เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3302 บรรลุ / ตอนที่ 3303 หารือ
ตอนที่ 3302 บรรลุ
ได้ยินดังนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อเพียงพูดว่า “ข้าหวังดีกับเขา เขาไม่ใช่คนธรรมดา ย่อมไม่อาจเติบโตโดยไร้ความกังวลเช่นเด็กธรรมดาได้ เข้มงวดถือว่าเป็นเรื่องดีกับเขา จะได้ช่วยชีวิตเขาให้พ้นจากภัยในภายหน้าได้”
“เจ้าพูดเช่นนี้นั้นถูกต้อง เพียงแต่เด็กคนนี้ยังเด็กอยู่”
ราชาโอสถมองอย่างอาลัยอาวรณ์ ตอนเล็กๆ เด็กคนนั้นมีชีวิตชีวา แต่ตั้งแต่อายุสามขวบก็ได้รับการสอนที่เข้มงวด เขาลำบากมากเช่นกัน พวกเขาพูดอย่างไร เขาก็ทำเช่นนั้น แม้อายุยังน้อย แต่กลับมีความสามารถติดตัวแล้ว
“ลูกของข้ากับเฟิ่งจิ่ว ต่อไปขอเพียงเป็นบุตรชาย ข้าล้วนสอนเช่นนี้ อีกทั้งเข้มงวดยิ่งกว่านี้” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูดเสียงเรียบ ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองทำผิดตรงไหน
ขอเพียงให้ลูกมีพลังปกป้องตนเอง พวกเขาถึงจะวางใจได้ อันตรายที่ห้าวเอ๋อร์ต้องเจอในอนาคตมีไม่น้อย สิ่งที่เขาทำก็เพื่อเตรียมความพร้อม สอนเขาว่าควรรับมืออย่างไร
ราชาโอสถฟังแล้วหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ถามว่า “หากเป็นบุตรสาวเล่า”
ฟังราชาโอสถถามเช่นนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อพลันมีสีหน้าอ่อนลง ราวกับว่าในห้วงสมองกำลังจินตนาการว่าบุตรสาวของเขากับเฟิ่งจิ่วจะหน้าตาเป็นอย่างไร ทันใดนั้นรอยยิ้มของเขาพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า “บุตรสาวย่อมได้รับการคุ้มครองอย่างไร แน่นอนว่าต้องให้นางเรียนรู้จนมีความสามารถติดตัว อืม หากเป็นบุตรสาว ข้าจะให้นางอยู่ข้างกายข้า ประคองนางไว้ในฝ่ามือ ไม่ให้ใครมาทำร้ายนางได้”
บุตรสาวไม่เหมือนบุตรชาย บุตรสาวต้องอ่อนหวาน โดยเฉพาะบุตรสาวของเขากับเฟิ่งจิ่ว ถึงเวลาแล้วจะต้องเติบใหญ่มาน่ารักและงดงาม ในฐานะที่เขาเป็นบิดา ย่อมต้องคุ้มครองนางเป็นอย่างดี
ราชาโอสถมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่เหม่อลอยไปแล้ว เขาส่ายหน้าอย่างจนใจ ยิ้มว่า “พูดตอนนี้ยังเร็วเกินไป พวกเจ้ายังไม่ได้แต่งงานกันเลย!” พูดแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง ถามว่า “จนถึงตอนนี้เด็กคนนั้นก็ยังไม่บรรลุอีกหรือ”
“น่าจะใกล้แล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว มองไปยังถ้ำนั้น
ห้าปีนี้พวกเขาสองคนฝึกบำเพ็ญเป็นส่วนใหญ่ บรรลุขั้นพลังกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ครั้งนี้เขาบรรลุผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพก่อนนางก้าวหนึ่ง ส่วนนางเข้าฌานอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่บรรลุระดับราชันเทพเสียที
