เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3174 หุบเขาราชาโอสถ / ตอนที่ 3175 น้ำลืมอดีต
ตอนที่ 3174 หุบเขาราชาโอสถ
เห็นพวกเขาฟื้นขึ้นมาทีละคนแล้ว เฟิ่งจิ่วเล่าเรื่องราวให้พวกเขาฟังคร่าวๆ สุดท้ายจึงค่อยกล่าวว่า “ดังนั้นจึงเป็นเช่นที่พวกเจ้าเห็นตอนนี้ ส่วนที่นี่คือที่ไหน ดูจากข้างหน้าแล้ว วเหมือนจะเป็นหุบเขาแห่งหนึ่ง”
นางพูดพลางหยิบผลไม้สองสามผลออกจากห้วงมิติแล้วโยนให้พวกเขา “รองท้องหน่อยเถอะ!”
พวกเขารับผลไม้มากิน ผลไม้วิญญาณตกถึงท้องแล้วความอบอุ่นพลันแผ่ซ่านในกายบรรเทาบาดแผลภายในของพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะมองบาดแผลที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมถามว่า “นายท่าน น เช่นนั้นตอนนี้พวกเราต้องหาหนทางกลับก่อนใช่หรือไม่”
“พวกเจ้ายังมีบาดแผลอยู่ทั่วตัว แม้จะฟื้นแล้วก็ยังต้องพักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อน! ข้าจะไปค้นหาทางกลับไปเอง” นางพูดแล้วเรียกกลืนเมฆาออกมาจากในห้วงมิติ ให้มันคุ้มครองพวกเขาอยู่ ที่นี่ ส่วนนางจากไปตามลำพัง เสาะหาหนทางอยู่รอบๆ พลางทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อม
นางเคลื่อนไปข้างหน้าพร้อมคุมกระบี่ หลังจากเหาะไปได้พักหนึ่ง ภาพมุมสูงก็สะท้อนสู่สายตา นางอดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เพราะตอนข้ามภูเขามาลูกหนึ่ง ก็พบเข้ากับเนินเขาเล็กที่ เชื่อมต่อกับหุบเขาเต็มที่ไปด้วยสมุนไพรวิญญาณนานาชนิด ทั้งยังมีคนจัดยากำลังง่วนอยู่ในสวนสมุนไพรนั้นด้วย
หากสถานที่ที่พวกเขาอยู่ก่อนหน้านี้คือหุบเขาแห่งหนึ่ง เช่นนั้นเมื่อเปรียบกับหุบเขาสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ที่นั่นนับได้ว่าเป็นแค่โพรงแห่งหนึ่งเท่านั้น
นางคิดขณะเดินไปข้างหน้า ทันใดนั้นพลันสัมผัสได้ถึงเขตแดนที่คุ้มครองหุบเขาทั้งลูกเอาไว้ แทบจะในเวลาเดียวกันนั้นเองก็มีเสียงตวาดอันน่าเกรงขามดังขึ้น “ใครกัน!”
ครั้นเสียงตวาดดังขึ้น เงาร่างสองสายพลันปรากฏตัวอยู่กลางอากาศด้านในเขตแดน ห่างจากนางไปไม่ถึงสิบหมี่
นางพิจารณาสองคนนั้นครั้งหนึ่ง อดประหลาดใจไม่ได้ ด้วยวรยุทธ์ของผู้แข็งแกร่งระดับเทพสวรรค์ของนาง จะมองระดับวรยุทธ์พลังของสองคนนี้ไม่ออกได้หรือ? และเมื่อมองปราณบนกายพวกเ เขา นางก็พบเข้ากับความเคร่งขรึมและเก็บงำ อีกทั้งดวงตาวาวโรจน์ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา
“เด็กจากที่ไหน! ไยกล้าบุกรุกหุบเขาราชาโอสถเช่นนี้!”
ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นตะโกนเสียงกร้าว แม้จะมีเขตแดนกั้นอยู่ นางก็ยังคงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งมาจากข้างใน จู่โจมมาที่นาง หากไม่ใช่เพราะในกายนางมีอานุภาพของสัตว์เ เทพโบราณ เกรงว่าคงทนรับแรงกดดันอันทรงพลังของอีกฝ่ายไม่ไหว
“ข้าน้อยเฟิ่งจิ่วไม่ได้มีเจตนาบุกรุก เพียงหลงทางและพบที่นี่เข้าโดยบังเอิญเท่านั้น ข้าไม่คิดล่วงเกินท่านทั้งสอง ขอท่านทั้งสองยกโทษให้ข้าด้วย” นางประสานมือพลางพูด ท่วงท่าถูกต ต้องตามธรรมเนียม สง่างามทว่าสบายๆ
อาจเป็นเพราะท่าทีของนางจึงทำให้สีหน้าเคร่งขรึมของทั้งสองคนคลายลงหลายส่วน พวกเขาพิจารณาหญิงงามสวมชุดสีแดงทั้งตัวตรงหน้า ดวงตาทอประกายขึ้นโดยพลัน จากนั้นจึงถามเสียงเรียบว่า า “หุบเขาราชาโอสถของพวกข้าตัดขาดจากโลกภายนอก ในรัศมีหมื่นลี้เต็มไปด้วยสถานที่อันตราย เจ้าเป็นสตรีตัวคนเดียวมาถึงที่นี่ได้อย่างไร”
“เรื่องยาวนัก แต่ข้ามาถึงที่นี่โดยบังเอิญจริงๆ” นางเอ่ยเสียงเรียบเช่นกัน มองสองคนด้วยดวงตาสุกใส กล่าวต่ออีก “ข้าไม่คิดเข้าไปในหุบเขาราชาโอสถเช่นกัน เพียงแต่อยากถามสักคำ ว่าจะเดินออกจากพื้นที่แถบนี้ได้อย่างไร”
ได้ยินดังนั้นแล้วชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นจึงตอบเสียงเย็นชา “เจ้าเห็นว่าหุบเขาราชาโอสถของพวกข้าเป็นสถานที่ที่คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไปหรือ”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ความหมายของท่านคืออยากรั้งข้าไว้ที่นี่หรือ”
“รั้งเจ้า? ฮ่าๆ เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว” ชายวัยกลางคนกล่าว แววตาคมปลาบจ้องมองเงาร่างสีแดงจ้าตานั้น น้ำเสียงเจือแววประหลาดใจ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดหลายร้อยปีมานี้ คนจากโลกภายน นอกถึงไม่รู้ถึงการมีอยู่ของหุบเขาราชาโอสถเลย”
……….
ตอนที่ 3175 น้ำลืมอดีต
“ไม่ได้บอกว่าเพราะในรัศมีหมื่นลี้เต็มไปด้วยสถานที่อันตรายหรอกหรือ ดังนั้นจึงไม่มีใครมาถึงที่นี่ และไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของหุบเขาราชาโอสถ” นางยิ้มที่มุมปาก ไม่ตกใจและไม่หวา าดกลัว มองพวกเขาอย่างไร้ซึ่งความกระวนกระวายใจ
“ฮ่าๆ นั่นเป็นเพียงเหตุผลข้อหนึ่ง” ชายวัยกลางคนหัวเราะเบาๆ ลูบเคราพลางมองเฟิ่งจิ่ว
“เช่นนั้นข้อสองเล่า” เฟิ่งจิ่วถามอย่างไว้หน้า
“ข้อสองคล้ายกับเจ้าอยู่บ้าง คนที่มาถึงที่นี่โดยบังเอิญล้วนกลายเป็นปุ๋ยดอกไม้ หรือไม่ก็กลายเป็นคนของหุบเขาราชาโอสถ กลายเป็นคนของหุบเขาราชาโอสถแล้วก็จะลืมความทรงจำในอดีต ใ ใจฝักใฝ่ต่อหุบเขาราชาโอสถเท่านั้น อยู่ที่นี่ไม่มีวันจากไปตลอดชีวิต”
เฟิ่งจิ่วได้ยินดังนั้นแล้วจึงพยักหน้า สายตามองไปทางคนจัดยาที่กำลังง่วนอยู่ในหุบเขาเหล่านั้น เห็นพวกเขาหลายคนยังหนุ่มแน่น มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีอายุมากแล้ว พวกเขาไม่ ได้ใส่ใจเรื่องของนางสักเท่าไหร่ คล้ายกับว่าเคยชินแล้วอย่างไรอย่างนั้น สนใจก็แต่ทำงานของตนเองเพียงอย่างเดียว
