เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3426 อย่าให้พวกข้ารอนาน / ตอนที่ 3427 ตามมา
ตอนที่ 3426 อย่าให้พวกข้ารอนาน
“นายหญิง” ไป๋ชิงเฉิงเห็นเฟิ่งจิ่วเดินมา จึงลุกขึ้นยืนคารวะอย่างนอบน้อมทันที
“เจ้ามาแล้วหรือ นั่งเถอะ!” เฟิ่งจิ่วยิ้ม ส่งสัญญาณให้นางนั่งลง ส่วนตนเองนั่งลงบนผ้าที่ปูรองพื้นหญ้า พร้อมกันนั้นก็หยิบขนมชิ้นหนึ่งมากิน มือหนึ่งลูบศีรษะห้าวเอ๋อร์
“ท่านแม่ พวกเราจะกลับบ้านเมื่อไรหรือ” ห้าวเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นพร้อมถาม
“อีกเดี๋ยวก็กลับไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วกล่าว จากนั้นมองไป๋ชิงเฉิง สายตากวาดมองร่างกายนางก่อนยิ้มกล่าว “เห็นทีหลายปีนี้เจ้าก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน”
ไป๋ชิงเฉิงยิ้มเล็กน้อย “ล้วนเป็นเพราะความช่วยเหลือจากโอสถของนายหญิง ไม่เช่นนั้นชิงเฉิงคงไม่พัฒนารวดเร็วเช่นนี้”
“พูดขึ้นมาแล้ว เจ้าตามข้ามาถึงทางนี้ ไม่ได้พบน้องชายของเจ้ามาหลายปีแล้วเช่นกัน ครั้งนี้กลับไปจะได้รวมตัวกันเสียที” เฟิ่งจิ่วกล่าว
ฟังนางพูดถึงน้องชาย บนใบหน้าไป๋ชิงเฉิงก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยน หลายปีที่ผ่านมา น้องชายนางน่าจะเติบใหญ่ไม่น้อยแล้ว ท่าทางน่าจะยืนหยัดด้วยตนเองได้แล้ว
“โม่เจ๋อไม่คิดกลับไปหรือ” โม่เฉินมองครั้งหนึ่ง สายตาจ้องมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ข้างๆ
ได้ยินวาจาเขาแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองที่อีกฝ่าย “ข้ามีธุระบางอย่างต้องจัดการ จะกลับไปช้าหน่อย” กว่าจะได้แต่งงานไม่ใช่เรื่องง่าย เขาย่อมหวังจะมอบทุกอย่างที่ดีที่สุดให้กับสตรีผู้เป็นที่รัก ด้วยเหตุนี้เขาจึงวางแผนเตรียมของหมั้นด้วยตนเอง
“พวกเราตามนายหญิงกลับไปสักพัก แต่น่าจะไม่นานเกินไป” ฮุยหลางที่อยู่ข้างๆ พูดเคล้ารอยยิ้ม พร้อมกันนั้นหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน
เฟิ่งจิ่วมองโม่เฉิน ยิ้มอย่างจนใจอยู่บ้าง “เขาอยากไปเตรียมของหมั้นด้วยตนเอง ข้าบอกว่าไม่ต้องยุ่งยาก แต่เขาก็ไม่ฟัง”
กวนสีหลิ่นฟังแล้วหัวเราะเสียงดัง “เสี่ยวจิ่ว เจ้าไม่ต้องกังวลไป ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ ใครเล่าจะทำร้ายเขาได้ง่ายๆ การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ให้เขาไปเตรียมเถอะ! พวกเรากลับไปจัดเตรียมงานก่อนก็ดีเหมือนกัน มีธุระต้องจัดการในงานแต่งมากมาย กลับไปแล้วต้องยุ่งมากแน่”
“ไม่เป็นไร งานแต่งงานของนายหญิง พวกข้าจะรับผิดชอบจัดเตรียมเอง” ตู้ฝานยิ้มกล่าว พร้อมขยับพัดในมือ “คนมากมายจะจัดการงานพิธีไม่ได้เลยหรือ? อีกอย่างกลับไปแล้วคงมีลูกมือไม่น้อย พูดขึ้นมาแล้วพวกข้าก็ไม่ได้พบพวกเขามานานแล้วเช่นกัน”
