เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3278 สืบข่าว / ตอนที่ 3279 ประมุขเทียมฟ้า
ตอนที่ 3278 สืบข่าว
ซื่อเชวียและมู่ซินขอตัวจากไป ก่อนจะไปนั้น ซื่อเชวียยังสั่งให้คนตระกูลเซ่าช่วยทำงานอยู่ที่นี่ สังเกตสถานการณ์ทางนี้ให้มากหน่อย เมื่อได้รับคำสั่งเช่นนี้แล้ว คนตระกูลเซ่าย่อมไม่กล้าละเลย รีบตอบรับทันที
หลังจากพวกเขาไปแล้ว เฟิ่งจิ่วเดินไปรอบๆ จวนพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ มองร่องรอยที่หลงเหลือจากการต่อสู้ในคืนนั้น หลุมยักษ์บนพื้นถูกกลบจนเรียบด้วยการช่วยเหลือของคนตระกูลเซ่าแล้ว กำแพงที่โค่นลงก็ก่ออิฐขึ้นมาใหม่แล้วเช่นกัน ดอกไม้ใบหญ้าในสวนย่อมถูกปลูกใหม่ด้วย แม้ทุกอย่างล้วนกลับสู่สภาพปกติ แต่จะมากน้อยอย่างไรก็ย่อมมองเห็นร่องรอยอยู่บ้าง
“ตอนนั้นเจ้าบอกว่าที่มาของห้าวเอ๋อร์ไม่ธรรมดา เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าเด็กชายตัวน้อยอย่างเขาจะนำทางยอดฝีมือคนหนึ่งมาได้ ตัวตนของเขาไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วหยุดฝีเท้าแล้ว มองเสี่ยวห้าวเอ๋อร์ที่กำลังเล่นสนุกอยู่ในสวนดอกไม้ข้างหน้า
“ใช่! ข้าคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะไม่ธรรมดาขนาดนี้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าตัวตนของเขาคืออะไรกันแน่ เจ้าคิดว่าอย่างไร” นางมองเซวียหยวนโม่เจ๋อพลางถาม
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเงยหน้ามองท้องฟ้า “อาจเป็นบุตรชายของผู้ครองแผ่นดินนี้ก็ได้” ดึงดูดยอดฝีมือเช่นนั้นมาได้ ตัวตนของเด็กชายย่อมไม่ใช่สายเลือดของมนุษย์ในตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน กลับเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นเชื้อสายของผู้ครองแผ่นดินนี้
ฟังดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วตะลึงไปเล็กน้อย “ผู้ครองแผ่นดินนี้?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงพูดว่า “ซื่อเชวียกับมู่ซินไปสืบแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเราก็รู้เอง ตอนนี้ทำได้แค่คาดเดาเท่านั้น”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า “ก็ใช่ รอพวกเขาส่งข่าวกลับมา น่าจะรู้คนที่พวกเราต้องเผชิญหน้าเป็นใคร หรือไม่ก็รอผู้อาวุโสเหมยฟื้นขึ้นมาก่อน แล้วให้เขาเอ่ยปากพูดทุกอย่างออกมา”
“ผู้อาวุโสเหมยจะฟื้นเมื่อไหร่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “พูดยาก บาดเจ็บถึงอวัยวะตันห้ากลวงหกเป็นเรื่องหนึ่ง ตอนศีรษะเขากระแทกพื้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน แม้ข้าใช้ปราณพลังชีวิตบัวเขียวรักษาเขาแล้ว แต่ปัญหาที่ศีรษะนั้นยากจะรับมือจริงๆ”
“ท่านพ่อ ท่านแม่!”
