เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3160 ทิวทัศน์ยามค่ำคืน / ตอนที่ 3161 แอบดู
ตอนที่ 3160 ทิวทัศน์ยามค่ำคืน
เมื่อมองเห็นเงาร่างนั้นอยู่ข้างใน เขาก็ยิ้มแล้วเดินไปเคาะประตู
“เข้ามา”
ได้ยินเสียงที่คล้ายดังมาจากข้างในแล้ว เขาถึงค่อยผลักประตูเข้าไป สายตากวาดมองหลายคนข้างในนั้น สุดท้ายมองไปยังเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
“บังเอิญจริงๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบกันที่นี่” เขาเดินมาข้างหน้า มองเฟิ่งจิ่วก่อนกล่าว “ได้พบเจ้าที่นี่ เห็นทีน่าจะเป็นเพราะเอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่ในกำมือแล้วกระมัง”
เห็นคนที่มาเยือนเป็นเขา เฟิ่งจิ่วก็เลิกคิ้วขึ้น “บังเอิญทีเดียว คุณชายถานมากินข้าวที่นี่เช่นกันหรือ”
“นัดกับสหายบางคนที่นี่ เมื่อครู่ตอนเสี่ยวเอ้อร์ปิดประตูมองเห็นคุณหนูเฟิ่งจิ่วอยู่ที่นี่เช่นกัน จึงคิดเข้ามาทักทายสักหน่อย หรือไม่ก็เลี้ยงสุราสักถ้วย” เขายิ้มกล่าว สายตาเคล ลื่อนจากเฟิ่งจิ่วไปยังเซวียนหยวนโม่เจ๋อ แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
เป็นบุรุษเช่นเดียวกัน เขามองสายตาที่คนผู้นี้มองเฟิ่งจิ่วปราดเดียวก็เข้าใจแล้ว แต่แล้วอย่างไรเล่า สตรีของเขางดงามเตะตาขนาดนี้ มีบุรุษมีใจให้นาง ชื่นชมนาง นั่นเป็นเรื่องป ปกติมากทีเดียว
มองเห็นการกระทำของเซวียนหยวนโม่เจ๋อแล้ว แววตาของถานฮ่าวเทียนวูบไหวเล็กน้อย เขายิ้มแล้วยกถ้วยสุราขึ้นกล่าวกับทั้งสองคน “ทั้งสองท่าน ข้าผู้แซ่ถานขอดื่มสุราให้พวกท่านถ้ วยหนึ่ง”
เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อยกถ้วยสุราขึ้นตามมารยาท จากนั้นก็ดื่มสุราลงไป
หลังดื่มสุราหนึ่งถ้วย ถานฮ่าวเทียนก็วางถ้วยสุราลง ยิ้มพลางว่า “ข้าผู้แซ่ถานไม่รบกวนพวกท่านแล้ว ขอตัวก่อน” พูดจบแล้วเขาก็เดินออกไปข้างนอกอย่างสบายใจ
ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อถอนสายตากลับมา หยิบตะเกียบคีบอาหารให้นางเล็กน้อย กล่าวว่า “เจ้าชิมดู” เมื่อสิ้นเสียงก็คีบอาหารอย่างอื่นใส่ลงในถ้วยของนางอีก
“เจ้าก็กินด้วยสิ” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี ช่วยเขาคีบอาหารเช่นกัน
สองคนกินอาหารไปพลาง พูดคุยกันไปพลาง มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนไปด้วย ส่วนทางนั้นพวกเหลิ่งหวาก็กำลังยกถ้วยสุราขึ้นดื่ม หลังจากมื้ออาหารแล้วฉินซินถึงมานั่งลงข้างๆ หยิบฉินออกม มาบรรเลงดนตรีให้ทุกคนฟัง
