เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3148 น่าสนใจ / ตอนที่ 3149 นอนลง
ตอนที่ 3148 น่าสนใจ
กระนั้นบุรุษที่เหมือนกับเทพสวรรค์ผู้นั้นกลับมีสีหน้าดังเดิม ไม่แม้แต่จะกะพริบตาสักครั้ง ราวกับว่ามองไม่เห็นความงามลวงใจนั้น เขามองนางด้วยสีหน้าราบเรียบครู่หนึ่งถึงค่อยถอนสายตากลับไป จากนั้นจึงค่อยมองไปที่สตรีซึ่งนอนอยู่บนเตียง
ใบหน้าที่เหมือนกันอย่างกับแกะ คนหนึ่งเป็นคน อีกคนหนึ่งเป็นวิญญาณ ทว่าในเมื่อแยกออกมาจากคนคนหนึ่ง เหตุใดวิญญาณของนางถึงไม่อาจกลับเข้าร่างได้?
ดังนั้นเขาจึงยื่นมือไปจับชีพจรของนางเพื่อตรวจสอบอีกครั้งอย่างละเอียด
ตอนนี้เองหวันเหยียนเชียนหวาที่รู้สึกว่าน่าสนใจขยับดวงตา ร่างกายของนางลอยขึ้นอย่างแผ่วเบา จากนั้นนั่งลงข้างกายท่านเซียวหยา ยื่นมือจากร่างกายที่ปวกเปียกราวกับไร้กระดูกวางลงบนไหล่ของเขา จากนั้นก็โน้มตัวเข้าหาเขาเบาๆ
“เอ๋? ข้าแตะตัวเจ้าได้หรือ” เดิมคิดว่าจะทะลุไป คิดไม่ถึงเลยว่ากลับสัมผัสเขาได้ นี่ทำให้นางประหลาดใจอยู่บ้าง
ขณะนี้นางไม่ได้อยู่ในร่างจริง เป็นเพียงวิญญาณ ตามหลักการแล้วสัมผัสคนไม่ได้ ทว่ากลับสัมผัสเขาได้เสียอย่างนั้น หรือว่าบนกายคนผู้นี้จะมีความพิเศษอะไรอยู่?
ด้วยเหตุนี้จึงนางจึงมองพิจารณาเขา ทว่านางที่พิงอยู่บนกายจวินเจวี๋ยซางครึ่งหนึ่งกลับถูกเขาปัดออกอย่างแผ่วเบา ทั้งร่างกายลอยขึ้นก่อนตกลงบนเตียงนุ่ม นางยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียงกังวานเป็นพิเศษของจวินเจวี๋ยซางก็ดังขึ้น
“ผีที่วิญญาณไม่สงบ”
หวันเหยียนเชียนหวาได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงเบา “ใครบอกว่าข้าเป็นผี ข้าเป็นเพียงวิญญาณ” พูดแล้วนางชำเลืองดวงตาคู่งาม ถามขึ้นว่า “เจ้ากระบี่เริงรมย์ เหตุใดข้าจึงกลับร่างของข้าไม่ได้”
“เจ้าเป็นคนตระกูลหวันเหยียนหรือ” เขาลุกขึ้นแล้วหมุนกาย เดินไพล่หลังไปทางเตียงนุ่มก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าหวันเหยียนเชียนหวา
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ได้เล่าถึงตระกูล เขากลับรู้ชัดเจนแม้เพียงมองปราดเดียวอย่างนั้นหรือ หวันเหยียนเชียนหวาตาเป็นประกาย ยิ้มน่ามองพลางกล่าว “เจ้ากระบี่เริงรมย์หลักแหลมจริงๆ เดาเพียงครั้งเดียวก็เดาถูกแล้ว” จากนั้นนางลุกขึ้นจากเตียง ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยท่าทางไร้เรี่ยวแรง ทว่าคารวะเขาอย่างจริงจังครั้งหนึ่ง
“หวันเหยียนเชียนหวาขอบคุณเจ้ากระบี่เริงรมย์ที่ช่วยชีวิต”
นางรู้ว่าหากเขาไม่ช่วยนาง ตอนนี้นางอาจตายไปแล้วก็ได้ อืม แม้ตอนนี้จะเหมือนกับกึ่งเป็นกึ่งตาย แต่ก็ช่วยไม่ได้เช่นกัน