เด็กชายมองเห็นพวกเขาสองคนจากทางนั้น จึงตะโกนเรียกอย่างเบิกบานใจ ก่อนจะก้าวขาสั้นๆ วิ่งเข้ามาหา สองมือกางออกโผเข้าใส่เฟิ่งจิ่วโดยตรง คล้ายกับไม่กังวลว่าจะหกล้มอย่างไรอย่างนั้น
เฟิ่งจิ่วเห็นเด็กชายโผเข้าหาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอ่อนโยนขึ้นมา นางนั่งยองลงกางแขนโอบรับเขาไว้ในอ้อมกอด “ห้าวเอ๋อร์เล่นจนเหนื่อยแล้วใช่หรือไม่ กินอะไรแล้วหรือยัง”
“ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์ไม่เหนื่อย” เขาพูดออกมาตามตรง ทุกพยางค์ชัดเจน เมื่อเอียงหน้าคิดแล้วก็กล่าวอีก “ท่านน้าซวงบอกว่าอีกเดี๋ยวค่อยกินข้าว”
ครั้นฟังจบ เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะเขาพลางพูดกับเหลิ่งซวง “เจ้าให้ห้องครัวเตรียมอาหารหน่อย ส่งมาที่สวนดอกไม้แห่งนี้แล้วกัน! พวกข้าจะกินข้าวที่นี่ แล้วก็ให้คนที่ห้องครัวตุ๋นโจ๊กโสมส่งไปให้พวกเหลิ่งหวาด้วย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงตอบรับ ได้ยินคำพูดของนางแล้วก็ให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ให้คนตุ๋นโจ๊กโสมบำรุงปราณดั้งเดิมหรือ? หรือว่าอาการบาดเจ็บของพวกเขาดีขึ้นมากแล้ว ทันใดนั้นนางจึงคารวะแล้วถอยไปทันที มุ่งหน้าไปยังห้องครัว
เฟิ่งจิ่วอุ้มเด็กชายด้วยมือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งจูงเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปถึงศาลาในสวนดอกไม้แล้วนั่งลง เมื่อนึกถึงเรื่องของหวันเหยียนเชียนหวาพี่สาวนางขึ้นมาได้ นางจึงกล่าวกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อสักหน่อย
“เดิมทีข้าคิดว่ากลับมาแล้วจะหาเวลาไปเยี่ยมนาง คิดไม่ถึงเลยว่าต้องมาเจอกับเรื่องนี้เข้า”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังแล้วชะงักไปเล็กน้อย “ข้าว่าเจ้าไปแล้วก็ช่วยอะไรเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้หรอก ให้พวกเขาจัดการกันเองดีกว่า”
……….
ตอนที่ 3279 ประมุขเทียมฟ้า
“ก็ได้!” นางยิ้ม “ต่อให้ตอนนี้ข้าอยากไปเยี่ยมก็แยกร่างไม่ได้อยู่ดี ให้นางจัดการเองก็แล้วกัน! เมื่อเรื่องทางนี้ราบรื่นขึ้นแล้วค่อยว่ากัน”
สองคนสนทนากันอยู่ในศาลา เย้าเด็กชายไปด้วย ไม่นานเท่าไรนักเหลิ่งซวงก็ยกอาหารเข้ามา จัดวางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วก็ถอยออกไป
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเฟิ่งจิ่วป้อนอาหารให้เด็กชายด้วยใบหน้าอ่อนโยน แววตาวูบไหวอย่างอดไม่อยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไร
เฟิ่งจิ่วป้อนโจ๊กเด็กชายปริมาณหนึ่งแล้ว จึงมองไปทางเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เห็นเขามองนางกับห้าวเอ๋อร์ออย่างเหม่อลอย นางจึงถามเขาว่า “กำลังคิดอะไรอยู่หรือ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อส่ายหน้า “ไม่ได้คิดอะไร” สิ่งที่เขาคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริงได้ในตอนนี้
