เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3210 พากลับ / ตอนที่ 3211 ไม่อยากยอมแพ้
ตอนที่ 3210 พากลับ
“ฮือๆ…”
เสียงร้องไห้ฮือๆ ดังขึ้น ทำเอาสองคนนั้นหน้าซีดเผือด ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจออกมาพร้อมกัน
“เฮ้ย! ใครน่ะ!”
ฝ่ายชายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนฝ่ายหญิงดึงเสื้อผ้าแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเช่นกัน นางหลบไปอยู่ด้านหลังบุรุษผู้นั้นแล้วจัดระเบียบเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง
“ฮือ…”
เสียงร้องไห้น่ากลัวดังมาอีกครั้ง มองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ข้างกาย แต่กลับรู้สึกได้ว่าลมหยินพัดมาพาให้ขนลุกอยู่เป็นระลอก พวกเขาสองคนร้องออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะจากที่นี่ไปด้วยความว่องไว
หวันเหยียนเชียนหวาหัวเราะเสียงเบา กวักมือเรียกวิญญาณมืดมนนั้นกลับมา นางนอนหลับบนต้นไม้ต่อ เมื่อถึงช่วงเย็นย่ำนางถึงค่อยกระโดดลงจากต้นไม้ เดินเข้าไปในป่าไผ่ เดิมคิดจะไปดูจวินเจวี๋ยซางสักหน่อย ใครเล่าจะรู้ว่าเขตแดนยังคงอยู่ ยังคงเข้าไปไม่ได้ เห็นดังนั้นแล้วก็นางหัวเราะขึ้นมา ย่างก้าวเปลี่ยนทิศทางไปยังเรือนไม้ไผ่ที่ตนเองพักอยู่แทน
ทว่าสิ่งที่ทำให้นางคิดไม่ถึงคือเช้าตรู่วันต่อมาก็มีคนมารายงานว่า
“คุณหนูหวันเหยียน คนในเผ่าของท่านมารับท่านกลับไปแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวันเหยียนเชียนหวาที่ยังคงงุนงงอยู่หลายส่วนก็เดินออกมาจากเรือนไม้ไผ่ ดวงตาคู่สวยชำเลืองมอง ก่อนถามว่า “เจ้าว่าอะไรนะ”
น่าแปลก ตอนได้ยินเสียงนี้แล้วพ่อบ้านผู้นั้นพลันเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กๆ เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย “คนในเผ่าของท่านมารับท่านกลับไปแล้ว อยู่ข้างหน้านี้เอง”
หวันเหยียนเชียนหวาหัวเราะเสียงเบา “คนในเผ่าของข้าจะมาได้อย่างไร”
“เอ่อ เพราะหัวหน้าพรรคกำชับไว้ ให้คนในเผ่าหวันเหยียนมารับคุณหนู” พ่อบ้านผู้นั้นพูดอย่างระมัดระวัง
“แล้วก็บอกพวกเขาอย่างนั้นหรือ” หวันเหยียนเชียนหวากลอกตาคู่งาม มองเรือนไม้ไผ่ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง “หัวหน้าพรรคเจ้ารู้หรือ”
“หัวหน้าพรรครู้”
ครั้นได้ยินดังนั้น นางไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทันใดนั้นนางพลันก้าวไปข้างหน้า “ไปเถอะ! พาข้าไปพบหน่อย”
“ขอรับ” พ่อบ้านผู้นั้นกล่าว รีบเชิญนางไปด้านหน้า
ตำหนักข้างด้านหน้า ชายวัยกลางคนคนหนึ่งไปจนถึงชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มชา ฝ่ายชายหนุ่มมองไปทางประตูตำหนักอยู่เรื่อยๆ คล้ายกับอยากดูว่าคนที่อยากพบจะมาหรือไม่
