เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3352 พบกันยามค่ำคืน / ตอนที่ 3353 ดาวหายนะหญิง
ตอนที่ 3352 พบกันยามค่ำคืน
“ดึกมากแล้ว ภูตหมอควรกลับได้แล้ว” จวินเจวี๋ยซางเอ่ยนิ่งๆ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่ว สีหน้าเรียบนิ่งดังเดิม
เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางเหลือบมองเขา “อืม ข้าจะกลับไปแล้ว แค่สงสัยเลยมาดูเท่านั้น” นางลุกขึ้นยืน สะบัดชุดคลุมเบาๆ แล้วก้าวเท้าเดินออกไป แต่ตอนเดินถึงข้างประตู นางชะงักฝีเท้าก่อนจะหันกลับไปมองจวินเจวี๋ยซางครั้งหนึ่ง
“อ้อ จริงสิ ข้าเห็นว่าหัวหน้าพรรคเหมือนกับไม่ค่อยสบาย น่าจะพบมารเข้าแทรกกระมัง ของอย่างมารเข้าแทรก ยิ่งกำจัดไปได้เร็วเท่าไรยิ่งดี หากเอาแต่หลบหนีก็มีแต่ยากจะควบคุมจิตมารมากขึ้นเรื่อยๆ”
สิ้นเสียงนั้นแล้วนางก็เขย่งปลายเท้า เงาร่างสีแดงหายไปท่ามกลางยามค่ำคืน…
เห็นนางจากไปเช่นนั้น แววตาของจวินเจวี๋ยซางหม่นลงหลายส่วน เขายื่นมือลูบหน้าอกตนเอง ในดวงตาปรากฏความรู้สึกซับซ้อนและดิ้นรน
ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน ตรงนี้ไม่อาจสงบลงได้ เขาที่เดิมทีนอนไม่หลับยิ่งไม่อาจหลับลงได้มากขึ้นทุกที เขารู้ว่าจิตมารของเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่อาจมองข้ามได้อีกแล้ว…
อีกด้านหนึ่ง หลังจากเฟิ่งจิ่วออกจากที่พักของจวินเจวี๋ยซางแล้ว ซื่อเชวียและมู่ซินสองคนที่รออยู่ข้างนอกเห็นนางออกมาถึงเดินเข้าไปหา
“อาจารย์ ดึกมากขนาดนี้แล้ว คืนนี้พักที่สำนักเป็นอย่างไร! ถ้ำของอาจารย์มีคนคอยทำความสะอาดตลอด เข้าพักได้ทุกเมื่อ” ซื่อเชวียเอ่ยปาก เพราะดึกขนาดนี้แล้ว แม้บอกว่าพลังของนางสูงล้ำ แต่พวกเขายังคงรู้สึกว่าหากพักที่สำนักสักคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยลงเขาก็ยังไม่สาย มีเพียงทำเช่นนี้พวกเขาถึงจะไม่ต้องกังวลใจว่านางจะกลับเมืองสี่ทิศตามลำพังแล้ว
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ข้าบอกกับพวกเขาว่าจะกลับไปตอนกลางคืนจึงไม่สะดวกพักที่นี่ คนที่บ้านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงด้วย” นางมองสองคนนั้น “พวกเจ้าก็กลับไปเถอะ! ไม่ต้องส่งข้า ข้าออกไปเองได้”
นางพูดพร้อมรอยยิ้ม “วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางเจออันตราย ต่อให้มีอะไร ก็เป็นอันตรายต่างหากที่เจอข้า”
เห็นดังนั้นแล้วซื่อเชวียกับมู่ซินสบตากัน “ในเมื่ออาจารย์พูดเช่นนี้ พวกข้าขอส่งอาจารย์ออกจากสำนักก็แล้วกัน!”
