เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3162 พบกันอีกครั้ง / ตอนที่ 3163 ผู้มาเยือนเป็นใคร
ตอนที่ 3162 พบกันอีกครั้ง
ตรงหน้าต่าง เซวียนหยวนโม่เจ๋อโอบเฟิ่งจิ่วโคจรท่าร่างขยับหลบ ทว่าตอนที่เงาร่างของพวกเขาสองคนเพิ่งยืนมั่นคงได้ ก็เห็นว่าชายวัยกลางคนที่นั่งรถเข็นตรงประตูห้องอยู่ในสายตา ของพวกเขาแล้ว อีกฝ่ายกำลังจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อสายตาเยือกเย็นของคนผู้นั้นกวาดผ่านเซวียนหยวนโม่เจ๋อ รวมถึงเฟิ่งจิ่ว หัวคิ้วของเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ส่วนลึกในดวงตาสีดำขลับเผยไอสังหารอันเย็นยะเยื อก
สายตาเย็นชาในดวงตาของชายวัยกลางคนผู้นั้น เหมือนกับดวงตาของสัตว์ที่พบเห็นเหยื่อ ทำให้เขาออกฝ่ามือจู่โจมโดยพลัน กระแสปราณยิ่งใหญ่รวมกลุ่มกันที่ฝ่ามือก่อนกระแทกออกไปส่งเสียงห หวีดหวิว ไอสังหารน่าครั่นคร้ามบีบคั้นอีกฝ่าย
“ฮ่า!”
ตอนชายวัยกลางคนเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อจู่โจมเข้าใส่ เขาหรี่ตาลงอย่างไม่ตกใจและหวาดกลัว มือของเขาตบลงบนรถเข็นครั้งหนึ่ง ทั้งรถเข็นรวมถึงทั้งร่างเขาลอยขึ้นหลบพ้นการจู่โจม ข ขณะเดียวกันนั้นก็โคจรลมปราณพลังวิญญาณไว้ที่ฝ่ามือแล้วกระแทกใส่เซวียนหยวนโม่เจ๋อ
วินาทีที่เขาออกฝ่ามือ กลับมีกระแสปราณสีดำกลุ่มหนึ่งตลบอบอวลอยู่ที่กลางฝ่ามือของเขา เฟิ่งจิ่วที่มองเห็นภาพนี้แล้วแววตาวูบไหวเล็กน้อย คิดก้าวไปข้างหน้า ฝ่ายเซวียนหยวนโม่เจ จ๋อจู่โจมออกไปก่อนฝ่ามือหนึ่ง ดันลมปราณสีดำที่อีกฝ่ายปล่อยออกมากลับไปพร้อมกัน
“ฮ่า! ฮู่!”
ปึง!
พลังสองสายปะทะกัน ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นโคจรท่าร่างพร้อมกับรถเข็นลอยออกไป ในเวลาเดียวกันก็ขยับกลไกของรถเข็น เข็มพิษหลายเล่มพุ่งออกจากมือที่จับรถเข็นเอาไว้ พุ่ง งตรงไปยังเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
ครั้นเซวียนหยวนโม่เจ๋อหมุนกายใช้แขนเสื้อปัดป้องเข็มพิษเหล่านั้น กลับพบว่าชายวัยกลางคนผู้นั้นหายไปไม่เหลือร่องรอยแล้ว จึงขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
กระบวนท่าสังหารดุดันร้ายกาจ พลังไม่อ่อนด้อย แต่กลับเลือกหนีไปตอนที่รู้ว่าไม่อาจประมือกับคู่ต่อสู้ได้ คนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย
เขาหันหลังเดินไปหาเฟิ่งจิ่ว เห็นนางมีสีหน้าคล้ายกับครุ่นคิดจึงถามขึ้น “กำลังคิดอะไรอยู่หรือ”
“ลมปราณสีดำของคนผู้นั้น…” เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้วพลางครุ่นคิด “เหมือนกับเป็นลมปราณของดอกบัวแห่งความมืดมิด ทว่าลมปราณสีดำของคนผู้นี้ไม่ได้แก่กล้า”
แม้จะเป็นเช่นนั้น นางกลับกำลังคาดเดาว่าคนผู้นี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าดอกบัวดำอยู่บ้าง