คนที่ต้อนรับทั้งสองคนในห้องโถงคือผู้อาวุโสคนหนึ่ง ผู้อาวุโสมองพวกเขาแล้วยิ้ม “ทั้งสองท่านไม่ต้องร้อนใจ อีกเดี๋ยวคุณหนูหวันเหยียนก็มาแล้ว นางพักอยู่ในป่ายอดเขาไม้ไผ่ ห่างจากที่นี่ค่อนข้างไกล ดื่มชาอีกสักถ้วยก็น่าจะมาถึงแล้ว”
ชายวัยกลางคนฟังจบก็วางถ้วยชาลง ประสานมือให้ผู้อาวุโสคนนั้น “ครั้งนี้ขอบคุณหัวหน้าพรรคที่ช่วยเหลือ หากไม่ใช่เพราะเชียนหวาพบกับหัวหน้าพรรคเริงรมย์เข้าพอดี เกรงว่าครั้งนี้คงยากจะพ้นเคราะห์แล้ว บุณคุณของหัวหน้าพรรคเริงรมย์นี้ พวกข้าต้องจดจำไว้ในใจอย่างแน่นอน”
“ฮ่าๆ กล่าวหนักเกินไปแล้ว”
ผู้อาวุโสหัวเราะ เรื่องของหัวหน้าพรรคกับหวันเหยียนเชียนหวานั้น แม้เขาได้ยินมาบ้างเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปมาก ด้วยเหตุนี้เขาเพียงแค่หัวเราะและไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาคิดว่าตอนนี้ต้องส่งหวันเหยียนเชียนหวากลับไปถึงจะถูกต้อง อย่างไรเสียหัวหน้าพรรคก็อยากให้นางจากไป พวกเขาย่อมไม่อาจรั้งนางไว้ได้อยู่แล้ว
กระนั้น หวันเหยียนเชียนหวาผู้นี้ไม่ใช่สตรีธรรมดา อีกทั้งไม่ใช่คนที่สนใจสายตาคนอื่นเช่นกัน ระหว่างนางกับหัวหน้าพรรคนั้น เป็นนางที่เริ่มก่อนอย่างชัดเจน กลัวแต่ว่าอยากให้นางจากไปอาจจะยากอยู่บ้าง!
ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนี้มีความสามารถพานางกลับไปจากพรรคเริงรมย์หรือไม่?
เขาวิเคราะห์อยู่ในใจ พร้อมกันนั้นก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ คำหนึ่ง อีกทั้งยังถอนใจไปด้วย ความจริงแล้วเขารู้สึกว่าหลายปีมานี้ไม่มีสตรีคนใดเข้าใกล้หัวหน้าพรรคมาก่อน หวันเหยียนเชียนหวาผู้นี้มีความโดดเด่นมากในทุกด้าน หากหัวหน้าพรรคสนใจนาง นั่นก็พูดง่ายแล้ว
……….
ตอนที่ 3211 ไม่อยากยอมแพ้
ขณะเขาคิดในใจ ไม่นานนักก็เห็นบุรุษที่มองออกไปด้านนอกตำหนักอยู่ตลอดลุกขึ้นยืนด้วยความยินดี เขาหันหน้ามองออกไปข้างนอก เห็นดังนั้นแล้วเขาก็มองไปทางประตูตำหนักเช่นเดียวกัน
“เชียนหวา”
ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า ตอนเห็นหวันเหยียนเชียนหวาเดินเข้ามาแล้วดีใจมาก เขาพิจารณานางตั้งแต่หัวจรดเท้า ถามว่า “เจ้าหายดีแล้วใช่หรือไม่ ไม่พบเจ้าตั้งนาน ข้าเป็นห่วงมากจริงๆ”
หวันเหยียนเชียนหวามองบุรุษผู้นั้นครั้งหนึ่ง พยักหน้าน้อยๆ “ขอบคุณท่านพี่ที่เป็นห่วง ข้าสบายดีมาก” นางเว้นระยะห่างกับเขาอย่างแนบเนียน ขณะเดินไปข้างในก็มองชายวัยกลางคนผู้นั้นที่นั่งอยู่
“เชียนหวาคารวะท่านอาเจ็ด” นางคารวะให้ชายวัยกลางคนพร้อมเรียก
“อืม” ชายวัยกลางคนพยักหน้าแล้วมองนาง “เห็นทีบาดแผลของเจ้าคงใกล้หายแล้ว”
หวันเหยียนเชียนหวายิ้ม “ล้วนเป็นเพราะหัวหน้าพรรคเริงรมย์ดูแลข้าเป็นอย่างดี หากไม่มีเขา บาดแผลนี้ของข้าคงไม่มีทางหายไวเช่นนี้” นางพยักหน้าให้ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ ก่อนเรียกเสียงหนึ่ง “ผู้อาวุโส”
