขารีบพุ่งตัวเข้าไปประคองคนขึ้นมา หลังจากตรวจสอบดูหนึ่งรอบ ก็รีบสกัดจุดลมปราณเหรินจง[1]ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ศิษย์คนนั้นร้องครวญด้วยความเจ็บปวดออกมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลืมต ตาขึ้นมา
“ท่านอาจารย์?”
อาจารย์หรือ? ผู้อาวุโสสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เลิกคิ้ว ที่แท้ศิษย์ผู้โชคร้ายคนนี้ก็เป็นลูกศิษย์ของเขาเองหรือ! ไม่น่าเล่าหน้าตาถึงได้ดูเคร่งเครียดเช่นนั้น
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? เหตุใดจึงออกมาสภาพนี้? ใครเป็นคนทำ?” ผู้อาวุโสคนนั้นตวาดถามด้วยสีหน้าคร่ำเครียด
“เป็นคนจากสำนักดาราครามเซียนขอรับ พะ…พวกเขาใช้ลูกไม้สกปรกเล่นงานศิษย์!” ชายคนนั้นกัดฟันตอบ ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ผู้อาวุโสจากสำนักดาราครามเซียน
“หึๆ สำนักดาราครามเซียนของข้านั้นมีบุคคลมากความสามารถมากมาย ลูกศิษย์ล้วนมีพลังแข็งแกร่ง นิสัยดีเยี่ยมหาที่ติไม่มี” ผู้อาวุโสจากสำนักดาราครามเซียนเอ่ยแย้ง เขามองหน้าชายคน นั้น “อย่างน้อย เจ้าก็บาดเจ็บแค่ที่มือ ไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิต หากศิษย์สำนักข้าลงมือโหดเหี้ยม เดาว่าเจ้าคงไม่รอดออกมาถึงที่นี่”
………………………………….
[1] จุดลมปราณเหรินจง อยู่เหนือบริเวณริมฝีปากช่วงกลาง หรือใต้จมูก