เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3312 ถูกจู่โจม / ตอนที่ 3313 ลงมือ
ตอนที่ 3312 ถูกจู่โจม
ทันใดนั้นมีคนตีหน้าผากร้องขึ้นมา “ข้ารู้แล้ว! ข้ารู้แล้วว่านางเป็นใคร!”
ทุกคนกลอกตา มองไปยังบุรุษที่เบิกตาโพลงผู้นั้น ถามเสียงเบาว่า “ใครหรือ นางเป็นใครกัน”
“หากนางไม่ใช่ภูตหมอเฟิ่งจิ่ว ก็ต้องเป็นหวันเหยียนเชียนหวาอย่างแน่นอน! ใช่! หวันเหยียนเชียนหวาแน่ๆ!”
ทันทีที่ได้ฟัง บางคนเผยสีหน้าเข้าใจ บางคนมีสีหน้าสงสัย ทว่าตอนพวกเขามองไปทางสตรีนางนั้น กลับเห็นนางดื่มสุราของนางต่อ ราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
“เจ้ารอดชีวิตมาได้ก็ดีแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าหวันเหยียนเชียนหวาเป็นใคร นางแผดเผามารบำเพ็ญมากกว่าพันตนด้วยตัวคนเดียว เจ้ากล้าก้าวไปหาเรื่องนัก ช่างมิเสียดายชีวิตเลยจริงๆ”
เมื่อฟังจบแล้ว คนที่ไม่รู้เหล่านั้นสูดอากาศเย็นๆ เข้าปอดอย่างอดไม่ได้ แผดเผาผู้ฝึกมารมากกว่าพันด้วยตัวคนเดียว? พลังของนางแข็งแกร่งเท่าไรกัน?
บุรุษที่กระอักเลือดผู้นั้นได้ยินก็ยิ่งมีสีหน้าซีดขาว ไม่กล้าหาเรื่องแล้วเช่นกัน รีบยันโต๊ะลุกขึ้นยืน ตะเกียกตะกายลงไปยังชั้นล่าง
เห็นคนผู้นั้นจากไปแล้ว คนบนชั้นสองนั่งลง พวกเขาไม่ได้หาเรื่องนาง ย่อมไม่จำเป็นต้องจากไป อย่างไรเสียหวันเหยียนเชียนหวาก็เป็นคนของสำนักดาราครามเซียน ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่านางจะลงมือฆ่าใคร
“ได้ยินหรือไม่ ข่าวช่วงนี้แพร่ออกไปแล้ว คนจากทุกที่ล้วนไปที่สำนักดาราครามเซียน ได้ยินมาว่าหัวหน้าพรรคเริงรมย์พาคนมาเยือนด้วยตนเอง”
“ถูกต้อง สำนักทั้งหลายส่งศิษย์มากมายกลับบ้านไปในช่วงนี้ ด้วยกังวลว่าพวกประมุขเทียมฟ้าผู้นั้นจะลงมือกับศิษย์ในสำนัก แต่เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ส่งกลับไปอย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าหน่อย ยังพอเหลือต้นกล้าของสำนักไว้บ้าง”
“เฮ้อ ครั้งนี้ได้ยินว่าสำนักใหญ่หลายสำนักล้วนไม่มีความมั่นใจว่าจะต่อกรกับประมุขเทียมฟ้า แต่การต่อสู้นี้กลับหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่สู้ก็ต้องศิโรราบให้กับประมุขเทียมฟ้า เชื่อฟังคำสั่งเขา ช่วยเขาครอบครองโลกทั้งหลาย เจ้าว่าสำนักใหญ่ต่างๆ จะไปช่วยเขาอย่างไร”
“ว่ากันว่าพลังของประมุขเทียมฟ้าอยู่ในระดับราชันเทพ ลองดูในใต้หล้านี้สิ ใครเล่ามีพลังพอจะสู้กับเขาได้ สำนักใหญ่ต่างๆ เจ้าสำนัก และหัวหน้าพรรคล้วนไม่มีใครสักคนที่เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญระดับราชันเทพเลยกระมัง”
“ถูกต้อง เจ้าคิดว่าระดับราชันเทพเป็นระดับที่ใครๆ ก็บรรลุได้หรือ อย่าว่าแต่สำนักใหญ่ทั้งหลายไม่มีเลย ลองมองดูโลกทั้งหลายดู คิดจะหาสักสองสามคนก็นับเป็นเรื่องยากยิ่ง”
หวันเหยียนเชียนหวาฟังคนเหล่านั้นสนทนากัน มือที่กำลังหมุนถ้วยสุราหยุดชะงักอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สายตามองถ้วยสุราในมือ เนิ่นนานไม่ไหวติง
นางดื่มสุราอยู่ที่นี่ มองทิวทัศน์ จนกระทั่งตอนท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง นางถึงค่อยลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก เตรียมหาโรงเตี๊ยมพักผ่อนสักคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยออกจากที่นี่
ทว่าตอนนางออกจากร้านอาหาร ขณะกำลังเดินอยู่บนถนนใหญ่ในเมือง เสาะหาโรงเตี๊ยมสักแห่งนั้นเอง ทันใดนั้นจิตสังหารเยือกเย็นพลันจู่โจมมาจากข้างหลัง นางพลันหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง เห็นชายชุดดำถือกระบี่สิบกว่าคนอยู่บนถนนกำลังจู่โจมมาที่นาง
“อ๊า! หนีเร็ว!”