แต่นับวันดูแล้ว นางน่าจะบรรลุในช่วงนี้เช่นกัน พวกเขาอยู่ที่นี่มาห้าปีแล้ว รอเพียงนางบรรลุก็ไปจากหุบเขาราชาโอสถได้
แม้ห้าปีนี้พวกเขาจะไม่ได้ออกไปข้างนอก แต่กลับรู้เรื่องราวภายนอกดีราวกับนิ้วมือของตนเอง ตู้ฝานรายงานความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆ ข้างนอกให้พวกเขาฟังอยู่เรื่อยๆ เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงรู้ว่าตอนนี้โลกกำลังปั่นป่วน
“คนเหล่านั้นข้างกายพวกเจ้าน่าจะออกจากฌานสองสามวันนี้เช่นกัน แม้แต่ละคนจะบอกว่ามีการช่วยเหลือจากโอสถ แต่ระดับของพวกเจ้าในตอนนี้นับว่าน่ากลัวมากแล้ว” ราชาโอสถส่ายหน้า กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ในหุบเขาแห่งนี้ พวกเจ้านับว่าประหลาดนัก”
“เวลาห้าปีไม่น้อยเลย”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูด มองราชาโอสถ “พวกข้าเอาแต่อยู่ที่นี่ไม่ได้ ข้างนอกวุ่นวายแล้ว ควรออกไปแล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าระยะเวลาห้าปีนี้ ศัตรูของพวกข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเท่าไร”
ฟังดังนั้นแล้ว ราชาโอสถก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงลูบเคราเงียบๆ ระยะเวลาห้าปีเพียงพอให้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ส่วนเปลี่ยนไปอย่างไรนั้น นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขาแล้ว
เขาถอนหายใจเสียงหนึ่ง ไพล่หลังเดินออกไปข้างนอก พลางกล่าวว่า “เป็นโชคดี ไม่ใช่โชคร้าย ต่อให้เป็นโชคร้ายก็ไม่มีทางหลบพ้น! ชายชราอย่างข้าก็ต้องไปเข้าฌานเช่นกัน”
……….
ตอนที่ 3303 หารือ
เห็นราชาโอสถไปแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อยืนอยู่เงียบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าจากไปบ้าง ตอนนี้อยู่ที่นี่ รอเพียงเฟิ่งจิ่วออกจากฌานแล้ว…
เพราะการต่อสู้ของขุมกำลังต่างๆ ประมุขเทียมฟ้ามุ่งความสนใจไปที่สี่สำนักใหญ่และสี่พรรคใหญ่แล้ว เขาส่งคนไปโน้มน้าวสำนักใหญ่ทั้งหลายให้สยบยอมแก่เขา ไม่เช่นนั้นอนาคตของพวกเขาก็คือหายนะ!
ด้วยเหตุนี้เอง พวกเจ้าสำนักใหญ่ทั้งหลายล้วนรู้สึกเหมือนมีเมฆดำปกคลุมศีรษะ จิตใจมีแต่ความกังวล หลายสำนักส่งคนไปหารือกับเหล่าเจ้าสำนัก ตอนอยากขอความช่วยเหลือจากประมุขเสวียนอู่กลับรู้ข่าวหนึ่งเข้า ว่าประมุขเสวียนอู่ถูกประมุขเทียมฟ้าจัดการ ตอนนี้ดูแลตนเองยังไม่ไหวเลย
ในสำนัก ซื่อเชวียและมู่ซินสองคนที่นั่งอยู่ข้างล่างฟังเจ้าสำนักกับพวกผู้อาวุโสของสำนักใหญ่มากมายที่มารวมตัวหารือกัน ดูจากท่าทางที่พวกเขามุ่นคิ้วถอนหายใจอยู่เรื่อยๆ สองคนสบตากัน ในดวงตาปรากฏความเป็นกังวล