จวินเจวี๋ยซางมองนาง สายตานิ่งสงบไร้ระลอกคลื่น สีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไรอยู่ ผ่านไปเนิ่นนานเขาจึงหมุนกายเดินออกไปข้างนอก ไม่พูดอะไรสักคำ
เห็นดังนั้นแล้วหวันเหยียนเชียนหวาจึงรีบตามไป ร่างกายเบาหวิวไปถึงข้างกายเขาแม้ขยับเพียงเล็กน้อย นางที่กังวลว่าพลังวิญญาณไม่มั่นคงแล้วจะถูกลมพัดไป พลันยื่นมือจับแขนเสื้อของเขาไว้
จวินเจวี๋ยซางที่เดินออกไปหยุดฝีเท้าทันที ผินหน้าชำเลืองมองมือโปร่งแสงบนเสื้อครั้งหนึ่ง แล้วค่อยๆ มองขึ้นด้านบนอย่างเชื่องช้า ก่อนที่สายตาจะหยุดลงบนใบหน้าของหวันเหยียนเชียนหวา
“ปล่อยมือ” เสียงของเขาราบเรียบมาก ไม่มีจังหวะเลยสักนิด
“ข้าอุดอู้อยู่ที่นี่น่าเบื่อนัก อยากตามท่านออกไปดูข้างนอกหน่อย แต่หากไม่จับเสื้อของท่านไว้ ข้ากลัวว่าพลังวิญญาณไม่มั่นคงแล้วจะถูกแรงลมพัดไป”
นางพูดพลางมองเขาพร้อมรอยยิ้ม ราวกับว่ามองไม่เห็นใบหน้าเย็นชาของเขาอย่างไรอย่างนั้น จากนั้นก็กล่าวต่อว่า “ท่านวางใจเถอะ! คนอื่นมองไม่เห็นข้า”
ทว่าจวินเจวี๋ยซางไม่มอบโอกาสนั้นให้นาง เขาสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง หวันเหยียนเชียนหวาถูกส่งกลับเรือนไม้ไผ่ไปในทันที ส่วนตนเองก็ก้าวเท้าจากไป
หวันเหยียนเชียนหวาเห็นดังนั้นแล้วย่อมนอนลงบนเตียงนุ่ม ดวงตาคู่งามหรี่ลงครึ่งหนึ่ง ขณะเกี่ยวปอยผมเล่นก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “จวินเจวี๋ยซาง? เจ้ากระบี่เริงรมย์แห่งพรรคเริงรมย์ น่าสนใจจริงๆ”
……………………………………………
ตอนที่ 3149 นอนลง
พลังวิญญาณไม่มั่นคง นางจึงรวบรวมจิตใจ นั่งขัดสมาธิฝึกบำเพ็ญอยู่บนเตียงนุ่ม นางรู้สึกได้รางๆ ว่านางได้รับบาดเจ็บหนักแล้ววิญญาณไม่อาจกลับร่าง อาจเกี่ยวข้องกับวิชายุทธ์ที่นางฝึกฝน หรืออาจเป็นเพราะวิญญาณของนางในตอนนี้ไม่มั่นคง จึงไม่อาจกลับไปได้
อยากกลับร่างทำให้ตนเองได้สติเต็มที่ ทำได้เพียงฝึกบำเพ็ญให้วิญญาณมั่นคงก่อน
นางที่หลับตาลงเตรียมฝึกบำเพ็ญชะงักไป ลืมตาแล้วพึมพำว่า “เมื่อครู่ลืมบอกกับเขาให้ช่วยส่งจดหมาย เพื่อบอกอาจารย์ว่าไม่เป็นไร”
คิดแล้วนางก็ส่ายหน้า “ช่างเถอะ ทำให้วิญญาณมั่นคงก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” ดังนั้นนางจึงหลับตาฝึกบำเพ็ญต่อ
วันต่อมา
ผ่านการฝึกบำเพ็ญมาแล้วหนึ่งวันหนึ่งคืน หวันเหยียนเชียนหวารู้สึกว่าวิญญาณของตนเองมั่นคงขึ้นแล้ว ไม่มีทางถูกลมพัดไปได้อย่างโดยง่าย ดังนั้นนางเดินออกจากเรือนไม้ไผ่ ไปถึงยังกลางป่าไผ่
เพราะวิญญาณออกจากร่าง ตอนนี้จึงอยู่ในลักษณะเปลือยเท้า สวมชุดชั้นในและปล่อยผมยาวสยาย ทว่านางนั้นงดงามโดดเด่น ท่วงท่ามีเสน่ห์และสง่างาม ด้วยเหตุนี้แม้ปล่อยผมดำขลับสวมชุดชั้นในและเท้าเปล่า เมื่อมองแล้วก็ยังจับตา ถึงขนาดมีกลิ่นอายยั่วยวนสายหนึ่ง