“พวกเจ้าส่งข้า คาดว่าพรุ่งนี้คนทั้งสำนักล้วนรู้ว่าข้ามาตอนกลางคืน อาจเกิดเรื่องอะไรก็ได้” นางยิ้มก่อนโบกมือ “เอาล่ะ กลับไปเถอะ!” กล่าวจบแล้วเงาร่างของนางพลันวูบไหว ก่อนหายเข้าไปในความมืด
หลังเงาร่างของนางก็หายไปในความมืดแล้ว ซื่อเชวียก็ถอนใจออกมา “อาจารย์ไปมามาอย่างไร้ร่องรอยจริงๆ ในใต้หล้านี้ คนที่ประมือกับนางได้คงมีอยู่ไม่กี่คน”
“ใช่! อาจารย์ทั้งสองล้วนแข็งแกร่งมาก หากไม่ใช่เพราะพ่ายแพ้ในปีนั้น ตอนนี้พวกเราคงไม่อาจเฉียดเข้าใกล้นางได้ ยิ่งไม่มีทางมีพวกเราในวันนี้” มู่ซินถอนใจเช่นกัน เพียงรู้สึกว่าหลายครั้งการตัดสินใจในพริบตาเดียวก็เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตได้เลย
สองคนยืนอยู่ครู่หนึ่งค่อยจากไป
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่ออกจากสำนักแล้วเหาะเหินกลางความมืด เงาร่างสีแดงผ่านเมืองสี่ทิศที่มืดมนราวกับผีตนหนึ่ง
ทว่าตอนนางออกจากอาณาเขตของสำนัก กลับสังเกตเห็นเงาร่างหลายสายผ่านป่าไปอย่างว่องไวโดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นอายนั้นคือมารบำเพ็ญ!
ครั้นสัมผัสถึงกลิ่นอายของมารบำเพ็ญ นางเลิกคิ้วขึ้น ประหลาดใจอยู่บ้าง มารบำเพ็ญเงียบหายไปหลายปี ไยจู่ๆ จึงปรากฏตัวขึ้นเล่า อีกทั้งอยู่ในอาณาเขตของสำนักอีกด้วย หรือกำลังเตรียมแผนการชั่วร้ายบางอย่างอยู่?
……….
ตอนที่ 3353 ดาวหายนะหญิง
เงาร่างนางวูบวาบ เก็บกลิ่นอายทั่วร่างแล้วตามคนเหล่านั้นไป หลังจากที่คนเหล่านั้นเดินทางตลอดทั้งคืน กลับคิดไม่ถึงเลยว่าการเดินทางครั้งนี้กลับมีคนตามพวกเขากลับมายังอาณาเขตหลังเขาของสำนักแล้ว
เห็นมารบำเพ็ญเหล่านั้นเข้าไปในอาณาเขตหลังเขาของสำนัก นางพลันเลิกหัวคิ้วขึ้นเล็กน้อย ภายในอาณาเขตของสำนักล้วนวางค่ายกลและเขตอาคมเอาไว้ แล้วมารบำเพ็ญเหล่านั้นเข้ามาในอาณาเขตหลังเขาของสำนักโดยไม่มีใครเห็นได้อย่างไร?
หรือจะมีคนในคอยช่วย?
นางตามไปดูใกล้ๆ กลับเห็นมารบำเพ็ญเหล่านั้นกำลังตั้งเขตอาคม เมื่อมีคนเข้าใกล้ เขตอาคมนี้จะส่งสัญญาณเตือน ทำให้มารบำเพ็ญหนีไปได้รวดเร็วที่สุด
ข้างหน้ามืดไปหมด กระนั้นดวงตานางยังคงทอประกาย หากนางไม่ใช่ผู้ฝึกบำเพ็ญ นางคงมองไม่ออกว่ามีเขตอาคมท่ามกลางความมืดอยู่ที่นี่ ความปั่นป่วนของพลังมารชั้นนั้น ไม่จำเป็นต้องสัมผัสก็รู้สึกได้เช่นกัน
แรงที่ฝ่ามือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ปราณวิญญาณสายหนึ่งเอ่อท้น นางยกมือโบกครั้งหนึ่ง พลังวิญญาณที่ฝ่ามือก็ทำลายเขตอาคมตรงหน้าลงอย่างไร้สุ้มเสียง ครั้นเขตอาคมสลายไป พลังมารมืดมิดกลางอากาศก็หายไปด้วย นางยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะสาวเท้าเดินไปข้างหน้า
