เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3114 นิ่งดูดาย / ตอนที่ 3115 ลงมือ
ตอนที่ 3114 นิ่งดูดาย
นางยืนอยู่ตรงนี้สามารถมองเห็นได้ว่า พวกกัวจื่อฉีกำลังล้อมโจมตีปีศาจต้นไม้พันปีตนนั้น ขณะที่ต้นไม้รอบๆ ก็กวัดแกว่งกิ่งไม้เข้ามาร่วมวงต่อสู้ ณ ที่แห่งนี้มีเพียงเฟิ่งจิ่วคนเ เดียวที่ยืนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย
นั่นทำให้เหล่าลูกศิษย์ที่กำลังถูกต้นไม้เหล่านั้นโจมตีจนสภาพแทบดูไม่ได้ต่างตกตะลึง ก่อนจะตะโกนว่า “มู่จิ่ว รีบมาช่วยเร็วเข้าสิ!”
“อย่างไรพวกเจ้าก็เป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ หากปีศาจต้นไม้พันปีตนเดียวยังจัดการไม่ได้ อย่างนั้นเส้นทางข้างหน้าก็คงเดินต่อไปไม่ได้แล้ว” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน นา างล้วงผลไม้จากห้วงมิติออกมายืนกินขณะพิงต้นไม้ดูพวกเขาไปด้วย
ครั้นได้ยินอย่างนั้น จิตวิญญาณนักสู้ในตัวของพวกเขาก็ถูกปลุกปั่น พวกเขากัดฟันควงกระบี่เข้าห้ำหั่น กิ่งไม้ใบไม้หักและร่วงลงบนพื้นมากมาย ในขณะที่ปีศาจต้นไม้พันปีตนนั้นถูกเผ ผยจื่อเซวียน มู่หลิง หลินเฉิงจิ่น และปี้ข่ายจือรุมโจมตีอยู่
เทียบกับการโจมตีจากต้นไม้รอบๆ ปีศาจต้นไม้พันปีตนนี้โจมตีดุดันและรุนแรงมาก รากไม้ของมันพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินเข้าจู่โจมพวกเขา การโจมตีแต่ละครั้งรุนแรงราวกับมีดดาบ หากหลบไม่ทั น พวกเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน
“ชิ้ง!”
“ซี๊ด อ๊าก!”
เสียงกระแสพลังพาดผ่าน ตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง ศิษย์แซ่เฉินตั้งตัวไม่ทันจึงถูกกิ่งไม้แหลมๆ แทงเข้าที่น่อง เขาเสียศูนย์ล้มลงไป กิ่งไม้กิ่งนั้นกระชากตัวออกไป เลือดสีแดงสดสาดก กระเซ็นเต็มพื้น
“ศิษย์พี่!” ศิษย์แซ่เฉินที่เหลือเห็นศิษย์พี่ของพวกเขาบาดเจ็บ รีบเข้ามาคุ้มกันเขาก่อนถอยไปทางเฟิ่งจิ่ว แม้ไม่รู้เหตุผลที่ปีศาจต้นไม้พันปีไม่กล้าโจมตีมาทางนี้ แต่พวกเขาก็ดู ออกว่า ณ ที่แห่งนี้ มีเพียงข้างกายมู่จิ่วเท่านั้นที่ปลอดภัยที่สุด
“มู่จิ่ว เจ้าช่วยดูแลศิษย์พี่ของพวกข้าที ฝากด้วย” ศิษย์กลุ่มนั้นประสานมือให้เฟิ่งจิ่วเพื่อขอร้องนาง นางยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร พวกเขาก็ถอยกลับเข้าไปร่วมวงต่อสู้อีกครั้ง
ศิษย์แซ่เฉินคนนั้นนั่งกุมแผลที่น่องอยู่บนพื้น น่องของเขาถูกกิ่งไม้แทงทะลุจนกลายเป็นรู เจ็บเสียดกระดูก ส่งผลให้เหงื่อท่วมตัว
เฟิ่งจิ่วกินผลไม้ ชำเลืองมองอย่างไม่ยี่หระ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบว่า “ต้องรีบห้ามเลือดเสีย ไม่อย่างนั้นหากปล่อยไว้มีหวังได้ตายแน่”