ฟังตู้ฝานพูดถึงพวกเขา คนอื่นๆ ล้วนแย้มยิ้ม รู้ว่าที่เขาพูดถึงคือพวกเฟิ่งเว่ยที่อยู่ทางนั้น จากกันมาหลายปีขนาดนี้ ในที่สุดก็จะกลับไปแล้ว ไม่ว่าใครล้วนคาดหวังทั้งนั้น
คนกลุ่มหนึ่งจับกลุ่มสนทนากันอยู่ที่นี่ครู่หนึ่ง หลังจากกินอะไรบ้างแล้วก็เตรียมตัว ครั้นบอกลาพวกเจ้าสำนักแล้วค่อยคุมกระบี่เหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า มาถึงยังหนทางเซียน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อและฮุยหลาง ไปจนถึงอิ่งอีสามคนส่งพวกเขาจากไป คนกลุ่มหนึ่งติดตามเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วเข้าไปยังหนทางเซียน เมื่อเข้าไปแล้วไม่ต่างจากย่ำลงบนพื้นราบ ทำให้พวกเขาอดก้มหน้าพิจารณาอยู่หลายครั้งไม่ได้
ซื่อเชวียกับมู่ซินก็ออกมาส่งเช่นกัน ครั้นส่งพวกเขาถึงหนทางเซียนของฝั่งโลกเบื้องล่างแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ปล่อยเรือเหาะออกมาหยุดที่กลางอากาศ ให้พวกเขาขึ้นเรือเหาะไปก่อน จากนั้นจึงหันกลับไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ก่อนจะเดินไปถึงตรงหน้าเขา ยื่นมือไปกอดเขาไว้
“ข้าจะรอเจ้ากลับมาอยู่ที่บ้าน อย่าให้ข้ารอนานเกินไปล่ะ”
เฟิ่งจิ่วพูดที่ข้างหูเขา แค่คิดว่าต้องแยกจากกัน นางก็อาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง หลายปีมานี้เขาอยู่ข้างกายนางเสมอ ทำให้นางเกิดความรู้สึกพึ่งพาเขาอย่างช้าๆ ตอนนี้ต้องแยกจากกันย่อมตัดใจไม่ลงเป็นพิเศษ
……….
ตอนที่ 3427 ตามมา
ได้ยินดังนั้นแล้ว มุมปากของเซวียนหยวนโม่เจ๋อยกขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาสีดำลึกล้ำปรากฏความอ่อนโยน สองมือเขากอดเอวนาง ก่อนจะกดศีรษะลงจุมพิตนางที่หน้าผาก
“อืม ไม่น่านาน” มือใหญ่ลูบเรือนผมสีดำขลับของนาง เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยว่า “ไปเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วถอยไป มองเขาอย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง คราวนี้ค่อยหมุนกายเดินไปข้างหน้า กระตุ้นปราณกระโจนตัวขึ้นไปบนเรือเหาะ ยืนบนหัวเรือแล้วก็มองเขา จนกระทั่งเรือเหาะเคลื่อนที่อย่างช้าๆ เริ่มออกห่างไปเรื่อยๆ เขาในสายตานางถูกเมฆขาวบดบังหลังจากนั้น นางถึงถอนสายตากลับมาและนั่งลงร่วมกับทุกคน
“ท่านแม่ ท่านจะคิดถึงท่านพ่อหรือไม่ ท่านพ่อจะกลับมาเมื่อไร” ห้าวเอ๋อร์มาถึงข้างกายนาง มือเล็กคู่หนึ่งกอดขานางพลางเงยหน้าเล็กๆ ขึ้น
“เมื่อเขาเสร็จธุระแล้วย่อมกลับมา ไม่น่านานมาก” เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าว ยื่นมือไปลูบศีรษะเขา
โม่เฉินมองนาง ในสายตาอ่อนโยนสงบนิ่งแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนที่ยากจะรับรู้ได้ ขณะเคลื่อนสายตา แววตาเขาพลันวูบไหว พอมองไปยังด้านหลังเรือเหาะแล้ว ริมฝีปากเขาก็คลี่ยิ้มจาง “ข้างหลังมีคนตามมา”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างหันกลับไปมอง เห็นเพียงเงาร่างสีขาวสายหนึ่งเหยียบกระบี่บินมุ่งหน้ามาทางพวกเขา เสื้อสีขาวนั้นพลิ้วไหวตามลม สง่างามราวเทพเซียน น่ามองยิ่งนัก
