เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3350 เป็นนาง / ตอนที่ 3351 ระยะทาง
ตอนที่ 3350 เป็นนาง
เฟิ่งจิ่วที่เตรียมออกไปข้างนอกได้ยินเสียงของเหลิ่งหวาก็พลันหยุดฝีเท้า หันกลับไปมองครั้งหนึ่ง “อืม ข้าจะออกไปข้างนอกหน่อย หากโม่เจ๋อถามก็บอกเขาว่าข้าจะกลับมาตอนกลางคืน”
“ขอรับ” เหลิ่งหวาตอบรับทว่ายังไม่ได้เดินจากไป เห็นนางหันกายเดินไปแล้วถึงเดินเข้าไปข้างใน เขาพบเหลิ่งซวงกับฉินซินสองคนเดินมาด้วยกันจึงเดินไปหา
“ท่านพี่” เหลิ่งหวาเรียกเสียงหนึ่ง
“อืม มีอะไรหรือ” เหลิ่งซวงมองเขา
“วันนี้มีเพียงหลัวอวี่ที่คอยคุ้มครองห้าวเอ๋อร์อยู่ข้างนอก เดิมทีคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่เขาออกไปจนตอนนี้แล้วก็ยังไม่กลับมา ข้ากำลังคิดว่าคืนนี้ท่านต้องไปดูห้าวเอ๋อร์หน่อยหรือไม่”
เหลิ่งซวงฟังแล้วพยักหน้า “ดี” ห้าวเอ๋อร์อยู่ข้างนอก นางเป็นห่วงอยู่บ้างเหมือนกัน ไม่รู้ว่าตกกลางคืนแล้วเขาจะกลัวหรือไม่
เหลิ่งหวายิ้มออกมา บอกกที่อยู่ของหลัวอวี่ให้นางรู้ หลังจากเห็นนางไปแล้วเขาจึงค่อยมองที่ฉินซิน “คุณหนูหวันเหยียนหลับแล้วหรือ”
ฉินซินคิดก่อนกล่าว “นางเมาแล้ว นายหญิงบอกให้นางพักผ่อน อย่าไปรบกวน”
“อืม เช่นนั้นเจ้าไปสั่งข้ารับใช้ว่าอย่ากวนนางพักผ่อน” พูดแล้วเสียงของเขาก็เบาลงหลายส่วน “จับตามองทางผู้อาวุโสเหมยหน่อย ทางห้องยามด้วย นายหญิงบอกว่าประมุขเสวียนอู่น่าจะมาเยือนช่วงนี้”
“ได้” ฉินซินรับปาก ผ่านไปครู่หนึ่งทั้งคู่จึงค่อยจากไป
ยามดึกสงัด ในสำนักดาราครามเซียน เรือนห่างไกลบนยอดเขาแห่งหนึ่งยังคงจุดตะเกียงสว่างจ้า จวินเจวี๋ยซางที่สวมชุดคลุมสีขาวนั่งอยู่ในเรือน มือถือตำรา ดวงตาจ้องมองตำรา ทว่าหัวใจกลับลอยไปอยู่ที่ใดก็ไม่อาจรู้
เฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงร่อนลงบนต้นไม้กลางลานอย่างเงียบๆ นางที่เก็บกลิ่นอายไม่ต่างอะไรจากลมยามค่ำคืน ไม่ส่งเสียงใดแม้แต่น้อย ย่อมไม่ดึงดูดความสนใจจวินเจวี่ยซางที่กำลังใจลอยเช่นกัน
นางมองลอดหน้าต่างเห็นบุรุษคนนั้นกำลังนั่งอ่านตำรา ตอนมองเห็นเขา จำต้องพูดว่านางตะลึงไปเล็กน้อย คนอายุหลายร้อยปีกลับเหมือนบุรุษวัยสามสิบกว่า สุขุมและเยือกเย็น กลิ่นอายบนกายเขาแตกต่างกับคนที่นางพบทั่วไปอยู่บ้าง
เพียงแค่มองใบหน้าด้านข้างและท่าทางนั้น จำต้องพูดว่าดวงตาของพี่สาวนางเฉียบแหลมจริงๆ บุรุษเช่นนี้มีเอกลักษณ์นัก น่าสนใจมากเช่นกัน แต่สำหรับนางแล้วยังเทียบกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้
จวินเจวี๋ยซางที่กำลังอ่านตำราอย่างใจลอยอยู่นั้นพลันรู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่ แม้เขาสัมผัสถึงกลิ่นอายของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ตอนนี้รู้สึกถึงสายตาของอีกฝ่ายได้แล้ว
ด้วยเหตุนี้เขาที่เดิมทีกำลังอ่านตำราอยู่ก็ยื่นมือยกจอกชาขึ้น หลังจากจิบน้ำชาคำหนึ่งแล้ว ทันใดนั้นจอกชาในมือพลันลอยไปทางหน้าต่างด้วยแรงมหาศาลราวกับอาวุธลับอย่างหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังต้นไม้ที่อยู่ข้างนอก
ฟึบ!
