เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3354 การสำรวจตอนกลางคืน / ตอนที่ 3355 โม่เฉินออกฌาน
ตอนที่ 3354 การสำรวจตอนกลางคืน
“ไป!”
ครั้นได้ยินนางพูด ทุกคนพลันใจสั่นขึ้นมา โดยเฉพาะหัวหน้ามารบำเพ็ญทั้งสองคน พวกเขาสะบัดของบางอย่างออกจากแขนเสื้ออย่างไม่เสียเวลาคิด ของสิ่งนั้นตกลงบนพื้นแล้วส่งเสียงดังสนั่น ขณะที่ควันดำตลบอบอวล เหล่ามารบำเพ็ญถือโอกาสนี้แยกย้ายกันหนีไปอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งจิ่วมุ่นคิ้ว สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่งให้หมอกควันตรงหน้าซ่านสลาย พร้อมกันนั้นนางก็แผ่ความกดดันออกไป เข็มเงินลอยออกไปจากมือ แทงถูกมารบำเพ็ญที่กำลังหลบหนี
มารบำเพ็ญที่หลบหนีช้าถูกเข็มเงินแทงก่อนล้มลงบนพื้น มีเพียงหัวหน้ามารบำเพ็ญสองคนที่พยายามหนีและซ่อนตัวจากเคราะห์ร้ายนี้อย่างสุดชีวิต แต่เพราะเสียงดังสนั่นทำให้คนในสำนักรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น มีอาจารย์พาศิษย์เร่งมาตรวจดูที่หลังเขา ตอนพวกเขารีบตามเสียงมาถึงกับต้องตกตะลึงอย่างอดไม่ได้
“ภูตหมอ?” อาจารย์คนนั้นจำเฟิ่งจิ่วได้ ก่อนจะมองมารบำเพ็ญยี่สิบกว่าคนที่ล้มอยู่บนพื้น เขารีบก้าวขึ้นไปถาม “ภูตหมอ นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เหตุใดหลังเขาของสำนักมีมารบำเพ็ญลอบเข้ามาได้?
เฟิ่งจิ่วมองผู้มาเยือนครั้งหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตามองมารบำเพ็ญที่อยู่บนพื้น “ข้าผ่านมาพอดี เห็นมารบำเพ็ญหลายคนยืนทำอะไรสักอย่างอยู่ในอาณาเขตสำนักจึงตามมาดูสักหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะมีคนซ่อนอยู่ที่นี่หลายสิบคน คนที่เหลือกินยาพิษฆ่าตัวตายหมดแล้ว ส่วนสองคนนี้ข้าจับไว้แล้ว พวกเจ้าพากลับไปไต่สวนเถอะ!” นางเตะมารบำเพ็ญสองคนใต้เท้าพลางบอก
“ได้ ขอบคุณภูตหมอกมาก” อาจารย์คนนั้นฟังแล้วรีบขอบคุณ สั่งศิษย์ข้างหลังให้คุมตัวมารบำเพ็ญที่ยังมีชีวิตอยู่สองคนกลับไป ทว่าตอนเขาหมุนกายเตรียมจะกล่าวอะไรกับเฟิ่งจิ่ว กลับเห็นเงาร่างสีแดงที่เมื่อครู่ยังยืนอยู่หายไปไม่เห็นแล้ว
“อาจารย์ นาง…นางไปแล้ว” ศิษย์คนหนึ่งพูดเสียงเบา
“อืม จัดการศพด้วย แล้วค่อยกลับไปรายงานสำนัก” อาจารย์คนนั้นเอ่ย หลังจากจัดการศพพวกเขาเรียบร้อยตรวจสอบโดยรอบอีกครั้ง จึงค่อยกลับไปที่สำนัก
เฟิ่งจิ่วที่มุ่งหน้าเข้าเมืองเหยียบเมฆเหาะไป หลังจากเข้าเมืองอย่างเงียบๆ ก็ไม่ได้ไปที่จวนทันที ทว่าไปยังสลัมที่หวันเหยียนเชียนหวาเล่าให้นางฟังในวันนี้
ทั้งวันนี้นางคิดถึงเจ้าตัวเล็กจริงๆ ไม่รู้ว่าคืนแรกที่อยู่ข้างนอกเช่นนี้ เขาจะนอนหลับสนิทหรือไม่