เมื่อคิดถึงความจริงที่ว่าเจ้าดอกบัวดำถูกทำลายโดยนาง แววตาของนางวูบไหวอีกครั้ง นางรู้ว่าเมื่อพบกันอีกครั้ง การประมือกับเจ้าดอกบัวดำเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว ถึงตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าพลังความสามารถของใครแข็งแกร่งกว่ากันแล้ว
ทว่าหลังจากนั้นกลับไร้ข่าวคราว ไม่มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน กอปรกับนางมาที่นี่อีกครั้งแล้วลืมเจ้าดอกบัวดำไปจนหมดสิ้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบกับกลิ่นอายดอกบัวดำที่นี่อีกครั้ง
ได้ยินดังนั้นแววตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็วูบไหวเช่นกัน ปราณดอกบัวดำ? เขาพลันคิดถึงเรื่องที่เฟิ่งจิ่วบาดเจ็บเพราะปราณดอกบัวดำในครั้งนั้น แววตาของเขาล้ำลึก ลอบคิดในใจว่า ‘ ‘เห็นทีว่าต้องรีบเพิ่มพลังขึ้นโดยเร็ว’
“เข้าไปดูหน่อยเถอะ”
เฟิ่งจิ่วกล่าว พอมาถึงด้านในและเห็นสตรีที่อยู่บนเตียงนางนั้น นางก็เลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ก่อนมองไปทางเซวียนหยวนโม่เจ๋อ กลับเห็นเขาหมุนกายเดินไปแล้ว บอกเพียงว่าจะรออยู่ข้างนอ อก
“อิ่งอี เข้ามา” เฟิ่งจิ่วเรียก จากนั้นก็เดินไปยืนมองสตรีนางนั้นอยู่ที่ข้างเตียง
“ภูตหมอ” อิ่งอีก้าวเข้ามา ชำเลืองมองสตรีนางนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วเบือนสายตาออก
“ตรวจสอบฐานะของสตรีนางนี้หน่อย ส่งนางกลับไปอย่างลับๆ” เฟิ่งจิ่วป้อนยาให้สตรีแล้วเดินออกไป
ด้านนอก เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นนางออกมาก่อนเดินเข้ามาหา “กลับไปแล้วให้คนตรวจสอบข่าวคราวของเจ้าดอกบัวดำหน่อย” ตอนนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาจึงรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง
……………………………………………
ตอนที่ 3163 ผู้มาเยือนเป็นใคร
“อืม”
เฟิ่งจิ่วตอบรับเสียงหนึ่ง เดิมคิดว่าเป็นโจรเด็ดดอกไม้อะไร คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นบุรุษเย็นชาร้ายกาจคนหนึ่ง อีกทั้งบนตัวคนผู้นี้ยังมีกลิ่นอายของดอกบัวดำอีกด้วย นั่นจะต้อง งเกี่ยวข้องกับเจ้าดอกบัวดำเป็นแน่
พวกเขาสองคนกลับไปก่อน เหลืออิ่งอีไว้จัดการธุระที่เหลือ เมื่อกลับถึงจวน เซวียนหยวนโม่เจ๋ออาบน้ำแล้วออกมา เห็นเฟิ่งจิ่วนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ท่าทางราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ความค คิดจึงถามขึ้นว่า “คิดอะไรอยู่หรือ”