รับรู้ถึงความสดชื่นภายในอากาศ กลิ่นไผ่ในป่าไผ่ ไปจนถึงแสงอาทิตย์เหนือศีรษะ นางหรี่ตาลง โชคดีที่นางไม่ใช่ผี จึงไม่ถึงกับทนการสาดส่องของแสงอาทิตย์ไม่ได้
นางในตอนนี้แม้เป็นวิญญาณที่ออกจากร่าง แต่ร่างกายอยู่ห่างนางไม่ไกล กอปรกับนางเองเป็นคนตระกูลหวันเหยียน ติดต่อสื่อสารกับวิญญาณผีสางมาเป็นเวลานาน ถึงวิญญาณออกจากร่างก็ไม่เหมือนกับวิญญาณผีทั่วไปอยู่ดี
นางเดินเขย่งเท้าอยู่ในป่าไผ่ หลังจากทำความคุ้นเคยกับสถานที่บ้างแล้ว นางจึงลอยออกจากป่าไผ่ ท่องเที่ยวในพรรคเริงรมย์ไปทั่ว ฟังศิษย์เหล่านั้นสนทนากัน มองพวกเขาฝึกบำเพ็ญ สุดท้ายก็มาถึงยังสถานที่แห่งหนึ่ง ด้วยรู้สึกว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณนั้นเต็มเปี่ยมยิ่ง นางจึงหาที่ว่างฝึกบำเพ็ญอยู่ที่นั่น
ฝึกบำเพ็ญครั้งนี้นางลืมเวลา จนกระทั่งฟ้ามืดแล้วก็ยังไม่กลับไป
ตอนจวินเจวี๋ยซางที่สวมชุดขาวทั้งตัวเดินเข้าไปในเรือนไผ่ เขากวาดสายตามอง ทว่าไม่เห็นวิญญาณของหวันเหยียนเชียนหวา หัวคิ้วเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย จากนั้นก็เดินไปนั่งลงบนเตียง ขัดสมาธิหลับตาทำสมาธิ รอหวันเหยียนเชียนหวากลับมา
การรอคอยครั้งนี้ใช้เวลาหนึ่งคืน เมื่อหนึ่งคืนผ่านไปยังคงไม่เห็นนางกลับมา จนกระทั่งฟ้าสางในวันรุ่งขึ้น ครั้นหวันเหยียนเชียนหวากลับมาที่เรือนไผ่พร้อมจิตใจอันแจ่มใส นางเห็นจวินเจวี๋ยซางนั่งอยู่ที่ข้างเตียงทันทีที่เข้ามาถึง ตรงหัวเตียงมีของบางอย่างวางอยู่
“เจ้ากำลังทำอะไร” นางลอยเข้าไป ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยความประหลาดใจ
จวินเจวี๋ยซางเหลือบมองนางพลางกล่าว “เข้ามา ข้าจะช่วยนำวิญญาณเจ้ากลับร่าง”
หวันเหยียนเชียนหวาได้ยินดังนั้นจึงลอยเข้าไปหาเขา “ท่านมีวิธีหรือ”
“นอนลง” จวินเจวี๋ยซางเอ่ยเสียงเรียบ
ได้ยินแล้วหวันเหยียนเชียนหวาก็ปิดปากหัวเราะเสียงเบา “หัวหน้าพรรคเริงรมย์ เรียกสตรีคนหนึ่งนอนลงเช่นนี้ ข้าว่าไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง” ทว่านางพูดจบแล้วยังคงนอนลง เห็นเขายื่นมือคว้า วิญญาณของนางลอยขึ้นมา จากนั้นก็ค่อยๆ นอนลงบนร่าง
“นี่ ท่าน...”
นิ้วมือเรียวยาวขาวกดลงบนหน้าอกนางโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายอบอุ่นสายหนึ่งส่งผ่านสู่ร่างกายนางตามฝ่ามือเขา ทำให้นางรับรู้ได้อย่างชัดเจน
ทว่าการวางฝ่ามือตรงหน้าอกนางเช่นนี้ กลับทำให้นางรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด
……………………………………………