จอกชาลอยไปจนเกิดกระแสปราณ เฟิ่งจิ่วที่กำลังจ้องมองจวินเจวี๋ยซางพลันเห็นจอกชาลอยมา นางเลิกคิ้วอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่ยกมือก็เบี่ยงกายเล็กน้อย ครั้นทำลายพลังบนจอกชาไปแล้ว นางจึงค่อยยื่นมือไปรับจอกชาไว้
วินาทีที่จวินเจวี๋ยซางใช้จอกชาจู่โจม หัวใจของเขาพลันวูบไหว เพราะเขามองเห็นชายชุดสีแดงของคนซึ่งซ่อนอยู่บนต้นไม้ เพียงเห็นชายชุดสีแดง เขาก็คิดถึงหวันเหยียนเชียนหวาขึ้นมาเป็นคนแรก
เป็นนางมาหรือ?
……….
ตอนที่ 3351 ระยะทาง
ทว่าทันทีที่เงาร่างนั้นกระโดดลงจากต้นไม้ ยามที่ร่างนั้นสะท้อนสู่สายตาเขา ในดวงตาเขาก็พลันมืดมนลงอีกครั้ง
ไม่ใช่นาง
เฟิ่งจิ่วถือจอกชาไว้ในมือพลางหมุนเล่นเบาๆ หลังนางเห็นจวินเจวี๋ยซางที่เห็นนางแล้วหลุบตาลงอย่างเชื่องช้า นางพลันแย้มยิ้มขึ้น ก่อนถือจอกชาเดินนวยนาดเข้าไปข้างใน
เฟิ่งจิ่ว?
จวินเจวี๋ยซางมองสตรีที่เดินเข้ามา ถามด้วยสีหน้าสงสัยทันที แม้ถามออกไป แต่สีหน้าเขากลับมั่นใจขึ้นมาแล้ว เห็นได้ชัดว่าถึงไม่เคยพบเฟิ่งจิ่วก็คงเดาฐานะของคนตรงหน้าออก
“ข้าเอง”
เฟิ่งจิ่วยิ้มออกมาก่อนพยักหน้าตอบรับ พลางเดินไปข้างหน้าอย่างสบายๆ แล้วนั่งลงด้านข้าง วางจอกชากลับลงบนโต๊ะ “ได้ยินมานานแล้วว่าหัวหน้าพรรคเริงรมย์จวินเจวี๋ยซางไม่เหมือนใคร วันนี้ได้พบแล้ว สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ”
“มาพบข้ายามวิกาลมีเรื่องอะไร” จวินเจวี๋ยซางถาม วางตำราในมือลง ขณะเดียวกันก็พิจารณาสตรีตรงหน้าอย่างเงียบๆ
ชื่อภูตหมอเฟิ่งจิ่วแทบขจรไกลไปทั่วใต้หล้า เพียงแต่ในอดีตเขากับนางไม่มีไมตรีต่อกัน ด้วยเหตุนี้เขาจึงรู้สึกประหลาดใจกับการมาเยือนในยามค่ำคืนของนางอยู่บ้าง
เฟิ่งจิวหยิบจอกชามาแล้วเทน้ำดื่ม “ไม่มีธุระอะไร แค่ได้ยินมาว่าเจ้าอยู่ที่นี่จึงอยากมาดูหน่อย” พูดแล้วนางก็เล่นจอกชาในมือ ยิ้มพลางกล่าวว่า “หัวหน้าพรรครู้หรือไม่ว่าข้ากับหวันเหยียนเชียนหวาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน”