เฟิ่งจิ่วมองไปทางเขา “ข้ากำลังคิดว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้าดอกบัวดำหรือประมุขมารที่ได้รับบาดเจ็บหนัก ล้วนไม่มีทางปรากฏกายขึ้นอีก ความสงบสุขช่วงนี้ทำให้พวกเราผ่อนคลาย ไม่รู้ว่าพว วกเขากำลังเตรียมการทำอะไรอยู่ ข้ารู้สึกอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่มีทางวางมือเช่นนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น เขาเอ่ยเสียงบา “เจ้าอย่ากังวลเกินไป พักผ่อนตามปกติก็พอแล้ว พักนี้พวกตู้ฝานเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก เรื่องที่สืบถามมาได้มอบให้พวกเขาจัดการได้เช่นกัน ก่อนที่ พวกเจ้าดอกบัวดำจะเคลื่อนไหว พวกเราอย่าไปสนใจเรื่องอื่นเลย”
“อืม ข้ารู้แล้ว” เฟิ่งจิ่วตอบก่อนลุกขึ้นยืน “เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ! ข้าจะไปอาบน้ำ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน ส่วนเฟิ่งจิ่วเดินไปทางห้องอาบน้ำ
อีกด้านหนึ่ง
โม่เฉินผู้สวมชุดขาวปลอดเดินอยู่บนถนนเส้นเล็กกลางป่าทึบอย่างเชื่องช้า แขนเสื้อสีขาวพลิ้วไหวไปตามลมเอื่อย ฝีเท้าแผ่วเบาดูสบายใจ ถนนเส้นเล็กมืดมนเงียบสงัด มีเสียงนกร้องดั งมาเป็นครั้งคราว กลางป่าทึบแห่งนี้มีเมฆหมอกอบอวล เพิ่มความลึกลับน่าครั่นคร้ามให้สถานที่แห่งนี้อีกเท่าตัว
ระหว่างเดินผ่านถนนเส้นเล็กกลางป่า เขาผ่านสถานที่ที่ถูกปิดกั้นด้วยเมฆหมอก จึงหยุดฝีเท้าเงยหน้ามองไปด้านหน้าเล็กน้อย เห็นเพียงตำหนักโบราณลึกลับอยู่บนยอดเขา เมฆหมอกพันเกี่ยวก กัน เดี๋ยวปรากฏเดี๋ยวจางหาย คล้ายกับแดนเซียนอย่างไรอย่างนั้น
ทันใดนั้นกระเรียนเซียนกลุ่มหนึ่งพลันกระพือปีกบินออกมาจากตรงยอดหมอก บินผ่านท้องฟ้าที่มีเมฆหมอกปกคลุม กระเรียนเซียนหนึ่งในนั้นร้องขึ้นมาเสียงหนึ่งก่อนโผลงมา มุ่งหน้ามาทางเ เขาที่ยืนอยู่บนที่ว่าง
ตอนเข้าใกล้ข้างกายเขาก็ลดความเร็วลงทันที บินเวียนวนอยู่เหนือศีรษะเขา ก่อนจะกระพือปีกบินไปส่งเสียงร้องกลางท้องฟ้าสูงอีกครั้ง ทว่าไม่ได้จากไปไหน
“เซียนท่านใดมาถึงที่นี่”
เสียงเคร่งขรึมดูห่างไกลดังมาจากยอดเมฆ เหมือนกับระฆังวิญญาณกลางวัดโบราณอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น มันทั้งเคร่งขรึมและมีพลัง ทะลุผ่านชั้นเมฆ ดังก้องอยู่ท่ามกลางท้ องฟ้า
“อาจารย์ ศิษย์ของเทียนจี”
โม่เฉินยืนรับลม เสื้อสีขาวขยับไหว เสียงของเขาแฝงลมปราณพลังวิญญาณอันแข็งแกร่ง ไม่รีบร้อนไม่เนิบช้า ไม่หยิ่งผยองหรือทะนงตน เสียงนั้นดังสะท้อนอยู่กลางท้องฟ้าเช่นกัน ดังไปสู่ยอ อดเมฆ
“เชิญ!”
ครั้นได้ยินเสียงเชิญ ราวกับว่ามีแสงสีทองสายหนึ่งแหวกผ่านยอดเมฆ พร้อมกันนั้นกลางตำหนักตรงยอดเมฆที่ดูคล้ายไร้ผู้คนกลับมีชายหนุ่มหญิงสาวสวมเสื้อสีขาวยี่สิบคนเหยียบลมบริสุทธิ์ ออกมาจากเมฆขาว มุ่งหน้ามาตรงที่โม่เฉินอยู่แล้ว
ทว่าพวกเขาไม่ได้ร่อนลงบนพื้น เพียงยืนเรียงกันอยู่กลางท้องฟ้าเป็นสองแถว ตอนนี้เองพรมแดงพลันพุ่งออกมาจากยอดเมฆ มาถึงตรงหน้าของโม่เฉินโดยตรง
“เชิญ!”
ชายหญิงชุดขาวยี่สิบคนนั้นส่งเสียงที่เปี่ยมไปด้วยลมปราณพลังวิญญาณ เสียงนั้นดังสนั่นและนอบน้อม ทั้งยี่สิบคนพากันผายมือเชิญให้โม่เฉินเดินไปบนพรมแดง