ชายวัยกลางคนฟังแล้วกล่าวต่อ “ในเมื่อหายดีแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็ควรกลับไปแล้วเช่นกัน จะรบกวนหัวหน้าพรรคเริงรมย์อยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ ครั้งนี้พวกข้ามารับเจ้ากลับไปโดยเฉพาะ”
“ใช่แล้วเชียนหวา คนที่ตระกูลล้วนกังวลเรื่องบาดแผลของเจ้า วันนี้เจ้าหายดีแล้วก็ควรตามพวกข้ากลับไป” เสียงของชายหนุ่มหยุดลง จากนั้นก็มองไปที่ผู้อาวุโส “อย่างไรเสียที่นี่ก็คือพรรคเริงรมย์ เจ้าไม่ใช่ศิษย์ของพรรคเริงรมย์ อยู่ที่นี่นานเข้าไม่ค่อยเหมาะสมนัก”
ครั้นฟังจบ หวันเหยียนเชียนหวายิ้มขึ้น “ท่านอาเจ็ด ตอนนี้ข้าตามท่านกลับตระกูลไม่ได้แล้ว”
“เพราะเหตุใด”
ชายวัยกลางคนยังไม่ทันพูด ชายหนุ่มผู้นั้นก็เอ่ยถามขึ้นอย่างรีบร้อน “เชียนหวา ตอนพวกข้าเพิ่งเข้ามาได้ยินศิษย์ไม่น้อยพูดคุยกันเรื่องเกี่ยวกับเจ้าและหัวหน้าพรรคเริงรมย์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าขืนอยู่ที่นี่ต่อไปจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเจ้าเพียงใด”
“แค่กๆ”
ฟังถึงตรงนี้แล้ว ผู้อาวุโสที่ทำเป็นดื่มชาไม่ได้ยินพวกเขาสนทนากันมาโดยตลอดพลันกระแอมขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เขาวางถ้วยชาลงแล้วยืนขึ้น “เอ่อ พวกท่านคุยกันไปก่อนเถอะ! ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระจะกลับไปจัดการก่อน หากทุกท่านไม่รีบร้อนกลับไป วันนี้พักอยู่ที่นี่สักคืนก็ได้ เดี๋ยวข้าจะให้ศิษย์จัดหาห้องหับให้พวกท่านเอง”
ผู้อาวุโสกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เมื่อประสานมือคารวะชายวัยกลางคนผู้นั้นแล้ว เขาถึงหมุนกายจากไป อยู่ต่อไปไม่ได้จริงๆ เพราะเกรงว่าจะได้ยินอะไรที่ไม่เหมาะสมเข้า ถึงตอนนั้นเขาอยู่ที่นี่ก็มีแต่อึดอัดแล้ว
หลังจากผู้อาวุโสจากไปแล้ว ชายวัยกลางคนถึงมองหวันเหยียนเชียนหวาที่เดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาถามเสียงเรียบ “เชียนหวา เจ้าเป็นคนคิดอ่านรอบคอบเสมอ ข้ารู้เช่นกันว่าเจ้าไม่มีทางทำอะไรโดยไม่คิด เพียงแต่ครั้งนี้อยู่ที่นี่ เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
เขามองนางด้วยความเครียดเกร็งอยู่บ้าง เพราะกลัวว่าจะได้ยินสิ่งที่ไม่อยากได้ยินจากปากนาง
หวันเหยียนเชียนหวาแทบมองข้ามชายหนุ่มผู้นั้นไป นางมองไปที่ชายวัยกลางคน “ท่านอาเจ็ด หัวหน้าพรรคเริงรมย์ช่วยเหลือข้า มีพระคุณต่อข้า ข้าต้องตอบแทนบุญคุณ”
เสียงของนางหยุดลง จกานั้นก็กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังอีก “และข้าจำต้องยอมรับว่าข้ามีใจให้หัวหน้าพรรคเริงรมย์ ตลอดหลายปีมานี้ ข้าเพิ่งหวั่นไหวให้กับบุรุษคนหนึ่งเป็นครั้งแรก แม้ข้ารู้ว่าข้ากับเขามีระยะห่างระหว่างกันอยู่บ้าง ถึงขนาดต้องเผชิญกับคำวิจารณ์และความยากลำบากมากมาย แต่ข้าไม่อยากยอมแพ้”
ครั้นได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก็ทำท่าคล้ายกับถูกจู่โจมอย่างหนักก็ไม่ปาน...
……….