“เอ๋? จวินเจวี๋ยซาง?” กวนสีหลิ่นมองเงาร่างที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะยิ้มกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “เห็นทีคงพุ่งเป้าไปที่หวันเหยียนเชียนหวากระมัง”
สายตาของเฟิ่งจิ่วทอดมองจวินเจวี๋ยซาง เห็นเขาตามมาก็ใช้ความคิดในทันที หรือว่าเขาจะเดาออกแล้ว? ถึงได้ตามมาเช่นนี้
“เห็นทีการเดินทางครั้งนี้จะคึกคักดีทีเดียว” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา พอเห็นเขาเหาะมาถึงด้านนอกเรือเหาะ นางถึงสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง เปิดเขตอาคมที่ครอบคลุมเรือเหาะออก ให้เขาเข้ามา
จวินเจวี๋ยซางก้าวเท้าเข้ามา กระบี่บินถูกเก็บเข้าสู่แขนเสื้อ เขาเห็นทุกคนบนเรือเหาะมองเขาด้วยความสนอกสนใจ หลังจากกวาดสายตามองพวกเขาอย่างใจเย็นแล้ว สายตาเขาก็ทอดมองไปยังเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดง ก่อนจะเดินไปหานาง
“เจ้าตามมาได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าอยากไปตามหาพี่สาวข้าหรอกหรือ พี่สาวข้าไม่ได้อยู่บนเรือเหาะลำนี้” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา หลังจากนั้นนางก็ส่งสัญญาณให้เหลิ่งหวาที่นั่งอยู่ข้างๆ
เหลิ่งหวาถอยไปแล้วทำให้มีที่ว่าง ขณะเดียวกันก็หยิบจอกสุราวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่เขาจะถอยไปนั่งลงข้างหลังเฟิ่งจิ่ว
จวินเจวี๋ยซางเดินไปข้างหน้า สะบัดชุดคลุมก่อนนั่งลงข้างเฟิ่งจิ่ว “ตามเจ้ามาต่างหาก เดี๋ยวนางก็ปรากฏตัวเอง” เขาเพิ่งได้ข่าวว่าพวกเขากำลังจะกลับไปแต่งงาน ในเมื่อเป็นงานแต่งงาน หวันเหยียนเชียนหวาเป็นถึงพี่สาวร่วมสาบานของนาง ย่อมไม่มีทางไม่ปรากฏตัว
ด้วยเหตุนี้หลังจากรู้ว่าพวกเขาออกเดินทาง ตนจึงรีบตามมาในทันที ด้วยรู้ว่าไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวตามหาอีก ขอเพียงคอยติดตามนางไว้ เมื่อเวลามาถึง สตรีนางนั้นก็จะปรากฏตัวออกมาเอง
ฟังวาจาของเขาแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมา ยกจอกสุราขึ้นจิบสุราคำหนึ่งพร้อมถามว่า “เจ้าไม่สนใจนางไม่ใช่หรือ จะตามหานางไปทำอะไร หากพบนางเข้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะจัดการความสัมพันธ์ของพวกเจ้าอย่างไร”
แววตาของจวินเจวี๋ยซางวูบไหวเล็กน้อย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เขาหลุบตาลง ไม่รู้ว่าจะตอบความนางอย่างไรไปชั่วขณะ หลังจากผ่านพ้นคืนนั้น เขาที่กำลังโกรธเกรี้ยวก็มีเพียงความคิดเดียว นั่นก็คือจับสตรีใจกล้าบ้าบิ่นนางนั้นกลับมา แต่หากจับกลับมาจริงๆ แล้ว เขาจะทำอะไรกับนางได้
……….