ดูจากสีหน้าของเขาแล้ว เฟิ่งจิ่วใจสั่นเล็กน้อย มุมปากคลี่ยิ้ม “คิดว่าหากเป็นลูกแท้ๆ ของพวกเราสองคน คงจะน่ารักเช่นเดียวกันใช่หรือไม่”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองนางด้วยความประหลาดใจ ในแววตาปรากฏรอยยิ้ม คิดไม่ถึงว่านางเดาความคิดในใจของเขาออกด้วย ทว่าสิ่งที่เขาคิดไม่ใช่แค่ลูกที่เกิดขึ้นจากพวกเขาสองคน สิ่งที่เขาคิดยังคงมีการมอบใต้หล้าที่สงบสุขให้นางอีกด้วย
เขาหวังว่าเมื่อพวกเขาแต่งงานกันแล้ว พลังของเขาจะต้านทานสวรรค์เพื่อนางและลูกๆ ได้ เขาไม่หวังว่าหลังจากนี้ลูกของเขากับนางจะเหมือนกับห้าวเอ๋อร์ ต้องเผชิญกับความยากลำบากตั้งแต่อายุยังน้อยเท่านี้
“โม่เจ๋อ เมื่อพวกเหลิ่งหวาฟื้นกำลังกลับมาแล้ว พวกเราแต่งงานกันเถอะ!” นางยิ้มกว้างมองเขา มือข้างหนึ่งจับมือของเขาไว้ “พวกเราจัดงานแต่งเล็กๆ ที่อบอุ่นที่นี่ก็ได้ วันหน้ากลับไปแล้วค่อยจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ เจ้าคิดว่าอย่างไร”
ฟังคำพูดนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อส่ายหน้า “ไม่ได้” เขาจะทำให้นางอดสูได้อย่างไร หากแต่งงานกันแล้ว เขาต้องมอบงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ให้กับนาง งานแต่งงานที่ผู้แข็งแกร่งทั่วใต้หล้ามาเยือน ทำให้ทุกคนบนโลกล้วนอิจฉา
“งานแต่งงานของพวกเราไม่ใช่เรื่องรีบร้อน ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่โอกาสดีที่จะแต่งงาน” เขายิ้มออกมา จับมือนางไว้ “เชื่อข้า วันหน้าข้าจะจัดงานแต่งงานยิ่งใหญ่ที่ทุกคนร่วมฉลองกันถ้วนหน้าให้เจ้า”
เห็นลูกตาดำลึกล้ำอ่อนโยนของเขาที่อยู่ตรงหน้าจ้องมองนาง ให้คำมั่นกับนางเช่นนี้ ในใจเฟิ่งจิ่วเกิดความรู้สึกหอมหวานขึ้นมา รอยยิ้มบนใบหน้านางเบ่งบานยิ่งกว่าเดิมอย่างควบคุมไม่ได้ ความสุขฉายชัดไปถึงในดวงตา
“อืม ข้าเชื่อ”
คนที่นางเชื่อใจมากที่สุดบนโลกนี้ก็คือเขา
สามวันต่อมา
ซื่อเชวียและมู่ซินส่งข่าวมาด้วยตนเอง เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วพลิกอ่านข้อมูลที่พวกเขานำมาอยู่ในลานหลัก ซื่อเชวียและมู่ซินที่อยู่ข้างๆ สบตากัน จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์ ยอดฝีมือเทพระดับกลางเป็นบุคคลที่หายากยิ่ง ด้วยเหตุนี้ครั้งนี้พวกข้าจึงสืบเรื่องยอดฝีมือที่มีระดับสูงกว่าเทพระดับกลางเหล่านั้น ไม่ว่าเป็นเผ่ามารหรือผู้ฝึกวิชามาร แม้แต่ข้อมูลของสำนักสายตรงและพวกที่เร้นกายอยู่ในตระกูลใหญ่ล้วนอยู่ที่นี่แล้ว”
ซื่อเชวียกล่าวก่อนหยุดไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อ “พวกข้าสืบมาแล้วเช่นกัน ยอดฝีมือร่างแบ่งที่ปรากฏตัวในวังวนบนท้องฟ้าคืนนั้นมีสัตว์ร้ายโบราณเป็นสัตว์พันธสัญญา น่าจะเป็นประมุขเทียมฟ้าตามข้อมูล”
พูดถึงตรงนี้แล้ว บนใบหน้าของซื่อเชวียแสดงความหนักใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขามองเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ พูดเสียงขรึมว่า “พลังของประมุขเทียมฟ้าผู้นี้อยู่ในระดับราชันเทพแล้ว อีกทั้งใช้พลังที่กล้าแกร่งปกครองฟ้าดินแห่งหนึ่ง ตั้งตนเป็นประมุข เรียกได้ว่าแม้เขาอยู่บนแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ กระนั้นก็ไม่ได้อยู่บนแผ่นดินใหญ่ผืนนี้เช่นกัน”
……….