ศิษย์แซ่เฉินคนนั้นเงยหน้ามองเขา รู้ดีว่าตนเองรนหาที่เอง เพราะมู่จิ่วเคยเตือนเขาแล้ว กระทั่งเคยบอกให้เขาจัดการผู้หญิงคนนั้นเสีย แต่เป็นเขาเองที่เป็นคนปกป้องผู้หญิงคนน นั้น นึกไม่ถึงจริงๆ…
เขากัดฟัน อดทนต่อความเจ็บปวด ก่อนจะเอายาห้ามเลือดในถุงฟ้าดินออกมาโรยลงบนแผล จากนั้นก็ฉีกชายเสื้อของตนเองพันแผลไว้ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ ตัวเขาก็ราวกับถูกสูบเรี่ยวแรง งทั้งหมดออกไป ได้แต่นั่งพิงต้นไม้ใหญ่และหอบหายใจแรงๆ
อาจเพราะเฟิ่งจิ่วยืนอยู่ตรงนั้น กิ่งไม้แหลมๆ เหล่านั้นที่ทำท่าจะพุ่งเข้ามากลับหดตัวกลับไปทันที ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่น่ากลัวมาก
ศิษย์แซ่เฉินสายตาไหวระริก เขามองมู่จิ่วที่ยืนพิงต้นไม้กินผลไม้อยู่ตรงนั้น ก่อนถามว่า “เหตุใดปีศาจต้นไม้พวกนั้นจึงไม่กล้าโจมตีเจ้า?” แปลกเกินไปแล้ว คิดอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่อง ปกติ
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ นางชำเลืองมองเขา ก่อนจะพูดทีเล่นทีจริงว่า “เพราะพวกมันรู้ว่าข้าอันตรายอย่างไรล่ะ”
ศิษย์แซ่เฉินได้ยินคำตอบของนางก็พูดอะไรไม่ออกอยู่นาน…
………………………………….
ตอนที่ 3115 ลงมือ
อีกด้านหนึ่ง ปีศาจต้นไม้ตนนั้นเห็นว่าตนเองเสียเปรียบ และสถานการณ์ก็แย่ลงเรื่อยๆ จึงคิดจะหนี มันฝังรากลงในดินและแหวกแผ่นดินหนี พวกมู่หลิงใช้กระบี่แทงลงไปบนพื้นหมายจะดั กทางหนีของมัน แต่กลับแทงไม่โดนสักที
เฟิ่งจิ่วสายตาไหวระริก ครั้นเห็นว่าปีศาจต้นไม้ตนนั้นใกล้จะหนีสำเร็จ นางก็โฉบตัวออกไปข้างหน้า แย่งกระบี่ไปจากมือของมู่หลิง ก่อนเหินออกไปไกลหลายจั้ง จากนั้นก็เสียบกระบี่ ลงบนพื้นอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
“ชิ้ง!”
“กรี๊ด!”
พลังกระบี่อันดุดันพวยพุ่งออกไป ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ราวกับจะขาดใจ ยามเสียงกรีดร้องนั่นดังขึ้น กิ่งไม้ที่เคยฝังอยู่ใต้ดินพลันพุ่งขึ้นมาเหนือผิวดิน
ร่างกายของปีศาจต้นไม้สั่นสะท้าน มองเฟิ่งจิ่วที่ใช้กระบี่แทงมันด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ราวกับกำลังถามว่าเหตุใดต้องขวางทางมัน
ปีศาจต้นไม้ตนนี้รู้ดี หากไม่ใช่เพราะมนุษย์ตนนี้ มันต้องหนีไปได้แน่ แต่มันนึกไม่ถึงว่าสุดท้ายนางจะลงมือขัดขวาง
เพราะความอาฆาตแค้นในใจ มันจึงแผ่กิ่งไม้มากมายเข้าโจมตีเฟิ่งจิ่วด้วยกำลังทั้งหมดที่มี “เจ้าขวางทางรอดของข้า! เช่นนั้นข้าก็จะพาเจ้าไปตายด้วย!”