เขตอาคมที่ตั้งไว้ถูกทำลาย มารบำเพ็ญคนอื่นๆ ล้วนไม่สังเกตเห็น ตอนนี้คนสามสิบคนล้อมหารือกัน ทว่ามารบำเพ็ญสองคนที่เป็นหัวหน้าเดิมทีกำลังพูดคุยกันอยู่ แต่จู่ๆ ก็กลับหยุดพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
พวกเขาสบตากันครั้งหนึ่ง หนึ่งในนั้นถามขึ้น “เจ้ารู้สึกหรือไม่ เหตุใดข้ารู้สึกว่าเขตอาคมคล้ายกับหายไปแล้ว”
“เจ้าก็รู้สึกหรือ เช่นนั้นก็ไม่ใช่ข้าคิดไปเองแล้ว” มารบำเพ็ญอีกคนหนึ่งพูดขึ้นเช่นกัน สีหน้าเคร่งขรึม “จะเป็นใครที่ทำลายเขตอาคมได้อย่างเงียบเชียบเช่นนี้”
ฟังวาจาของทั้งสองคนแล้ว มารบำเพ็ญคนอื่นมองหน้ากัน มีคนถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ”
ตอนนี้สองคนที่เป็นหัวหน้าสงบจิตใจลง ก่อนสั่งว่า “พวกเจ้าสองคนไปดูข้างนอกหน่อย ส่วนคนอื่นระวังตัวให้ดี!”
“ไม่ต้องหรอก ข้ามาแล้ว”
เสียงอ่อนนุ่มสายหนึ่งดังมาจากความมืด แทบจะพร้อมกับตอนที่ได้ยินเสียงนี้ หัวใจของหัวหน้ามารบำเพ็ญสองคนพลันสั่นสะท้าน หันมองตรงที่มาของเสียงอย่างรวดเร็ว
ด้วยระดับพลังของพวกเขา กลับไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบ! นอกจากนี้ฟังจากเสียงแล้ว ผู้มาเยือนคล้ายกับเป็นสตรีคนหนึ่ง? เป็นอาจารย์หญิงของสำนักดาราครามเซียนหรือ?
ทว่าตอนคนคนนั้นเดินออกมามาจากความมืด กลับทำให้เหล่ามารบำเพ็ญหน้าเปลี่ยนสี แม้แต่เสียงพูดก็สั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุม
“ฟะ…เฟิ่งจิ่ว!”
คนตรงหน้าสวมชุดสีแดงทั้งตัว ใบหน้างดงามยิ่งยวดทว่าเย็นชา มุมปากซ่อนรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี ไม่ใช่ดาวหายนะหญิงเฟิ่งจิ่วผู้นั้นแล้วจะเป็นใคร?
แทบจะพร้อมกับที่มองเห็นเฟิ่งจิ่ว มารบำเพ็ญสามสิบคนถอยหลังพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขารู้ว่าพลังของเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วสองคนไม่เหมือนในอดีต โดยเฉพาะเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ท้ารบกับประมุขเทียมฟ้าที่เขาสูงสุด วันนี้พวกเขากลับพบดาวหายนะหญิงเฟิ่งจิ่วที่นี่ ในใจพลันบังเกิดความคิดที่ว่าต้องตายแน่แล้ว
ที่นี่คือหลังเขาของสำนักดาราครามเซียน นางไม่อยู่ที่เมืองสี่ทิศ กลับมาทำอะไรที่นี่ตอนกลางค่ำกลางคืน หรือนางรู้แผนการของพวกเขา?
เฟิ่งจิ่วกวาดสายตามองด้วยดวงตาสดใส แววตากวาดผ่านมารบำเพ็ญเหล่านั้นแล้วหัวเราะเสียงเบา “ข้าไม่ได้พบมารบำเพ็ญมานานแล้ว พูดเถอะ! พวกเจ้ารวมกลุ่มกันทำอะไรตอนดึกๆ ดื่นๆ”
เห็นเงาร่างเหล่านั้นถอยหลังก้าวแล้วก้าวเล่า นางชำเลืองคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มดังเดิม “อย่าคิดหนี ข้าพบพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าอยากหนีก็ทำไม่ได้แล้ว”
……….