นางแผ่จิตรับรู้ออกไป ไม่นานก็พบที่อยู่ของหลัวอวี่ นางมาถึงบนต้นไม้ที่เขาอยู่ เห็นเหลิ่งซวงอยู่ที่นี่เช่นกันก็อดยิ้มไม่ได้ “เหลิ่งซวงมาได้อย่างไร คิดถึงห้าวเอ๋อร์หรือ”
“นายหญิง” สองคนเห็นนางก็รีบคารวะ เรียกเสียงหนึ่ง
“เห็นว่าหลัวอวี่ยังไม่กลับมา ข้าจึงมาดูสักหน่อย” เหลิ่งซวงกล่าว
“นายหญิง ดึกมากแล้ว เหตุใดท่านยังไม่พักผ่อนอีก!” หลัวอวี่มองนาง คิดไม่ถึงว่านางจะมาที่นี่ดึกดื่นป่านนี้ คงเป็นห่วงห้าวเอ๋อร์กระมัง
“ข้าไปที่สำนักเพิ่งกลับมา อยากมาดูห้าวเอ๋อร์สักหน่อยค่อยกลับไป” เฟิ่งจิ่วมองบ้านหลังนั้น ถามสถานการณ์ของห้าวเอ๋อร์กับทั้งสองคน หลังจากฟังพวกเขาเล่าเรื่องของห้าวเอ๋อร์แล้ว นางยิ้มพลางกล่าวว่า “เหลิ่งซวง ตามข้าเข้าไปดูหน่อย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงตอบรับ เหาะตามนางเข้าไปในบ้านหลังนั้น
“นายหญิง ขอทานเด็กพวกนั้นอยู่ที่โรงนอนทางนั้น ส่วนห้าวเอ๋อร์หลับอยู่ที่นี่” เหลิ่งซวงพูดเสียงเบาขณะพานางเข้าไป
ตอนมาถึงบ้านหลังนี้ เฟิ่งจิ่วได้ยินเสียงลมหายใจนิ่งสงบ นางยิ้มออกมา
เห็นทีวันนี้เจ้าตัวเล็กคงเหนื่อยมากกระมัง
……….
ตอนที่ 3355 โม่เฉินออกฌาน
นางเดินไปข้างหน้า ช่วยห้าวเอ๋อร์ห่มผ้าดีๆ มองใบหน้าเล็กที่มอมแมมก่อนจะส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม นางไม่ได้อยู่ที่นี่นานเช่นกัน เพียงนั่งอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่งแล้วก็จากไป
เมื่อออกไปข้างนอกแล้ว เฟิ่งจิ่วมองเหลิ่งซวง “คืนนี้เจ้ากับหลัวอวี่เฝ้าอยู่ที่นี่เถอะ! พรุ่งนี้ข้าจะให้คนมาเปลี่ยนกับเจ้า”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงตอบรับ หลังจากมองส่งนางไปแล้วค่อยมาถึงบนต้นไม้ที่หลัวอวี่อยู่
ตอนเฟิ่งจิวกลับถึงเรือนแล้วเข้าไปในห้อง นางก็เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งพิงร่างอยู่บนเตียงและหลับตาพักผ่อน ครั้นได้ยินเสียงนางเข้ามา เขาก็ลืมตาขึ้นมองนาง
“ยังไม่นอนอีก! ดึกมากแล้ว”
เฟิ่งจิ่วกล่าวไปพลาง เดินไปข้างหน้าไปพลาง ขณะเดียวกันก็ถอดเสื้อนอกออก สวมเพียงเสื้อตัวในเดินต่อไป เมื่อเตรียมจะปีนข้ามตัวเขาไปนอนข้างใน ตัวนางพลันถูกเขากอดไว้
“ไปดูห้าวเอ๋อร์มาหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อยังคงกอดนาง ให้นางนอนอยู่บนตัวเขาเช่นนั้น
เฟิ่งจิ่วยกยิ้มขึ้น ยื่นมือไปกอดเขาเช่นกัน อีกทั้งยังเอียงศีรษะซบลงบนหน้าอกเขา “ข้าไปพบจวินเจวี๋ยซางที่สำนัก จากนั้นไปดูห้าวเอ๋อร์ตอนขากลับมา”
“โอ้? เพราะหวันเหยียนเชียนหวาหรือ”
“อืม” นางตอบรับ “ข้าสงสัยเหมือนกันว่าจวินเจวี๋ยซางผู้นั้นเป็นคนอย่างไร คืนนี้ได้เห็นแล้วก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าโดดเด่นมาก”
“โดดเด่นกว่าข้าอีกหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเลิกคิ้ว แววตาลึกล้ำเจือรอยยิ้ม