นั่นคือประมุขเทียมฟ้า เขาไม่ได้บำเพ็ญสิ่งชั่วร้าย ไม่ได้บำเพ็ญมาร ทว่าไม่ใช่ผู้ฝึกบำเพ็ญสายตรงเช่นกัน เขาจับตามองขุมกำลังของสำนักใหญ่ทั้งหลาย เกรงว่าหากไม่โอนอ่อนต่อเขา สำนักทั้งหมดจะต้องถูกทำลาย
ด้วยพลังของสำนักใหญ่มากมาย ต่อให้มีศิษย์อยู่ทุกหนแห่ง แต่แล้วจะทำอย่างไร แม้พวกเขามีคนมากมาย ทว่าพลังของพวกเขาไม่อาจเทียบเคียงประมุขเทียมฟ้าได้ ต้องรู้ว่าแค่เขาเพียงคนเดียวก็สามารถทำลายสำนักหนึ่งลงได้อย่างง่ายดาย
สองคนหลุบตาครุ่นคิด ลอบถอนหายใจ ‘ผ่านมาห้าปีแล้ว ตอนนี้พวกอาจารย์อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ หากพวกเขาอยู่ อาจมีหนทางก็เป็นได้’
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สองคนแอบส่ายหน้า จะไปมีหนทางได้อย่างไรกัน แม้อาจารย์ของพวกเขามีพลังที่โดดเด่น แต่เวลาห้าปีนี้ต่อให้เก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจบรรลุระดับขั้นราชันเทพที่เทียบกับประมุขเทียมฟ้าได้ พลังระดับราชันเทพไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะแบกรับได้ ต่อให้พวกเขามีสัตว์เทพโบราณอยู่ข้างกายก็ตาม
“สถานการณ์เช่นตอนนี้ พวกเจ้าคิดว่าพวกข้าควรทำอย่างไร” เจ้าสำนักคนหนึ่งถามขึ้น กวาดสายตามองทุกคน
“เฮ้อ!”
เจ้าสำนักคนหนึ่งถอนหายใจ “เดิมพวกข้าฝากความหวังไว้ที่ประมุขเสวียนอู่ ตอนนี้กลับได้ยินว่าประมุขเสวียนอู่ติดกับดัก ตอนนี้ไม่มีใครมีความสามารถประมือกับประมุขเทียมฟ้าได้แล้ว”
“ใช่! พวกเรากลัวก็แต่การปะทะกับประมุขเทียมฟ้า หากเขาไม่ปรากฏตัวก็ดีไป แต่หากเขาปรากฏตัว พวกเราล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา”
ทุกคนสนทนากัน ก่อนจะเงียบเสียงลงอีกครั้ง ไม่ว่าใครก็จนปัญญา ทว่าทันใดนั้นก็มีเจ้าสำนักคนหนึ่งกวาดสายมองทุกคน “ทุกท่าน จำคำพยากรณ์ของตาเฒ่าเทียนจีได้หรือไม่”
“เทียนจีจื่อน่ะหรือ”
พวกเขาชะงักงัน สบตากันครั้งหนึ่ง ครุ่นคิดเล็กน้อย “คำพูดที่เขาเคยพูดน่ะหรือ ผู้ที่อยู่ในคำพูดนั้นก็คือเฟิ่งจิ่ว แต่นางหายตัวไปห้าปีแล้ว ไม่มีร่องรอยเลยสักนิดตลอดห้าปีมานี้ ไม่ว่านางจะปรากฏตัวหรือไม่ เมื่อนางปรากฏตัว พวกท่านคิดว่าตลอดห้าปีมานี้พลังของนางจะแกร่งถึงระดับขั้นไหนกัน แม้จะแข็งแกร่งมาก แต่ก็อาจจะรับมือกับประมุขเทียมฟ้าไม่ไหว”
“พูดเช่นนี้ก็ไม่ผิด แต่ในเมื่อนางเป็นคนในคำพยากรณ์ เช่นนั้นก็ต้องมีความสามารถที่เหนือกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน ข้าได้ยินมาว่าศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ใกล้ออกจากฌานแล้ว”
ชายชราอีกคนหนึ่งมองทุกคนนิ่ง “จะให้พวกข้าโน้มน้าวประมุขเทียมฟ้าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็มีแต่ต้องลองดูสักตั้ง”
ทุกคนฟังดังนั้นแล้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ดี! เช่นนั้นก็หารือกันหน่อยว่าต้องทำอย่างไร!”
……….