พวกชาวบ้านบนถนนมองสถานการณ์นี้แล้วตกใจร้องเสียงดัง พากันแยกย้ายหนีไป ไม่นานนักบนถนนใหญ่ทั้งเส้นก็ไร้ผู้คน เหลือเพียงข้าวของกระจัดกระจายที่ถูกทิ้งไว้
ชายชุดดำไม่ได้พูดอะไร เพียงตั้งท่าล้อมเข้ามาทั้งหมด แต่ละกระบวนท่าหมายเอาชีวิต
เมื่อหวันเหยียนเชียนหวาลงมือ กระบี่คมทอประกายเย็นยะเยือกปรากฏหลางฝ่ามือของนาง ชุดกระโปรงสีแดงสะบัดไหว ขยับฝีเท้าก้าวไปก้าวหนึ่ง ปราณกระบี่น่าสะพรึงกลัวก็จู่โจมออกไป จากนั้นแทงกระบี่ใส่คนที่ปะทะเข้ามา
……….
ตอนที่ 3313 ลงมือ
เงาร่างสีแดงขยับอยู่ระหว่างชายชุดดำเหล่านั้น เงาร่างของนางว่องไวมาก แวบไปแวบมาราวกับวิญญาณ ทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นคว้าน้ำเหลวไปหลายกระบวนท่า
แสงเยือกเย็นวาบผ่าน ชายชุดดำคนหนึ่งกลั้นเสียงร้องพลางล้มลง ทันใดนั้นกระบี่ยาวในมือหวันเหยียนเชียนหวาผ่าลงไป เงาร่างถอยกรูดอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางเก็บกระบี่ยาว สะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง คล้ายกับมีอะไรบางอย่างลอยออกมาจากในแขนเสื้อของนาง พุ่งเข้าใส่ชายชุดดำเหล่านั้นด้วยความเร็วอย่างยิ่งยวด
“อ้าก!”
ทันใดนั้นชายชุดดำเหล่านั้นพลันกระเสือกกระสนและส่งเสียงร้อง ต่างถือกระบี่ยาวเล็งอีกฝ่ายอย่างหมายจะฆ่าแกง เห็นได้ว่าการจู่โจมของชายชุดดำเหล่านั้นไม่ได้ดุดันเหมือนกับก่อนหน้านี้ เหมือนกับต้องการหยุดอะไรบางอย่าง ทว่ากระบี่ของพวกเขากลับเล็งไปที่สหายของตนเองในที่สุด
หวันเหยียนเชียนหวามองภาพนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย มองกลิ่นอายปราณชั่วร้ายที่ปกปิดไว้บนกายคนเหล่านั้นค่อยๆ แผ่ออกมาในขณะนี้ นางยกยิ้มอย่างเย็นชา หลังจากเห็นสิบกว่าคนนั้นล้มลงทีละคนแล้วถึงค่อยหมุนกายจากไป
ชาวบ้านและเหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญที่หลบอยู่ไกลๆ เห็นฉากนี้แล้วรู้สึกหวาดกลัวอย่างอดไม่ได้ บางคนถามด้วยความสงสัยว่า “จู่ๆ ผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายพวกนั้นฆ่ากันเองได้อย่างไร”
“เจ้าจะไปเข้าใจอะไร หวันเหยียนเชียนหวาผู้นั้นเป็นคนของตระกูลหวันเหยียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนของตระกูลหวันเหยียนถนัดอะไรเป็นที่สุด” ผู้ฝึกบำเพ็ญคนหนึ่งกล่าว ลูบแขนตนเองด้วยความหวั่นเกรง
“ถนัดอะไร” มีคนถามขึ้น