ตอนที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ สองคนในเขตแดนพลันโผล่ออกมา ยื่นมือจับนางเอาไว้ ดวงตาสุกสกาวของนางพลันทอประกาย เงาร่างหลบเลี่ยงสองมือของทั้งสองคนได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวก กันก็ถามขึ้นว่า “ท่านคิดจะทำอะไร”
“รูปร่างหน้าตาของเจ้าโดดเด่นนัก ความงามยิ่งไม่มีใครเทียบได้ หากเป็นปุ๋ยดอกไม้ไปคงน่าเสียดายแย่ มิสู้จับเจ้าไว้ ให้เจ้าดื่มน้ำลืมอดีตแล้วอยู่ในหุบเขาราชาโอสถดีกว่า” ชายวัยก กลางคนกล่าว จ้องมองเฟิ่งจิ่วด้วยแววตาเป็นประกาย “ช่วงนี้ราชาโอสถบอกว่าข้างกายขาดคนปรนนิบัติ หากส่งเจ้าไปให้เขา ฮ่าๆ พวกข้าต้องได้รางวัลใหญ่อย่างแน่นอน”
ได้ยินดังนั้นมุมปากของเฟิ่งจิ่วก็ยิ่งกดลึกมากกว่าเดิม ในดวงตาสดใสเกิดความเย็นชาขึ้นส่วนหนึ่ง ทั้งยังทอประกายเยือกเย็นวาดผ่านรางๆ นางมองสองคนที่พุ่งเข้ามา กล่าวพร้อมรอ อยยิ้มว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทั้งสองท่านพาข้าไปพบราชาโอสถแล้วค่อยตัดสินใจเป็นอย่างไร จำต้องรู้ว่าหญิงงามที่ไร้อารมณ์จะขาดสัญชาตญาณ ราชาโอสถต้องไม่พอใจแน่ อีกอย่างทั้งสอ องท่านแข็งแกร่งน่ากลัว ข้าเป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ ย่อมไม่รอดพ้นเงื้อมือพวกท่านอยู่แล้ว เป็นจริงเช่นนั้นหรือไม่”
“เจ้านับว่าฉลาดนัก” สองคนจ้องนาง ผ่านไปนานถึงค่อยกล่าว “เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ารู้จักหน้าที่ พวกข้าจะพาเจ้าไปด้วยตนเอง!” พูดแล้วเขาสะบัดแขนเสื้อ เขตแดนข้างหลังเปิดออกเป็นรูหน นึ่ง
“เชิญเถอะ!” สองคนมองเฟิ่งจิ่ว บ่งบอกให้นางเข้าไปเอง
ขณะมองภาพนี้ สองคนนั้นสบตากันก่อนเดินไปข้างใน หลังจากเข้าไปแล้ว เขตแดนข้างหลังก็ปิดลงเช่นกัน
เฟิ่งจิ่วที่ร่อนลงจากท้องฟ้าเดินบนทางเดินภูเขาขนาดเล็กที่ปูไว้ด้วยหินอย่างช้าๆ ด้านหลังติดตามมาด้วยคนทั้งสอง คล้ายกับกลัวว่านางจะหลบหนี แต่ตอนที่เห็นนางทั้งไม่ตกใจและไ ไม่หวาดกลัว สีหน้าราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้หลังบ้านของตนเอง ในใจของทั้งสองคนจึงเกิดความประหลาดใจขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่
พวกเขาอยู่ที่นี่มาหลายปีขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นใครเข้ามาที่นี่แล้วมีท่าทีสบายๆ เช่นนี้ เปรียบกับคนเหล่านั้นก่อนหน้านี้ ย่อมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าสตรีนางนี้แปลกประหลาดจริงๆ
“เจ้าเดินเป็นเพื่อนนางไป ข้าจะไปรายงาน” ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นเอ่ย เงาร่างวูบไหวไปข้างหน้า เพียงพริบตาเดียวก็หายไปจากปลายทางเดินบนภูเขาแล้ว ไม่เห็นแม้กระทั่งเงา
เฟิ่งจิ่วมองรอบๆ ไปพลาง ถามไปพลางว่า “หุบเขาราชาโอสถของพวกท่านมีคนอยู่เท่าไรหรือ”
ชายวัยกลางคนที่เดินตามอยู่ข้างนางชำเลืองมองเล็กน้อยก่อนตอบ “บอกเจ้าก็ไม่น่าเป็นไร คนหลอมโอสถมีสิบเก้าคน คนจัดยามีร้อยกว่าคน”