ครั้นฟังดังนั้น แววตาของจวินเจวี๋ยซางก็วูบไหวเล็กน้อย เขาหลุบตาลง ไม่ได้เอ่ยอะไร
“ข้าไม่ชอบพูดอ้อมค้อม ขอพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน” นางมองเขา “พี่สาวข้าดวงตาเฉียบแหลม ทั่วไปแล้วไม่ว่าจะเป็นวีรบุรุษคนไหนก็ทำให้นางหวั่นไหวไม่ได้ ข้าจึงสงสัยมาโดยตลอดว่าคนที่นางจะชอบพอในอนาคตจะเป็นคนอย่างไร คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคเช่นนี้”
“นางให้เจ้ามาหรือ” จวินเจวี๋ยซางถาม
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วหัวเราะออกมา ชำเลืองมองเขาครั้งหนึ่งด้วย “ห้าปีก่อนพี่สาวข้าพูดถึงเจ้าให้ข้าฟัง ตอนพวกเราพบกันใหม่ในอีกห้าปีให้หลัง พอข้าถามถึงเจ้า พี่สาวข้ากลับบอกว่าพวกเจ้าไม่มีความสัมพันธ์กันอะไรตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว”
“ดังนั้นพอข้าได้ยินว่าหัวหน้าพรรคอยู่ที่นี่ ถึงได้คิดหาเวลาว่างมาดูสักหน่อย ว่าบุรุษที่ทำให้พี่สาวข้าชอบพอได้เป็นคนอย่างไร แต่ตอนนี้พบแล้วก็คิดว่าไม่เท่าไรนัก”
เสียงไม่ยี่หระของนางเจือแววหยอกเย้าอยู่หลายส่วน ทีแรกนางเพียงคิดจะมาดูว่าจวินเจวี๋ยซางผู้นี้เป็นคนอย่างไร คิดอะไรกับพี่สาวนางบ้างหรือไม่ แต่ตอนได้ยินเขาถามเช่นนั้น นางก็ลอบสลัดความคิดทิ้งไป
เห็นทีคนคนนี้จะไม่ใส่ใจพี่สาวนางเลย ไม่เช่นนั้นจะถามออกมาอย่างนั้นได้อย่างไร คนหยิ่งทะนงอย่างหวันเหยียนเชียนหวาจะเอ่ยปากให้นางมาหรือ
แต่จากการสังเกตของนางตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงตอนนี้ กลับรู้สึกว่าในใจเขาใช่ว่าไม่มีพี่สาวนางโดยสิ้นเชิง คาดว่าเขาเองก็ไม่สังเกตเห็นว่าความรู้สึกของตนเองไม่เหมือนเดิมกระมัง
ก็ใช่ บุรุษชราที่รู้จักเพียงการฝึกบำเพ็ญ หากอยากให้เขาพูดหรือยอมรับว่ามีใจให้หวันเหยียนเชียนหวา เช่นนั้นไม่ง่ายเลยจริงๆ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่อายุของทั้งสองก็ไม่ต่างอะไรกับมีภูเขาหนักอึ้งคั่นอยู่ตรงกลางแล้ว
หากทั้งสองคนไม่มีใจข้ามภูเขาลูกนั้น พยายามอยู่ฝ่ายเดียวแล้วจะเดินไปด้วยกันได้อย่างไร
……….