“คุมผีน่ะสิ! หากคนของตระกูลหวันเหยียนเชียนหวาไม่ได้คุมผีก็เลี้ยงผี ความสามารถอย่างการคุมผีของพวกเขาไม่ใช่ว่าใครก็เทียบเทียมได้ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าคิดว่าอยู่ดีๆ คนพวกนั้นจะฆ่ากันเองได้อย่างไร”
เมื่อได้ฟังดังนั้นแล้ว รอบข้างล้วนเงียบสนิท ไม่รู้ว่าเพราะคิดกันไปเองหรือไม่ เพียงแต่รู้สึกว่าบนถนนใหญ่นั้นสงัดเงียบ โดยเฉพาะภายใต้กลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวลนั้น ยิ่งรู้สึกน่าขนลุกขึ้นมาอย่างชัดเจน
ณ ป่าแห่งหนึ่งในยามวิกาลสองคืนหลังจากนั้น หวันเหยียนเชียนหวากำลังพักผ่อนอยู่บนต้นไม้ ในป่าที่มืดมิดน่ากลัวมีปราณหยินหนาหนัก ทว่าสัตว์ชั่วร้ายเหล่านั้นกลับไม่กล้าเข้าใกล้นางในรัศมีสิบหมี่
กลางคืนเงียบนัก ด้วยเหตุนี้ต่อให้เป็นเสียงฝีเท้าหรือเสียงสนทนาจากที่ไกลๆ นางก็ยังคงได้ยินอย่างชัดเจน เพียงแต่ความง่วงเข้าจู่โจม นางไม่ได้สนใจอะไรมากและผล็อยหลับไป จนกระทั่งค่อนคืนหลังนางถูกเสียงดาบกระบี่ปะทะกันปลุกให้ตื่น
เมื่อลืมตาขึ้น นางจ้องสถานที่หนึ่งในป่าด้วยสีหน้าไม่น่ามองอยู่บ้าง เพราะกำลังหลับสนิทแท้ๆ แต่ถูกปลุกให้ตื่นเสียอย่างนั้น ขณะที่ในใจรุ่มร้อนด้วยไฟโทสะ กลิ่นอายบนกายนางก็เย็นเยือกขึ้นมาสามส่วน
เงาร่างสีแดงพุ่งไปยังสถานที่ที่เสียงดังมา ผ่านป่าไปราวกับวิญญาณ ไม่ต่างอะไรจากเงาสีแดงลอยล่องอยู่กลางป่าในเวลากลางคืน มองไกลๆ แล้วน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
ตอนหวันเหยียนเชียนหวาไปถึงตรงนั้น ตอนมองเห็นคนที่ต่อสู้กันอยู่ข้างหน้า แววตาของนางวูบไหวอยู่บ้างอย่างอดไม่อยู่ คนของพรรคเริงรมย์หรือนี่ หัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะ ด้วยเห็นศิษย์พรรคเริงรมย์ที่ได้รับบาดเจ็บและเหนื่อยล้าหลายคนถูกมารบำเพ็ญล้อมจู่โจม ครั้นมารบำเพ็ญตนหนึ่งยกมือขึ้นจะฟาดไปที่ศิษย์ของพรรคเริงรมย์คนหนึ่ง นางก็พุ่งตัวไปข้างหน้าโดยที่ไม่คิดอะไรแม้สักนิด ขณะที่ดันร่างศิษย์ผู้นั้นออกไป มือหนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยปราณพลังวิญญาณก็ปะทะเข้ากับมารบำเพ็ญตนนั้น
ตึง!
สองฝ่ามือกระทบกัน ส่งเสียงดังลั่นออกมา กระแสปราณที่ยิ่งใหญ่แผ่ออกมาจากระหว่างพวกเขาสองคน หวันเหยียนเชียนหวายืนอย่างมั่นคง ไม่ขยับแม้สักนิดเดียว ทว่ามารบำเพ็ญตนนั้นกลับกระเด็นหวือออกไปเพราะถูกกระแสปราณสายนั้น ก่อนจะตกลงบนพื้นอย่างแรง
……….