“ไม่เจียมตัว!”
เฟิ่งจิ่วตวัดมองด้วยแววตาเยือกเย็น ขับเคลื่อนพลังวิญญาณ เปลวเพลิงลุกไหม้กลางฝ่ามือ ก่อนจะลุกไหม้กระบี่ในมือของนาง ร่างบางเหินตัวโจมตี กิ่งไม้เหล่านั้นถูกเผาไหม้จนไหม้เกรียม ม เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว แผดเผาร่างของปีศาจต้นไม้ตนนั้น เสียงกรีดร้องดังสนั่นท่ามกลางแสงเปลวเพลิงอันโชติช่วง
“กรี๊ด…”
เสียงกรีดร้องที่แหลมบาดหูเริ่มเบาลง กลิ่นอายพลังที่เคลื่อนไหวอยู่ในอากาศถูกลมพัดกระจายหายไป เมื่อไฟเริ่มมอดจนดับไป อัญมณีสีเขียวดุจหยกเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน
เฟิ่งจิ่วก้าวเข้าไปเก็บอัญมณีที่มีขนาดเท่ากำปั้นเม็ดนั้นขึ้นมา ก่อนยกยิ้มเต็มใบหน้า อัญมณีธาตุไม้ของปีศาจต้นไม้พันปีนับว่าเป็นของดีสำหรับนาง
คนที่เหลือต่างมองเหตุการณ์นั้นด้วยความตกตะลึง พวกเขายุ่งวุ่นวายอยู่นาน แต่กลับสู้เพียงดาบเดียวของมู่จิ่วไม่ได้? ตอนที่ปีศาจต้นไม้ตนนั้นหายไป เหล่าต้นไม้รอบๆ ที่ถูกควบคุม ก็กลับคืนสู่สภาพปกติไปด้วย
เพียงแต่ พวกเขาแต่ละคนต่างก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ เนิ่นนานก็ยังไม่รู้จะพูดอะไร
เหตุใดเขาจึงได้แข็งแกร่งถึงขนาดนี้? เหตุใดเขาถึงได้เก่งขนาดนี้? สามารถแทงร่างของปีศาจต้นไม้ได้อย่างแม่นยำภายในดาบเดียว ทำให้มันไม่อาจหนีไปไหนได้อีก
ท่ามกลางฝูงชน นอกจากมู่หลิงที่รู้ตัวตนของเฟิ่งจิ่ว แม้แต่เผยจื่อเซวียนกับหลินเฉิงจิ่นก็ยังไม่อาจทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ตรงหน้าได้
พวกเขารู้ว่ามู่จิ่วแกร่งมาก ทว่าแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานี้ กลับเกินความคาดหมายของพวกเขาไปมาก
“โฮก!”
ก่อนที่ทุกคนจะได้สติกลับคืนมา ขณะที่ทุกคนยังคงหอบหายใจอยู่นั้น เสียงคำรามต่ำเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้น แรงกดดันอันแข็งแกร่งแผ่กระจายไปทั่วป่า พวกเขาตื่นตัวขึ้นทันที
สัตว์เทวะ!
นี่ต้องเป็นกลิ่นอายของสัตว์เทวะอย่างแน่นอน! และเกรงว่าจะมีพลังสูงมากด้วย!
นึกมาถึงตรงนี้ สีหน้าพวกเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที คิดจะหนี แต่กลับไม่รู้จะหนีไปทางไหน เพราะเสียงคำรามนั่นดังก้องอยู่ในอากาศ พวกเขาแยกแยะไม่ออกว่าดังมาจากทิศทางใดกันแน่