เสียงฉินเสนาะหูดังออกมาผ่านนิ้วเรียวของนาง เวียนวนอยู่ท่ามกลางร้านอาหารแห่งนี้ แม้แต่คนที่อยู่บนถนนใหญ่ด้านล่างก็ได้ยินเสียงฉินเช่นกัน เพียงแต่ได้ยินเสียงฉินดังมา ทว่าก กลับไม่รู้ว่าดังมาจากที่ใด ยิ่งมองไม่เห็นว่าใครกำลังบรรเลงฉินอยู่…
ยามดึกสงัด พวกเขาคิดบัญชีเตรียมจากไป บนถนนใหญ่เวลานี้ไม่มีคนสักเท่าไรแล้ว ตอนรถลากกวางวิญญาณเคลื่อนที่ไปทางจวนอย่างเชื่องช้า เฟิ่งจิ่วที่เปิดผ้าม่านรับลมพลันเห็นเงาร่างสีดำ ำหลายสายคล้ายกับแบกอะไรบางอย่างเดินอยู่ท่ามกลางความมืด
นางเลิกคิ้ว มองไปทางนั้นคราหนึ่งก่อนกล่าว “อิ่งอี เจ้าตามไปดูหน่อย”
“ขอรับ” อิ่งอีที่อยู่ในความมืดตอบรับเสียงหนึ่ง วูบไหวร่างแล้วตามคนเหล่านั้นไปอย่างไร้สุ้มเสียง
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นั่งพิงร่างอยู่ในรถลากกวางวิญญาณได้ยินเสียงคำสั่งของนาง จึงกล่าวออกไปว่า “ดึกดื่นป่านนี้ ข้าเดินเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเป็นอย่างไร” กินอิ่มแล้วกลับไปทันทีก็ ไม่มีอะไรทำ ในเมื่อนางสนใจคนพวกนั้น มิสู้ไปดูเป็นเพื่อนนางสักหน่อยดีกว่า
ได้ยินดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วจึงหัวเราะออกมาเสียงเบา “ดีเลย!” นางออกมาจากด้านในรถลาก เอ่ยกับพวกเหลิ่งซวงและเหลิ่งหวาว่า “พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ! ส่งห้าวเอ๋อร์กลับบ้านไปพักผ่อน น พวกข้าจะกลับไปช้าหน่อย ไม่ต้องตามมา”
……………………………………………
ตอนที่ 3161 แอบดู
เหลิ่งหวารับคำแล้วมองคนทั้งสองออกจากรถลาก คนหนึ่งวูบไหวร่าง มุ่งหน้าไปยังทิศทางของคนพวกนั้น
เหลิ่งซวงมองห้าวเอ๋อร์ที่กำลังหลับปุ๋ย ส่วนฉินซินนั่งอยู่ข้างๆ เหลิ่งหวา เห็นพวกเขาจากไปแล้วถึงโดยสารรถลากสัตว์วิญญาณกลับไปเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง อิ่งอีติดตามคนเหล่านั้นไปถึงเรือนหลังหนึ่งท่ามกลางความมืด เมื่อเขากำลังคิดเข้าไปดูสักหน่อย กลับเห็นนายท่านของเขาและภูตหมอล้วนมาถึงแล้ว จึงคอยท่าพวกเขาอยู่ข ข้างนอก
“นายท่าน ภูตหมอ” เมื่อสองคนเข้ามาใกล้แล้ว เขาเรียกเสียงหนึ่ง
“เข้าไปข้างในหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม สายตามองไปยังด้านหน้า
“ขอรับ ข้าน้อยกำลังคิดเข้าไปดูสักหน่อย” ที่จริงแล้วเขารู้สึกแปลกใจทีเดียว ไยพวกเขาสองคนมาที่นี่กันหมดเล่า
“เจ้าเฝ้าอยู่ข้างนอกเถอะ!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างกายมองครั้งหนึ่ง สองคนเขย่งเท้า ก่อนที่จะเข้าไปยังด้านในอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันนั้นเอง ภายในลานบ้าน คนชุดดำสองสามคนที่เข้าไปข้างในก่อนแล้วก้าวหนึ่งกำลังนำตัวคนที่จับมาไปไว้ในเรือนก่อนถอยออกมา หลังจากนั้นก็เฝ้าอยู่ข้างนอกลาน