ได้ยินดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วก็หัวเราะเบาๆ เงยหน้าขึ้นก่อนก้มหน้าลงจุมพิตเขา “ในสายตาข้า ไม่มีใครเทียบเจ้าได้”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ฟังก็พลันใจสั่น ราวกับดอกไม้สดใหม่บานสะพรั่ง รอยยิ้มปรากฏชัดเจนบนใบหน้าเย็นชา เขามองนางในอ้อมกอด “คำพูดนี้ของอาจิ่วน่าฟังนัก ข้าชอบมาก”
เขาพูดพลางก้มหน้าลงจุมพิตนางเช่นกัน ไม่ใช่จุมพิตแผ่วเบา ทว่าเป็นจุมพิตลึกซึ้งร้อนแรง
ยิ่งดึกเท่าไร พระจันทร์เสี้ยวเร้นกายเข้าไปในชั้นเมฆ เงาร่างสองร่างภายในห้องเปี่ยมไปด้วยอารมณ์วาบหวาม เกาะเกี่ยวกันอยู่บนเตียงราวกับนกยวนยาง…
ฝั่งตำหนักศักดิ์สิทธิ์ คนของตำหนักศักดิ์สิทธิ์คอยอยู่ในตำหนักตั้งแต่เช้า ทุกคนสนทนากันอย่างออกรสออกชาติระหว่างรอ
“เห็นทีวันนี้ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์จะออกฌานแล้ว เขาเข้าฌานครั้งนี้นานถึงห้าปีเชียว”
“ใช่! เร็วนัก! พริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าปีแล้ว”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าระยะเวลาห้าปีนี้ ระดับพลังของศิษย์ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นแล้วเท่าไร ช่วงนี้ได้ยินมาว่าประมุขเทียมฟ้านัดสู้กับเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่เขาสูงสุด พลังของเซวียนหยวนโม่เจ๋อในตอนนี้อยู่ในระดับราชันเทพแล้ว”
“ถูกต้องๆ ได้ยินว่าเขายังหนุ่มมาก เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญอัจฉริยะที่พันปียากจะพบสักคน”
“ฮ่าๆ พวกเจ้าไม่รู้กระมัง!” ชายชราคนหนึ่งลูบเคราพรางยิ้ม มองทุกคนครั้งหนึ่ง กดเสียงทุ้มกล่าวว่า “เซวียนหยวนโม่เจ๋อผู้นี้คือดาวจักรพรรดิ เหมาะสมกับดาวเฟิ่งหวงของเฟิ่งจิ่ว หากไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่สวรรค์กำหนด พวกเจ้าคิดว่าใครจะเหมือนกับพวกเขาได้”
“พวกเขาเก่งกาจมาก แต่ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราก็ไม่ใช่คนธรรมดาเช่นกัน!” อีกคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “พวกเจ้าคอยดูเถอะ! ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ออกฌานครั้งนี้ ต้องมีพลังเทียบเคียงกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อผู้นั้นเป็นแน่”
“ระดับราชันเทพ? เป็นไปได้หรือ อย่างไรเสียพลังระดับราชันเทพก็ไม่ใช่ระดับที่คิดจะบรรลุก็บรรลุได้”
“ปีนั้นข้าได้ยินว่าหากศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาได้ พลังบำเพ็ญของเขาจะเต็มเปี่ยม ความแข็งแกร่งของพลังนั้นไม่จำเป็นต้องพูดเลย”
“เฮ้อ พวกเจ้าดูเร็ว ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาแล้ว!”
……….