ภายในเรือนนั้น บุรุษสองคนเปิดถุงผ้าสีดำที่อยู่บนพื้นออก เผยให้เห็นสตรีงดงามนางหนึ่งที่อยู่ข้างใน
เสื้อผ้าบนกายสตรีดูไม่เลว คล้ายกับเป็นสตรีตระกูลร่ำรวย อีกทั้งมีใบหน้างดงามเป็นอย่างยิ่ง กระโปรงสีเหลืองบนตัวนางยิ่งทำให้นางดูงดงามอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม
บุรุษสองคนนั้นเหมือนกับคุ้นชินกับสถานการณ์นี้มาก มองสตรีที่หมดสติอยู่แล้วก็ไม่ได้มีสีหน้าอะไร พวกเขายกคนไปยังเตียงใหญ่ด้านใน ก่อนจะหยิบยาให้นางดมที่ปลายจมูกเล็กน้อย จา ากนั้นป้อนยาลูกกลอนให้นางกินอีกเม็ดหนึ่ง สุดท้ายก็ถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ ปิดประตูแล้วเฝ้าอยู่ข้างนอก
ตอนนี้เอง ชายวัยกลางคนผมสีดอกเลาคนหนึ่งเข็นรถเข็นออกมาจากด้านหลังฉากบังลม สายตามืดมนเต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย มุมปากที่เม้มอยู่เหยียดลง ให้ความรู้สึกกดดันน่าเกรงขามอย่างน่ าประหลาด
เขาเข็นรถเข็นไปยังข้างเตียง มองสตรีที่อยู่บนเตียงค่อยๆ คืนสติ ทว่ายังอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น สีหน้าของนางกลับมาเจือสีเลือด ปอยผมขยับเล็กน้อยก่อนตกลงมาอย่างไม่เป็นระ ะเบียบ มือของนางคว้าคอเสื้อของตนเองอย่างไร้สติ ปากก็พึมพำเสียงเบาด้วย
เพราะการเสียดสีระหว่างขาสองข้างของนางไปจนถึงกระโปรงผ้าโปร่งที่เลิกขึ้นตามการพลิกตัว จึงเผยให้เห็นขาเรียวยาวขาวเนียนดึงดูดสายตา คอเสื้อของสตรีคลายออกเล็กน้อยจากการดึง ทึ้งของนาง เสื้อคลุมสีดอกบัวเปิดออกครึ่งหนึ่งเช่นกัน ความงามหมดจดปรากฏให้เห็นเป็นครั้งคราว
“อืม…”
เสียงครางแผ่วเบายั่วยวนใจ ทว่าชายวัยกลางคนที่อยู่บนรถเข็นกลับยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองด้วยแววตาชั่วร้าย
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนขยับมือ เส้นด้ายสีทองเส้นหนึ่งพันเท้าข้างหนึ่งของสตรีที่อยู่บนเตียง ทั้งดึงทั้งตวัด ก่อนจะผูกติดกับด้านหนึ่งของปลายเตียง
จากนั้นเส้นด้ายอื่นอีกหลายเส้นก็ลอยออกมา พันมือและเท้าที่เหลือเอาไว้ ตรึงร่างของสตรีนางนั้นไว้บนเตียงราวกับตัวอักษร 大 พร้อมกันนั้นกระโปรงของสตรีเลิกขึ้นกึ่งหนึ่ง เรีย ยวขาขาวราวกับหยกงดงามไร้ขีดจำกัด
เขามองข้ามท่าทางยั่วยวนของสตรีที่อยู่บนเตียง หยิบมีดขนาดเล็กออกมาเล่นบนมือ ใช้คมมีดตีบนใบหน้าสตรีเบาๆ แม้มีดเล็กแหลมคนนั้นจะกระทบใบหน้าของนางอย่างแผ่วเบา ทว่ายังคงสร้ างรอยแผลตื้นๆ บนใบหน้านั้นรอยหนึ่ง
ชายวัยกลางคนใช้มีดกรีดเสื้อผ้าของนาง ขณะเตรียมจะใช้มีดตัดเอ็นมือและเท้าของนาง มีดเล็กคมกริบในมือพลันลอยไปกระแทกกับหน้าต่างโดยพลัน