เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3428 อยากตายอย่างไร / ตอนที่ 3429 มีคนงามสี่คน
ตอนที่ 3428 อยากตายอย่างไร
เขางุนงงไปชั่วขณะหนึ่ง แม้จนถึงตอนนี้แล้ว เขาก็ยังไม่เข้าใจหัวใจของตนเอง ยิ่งไม่เข้าใจความรู้สึกที่ตนเองมีต่อนาง
เห็นเขานั่งนิ่งงัน คล้ายกับครุ่นคิดเหม่อลอย รอยยิ้มที่ริมฝีปากของเฟิ่งจิ่วก็ชัดเจนขึ้นอีกหลายส่วน ในเรื่องของความรัก หลายคนล้วนหลงทาง ต่อให้เป็นจวินเจวี๋ยซางก็เช่นเดียวกัน แต่ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความสุขของพี่สาวนาง นางก้าวก่ายได้ก็ต้องทำ อย่างน้อยทำให้สองคนเดินทางอ้อมน้อยลงหน่อย
จนกระทั่งช่วงเย็น ตอนเห็นท้องฟ้ามืดลงแล้ว เรือเหาะกลับส่งเสียงดังสนั่นโดยพลัน ก่อนที่เรือเหาะทั้งลำจะส่ายไหวอย่างรุนแรง ทุกคนในเรือเหาะลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับมองไปรอบๆ
ตึง!
เรือเหาะถูกชนจนสั่นสะเทือนอีกครั้ง พวกเขาที่ยืนอยู่ข้างในเรือเหาะพลันซวนเซ เฟิ่งจิ่วมุ่นคิ้วเล็กน้อย มองไปยังเรือยักษ์ที่ตามข้างหลังเรือเหาะของพวกเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“นายหญิง พวกข้าจะออกไปดูหน่อย” พวกตู้ฝานกล่าว เหาะออกไปข้างนอก
กวนสีหลิ่นเห็นดังนั้นแล้วแค่นหัวเราะหนักๆ เสียงหนึ่ง “ใครกล้าใช้เรือชนพวกเรา ใจกล้าเสียจริงๆ!” เขากำลังนอนหลับ ทันใดนั้นก็ถูกคนชนจนตื่น บัดนี้อารมณ์เกรี้ยวกราดเป็นอย่างยิ่ง เขาลงไปข้างล่างโดยพลัน เตรียมจัดการคนเหล่านั้นสักรอบหนึ่ง
พวกเขาออกจากเขตอาคมของเรือเหาะ เฟิ่งจิ่วใช้ความคิด เรือเหาะค่อยๆ ร่อนลงข้างล่าง ก่อนจะหยุดอยู่กลางป่าข้างล่างในทันที
แทบจะพร้อมกับที่เรือเหาะของพวกเขาหยุดลง ผู้ฝึกบำเพ็ญที่คุมกระบี่มาถึงรอบข้างพลันล้อมเข้ามา แต่ละคนจับจ้องเรือเหาะที่งดงาม แววตาทอประกายละโมบ
“เห็นทีจะเป็นแกะอ้วนตัวหนึ่ง! เรือเหาะงดงามเช่นนี้ ต้องดีกว่าที่พวกเราเคยพบก่อนหน้านี้แน่!” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ย มองจ้องเรือเหาะลำสวยที่หยุดอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย
“จิ๊ๆ! สตรีบนเรือเหาะพวกนั้นสะสวยจริงเชียว!” บุรุษอีกคนหนึ่งกล่าว มองสตรีหลายคนในเรือเหาะพร้อมสายตาลวนลามอย่างไม่วางตา
เพราะความหื่นกระหายครอบงำจิตใจ ทำให้พวกเขามองว่าบุรุษบนเรือเหาะนั้นก็งดงามไม่ต่างจากสตรี รวมถึงทุกคนนั้นมีท่าทางสง่างามไม่ธรรมดา ตอนนี้พวกเขาเพียงกำลังคิดว่าวันนี้ช่างโชคดีเสียจริง เพียงมองดูก็รู้แล้วว่าวันนี้ต้องได้กำไรอย่างงาม
พวกเขาก้าวไปข้างหน้าหมายจับคนในเรือเหาะออกมา กลับพบว่าไม่อาจเข้าไปในเขตอาคมนั้นได้ พอลองใช้ดาบฟันแล้วยิ่งกระดอนกลับมา ขณะกำลังหงุดหงิดใจ ทันใดนั้นก็เห็นว่ามีหยดน้ำบางอย่างตกใส่ใบหน้า เดิมทีคิดว่าฝนตก แต่ครั้นกลิ่นคาวเลือดโชยเข้าจมูก พอพวกเขายื่นมือไปสัมผัสก็ต้องตื่นตกใจ
เลือด! ที่แท้เป็นเลือด!
พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองทันที เห็นแขนที่ถูกตัดจำนวนมากตกลงมา บ้างกระแทกร่างกายพวกเขา บ้างตกลงรอบๆ กระจายเต็มพื้นเป็นภาพที่น่าหวาดกลัว
“อ้าก!”
ผู้ฝึกบำเพ็ญยี่สิบกว่าคนที่อยู่ข้างล่างส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ พากันถอยหลังไปหลายก้าว ขณะเดียวกันก็จ้องมองข้างบนด้วยความระแวง ไม่นานเท่าไรนักเงาร่างหลายสายข้างบนก็เหยียบลมเอื่อยลงมา ปราณคุกรุ่นเอ่อท้นบนร่างกายพวกเขา ทำให้เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นทั่วกายอย่างไม่อาจห้ามได้ จนกระทั่งถึงตอนนี้ พวกเขาจึงค่อยรู้สึกได้ว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดา!
“พูดเถอะ! พวกเจ้าอยากตายอย่างไร” ตู้ฝานหัวเราะเสียงเย็น สายตามองไปที่ยี่สิบกว่าคนนั้น
……….
ตอนที่ 3429 มีคนงามสี่คน
“พะ…พวกเจ้าเป็นใคร!” หนึ่งในนั้นถามเสียงสั่นพร้อมกับถอยหลังกรูด พยายามเสาะหาโอกาสหลบหนี พวกเขาทำเรื่องชั่วร้ายมามากมาย แต่ไม่เคยพบเหยื่อที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อนเลย
ไม่! พวกเขาตาบอดไปแล้วหรือถึงได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นเหยื่อ! คนพวกนี้เป็นดาวมฤตยูชัดๆ!
กวนสีหลิ่นกวาดตามองด้วยสายตาเหี้ยมโหด ก่อนจะกล่าวกับตู้ฝานว่า “จัดการพวกเขาให้หมด ฟ้ามืดพอดี คืนนี้พวกเราก็พักผ่อนที่นี่เถอะ”
“ดี”
ตู้ฝานตอบรับเสียงหนึ่ง กางพัดในมือออกดังพรึ่บ ทันใดนั้นพัดในมือพลันลอยออกไป พร้อมกับเงาร่างที่โฉบตามออกไปเช่นกัน ท่วงท่าที่ว่องไวทอประกายเยือกเย็น ได้ยินเพียงเสียงร้องน่าเวทนา กลิ่นคาวเลือดคลุ้งอยู่ในอากาศ ไม่นานนักผู้ฝึกบำเพ็ญยี่สิบกว่าคนล้วนแต่ไร้ซึ่งลมหายใจล้มลงกับพื้น
เฟิ่งจิ่วมองข้างนอกคราหนึ่ง “เปลี่ยนที่เถอะ! ที่นี่น่าจะห่างจากเมืองไม่ไกล พวกเราไปพักในเมืองดีกว่า”
ฟังวาจานางแล้ว ทุกคนก็พยักหน้า หลังจากพวกตู้ฝานขึ้นเรือเหาะเรียบร้อย เรือเหาะก็ลอยไปข้างหน้าอีกครั้ง ในที่สุดก็ถึงนอกประตูเมืองแห่งหนึ่งก่อนฟ้ามืด
ครั้นลงจากเรือเหาะ พวกเขาก็มุ่งหน้าเข้าไปในเมือง กลับมาที่นี่อีกครั้งหลังผ่านไปหลายปี จำต้องพูดว่าทุกอย่างทางนี้ดูแปลกตาไปเสียหมด
ทว่าพวกเขามีขุมกำลังของเฟิ่งเว่ยอยู่ที่นี่เช่นกัน คนกลุ่มหนึ่งวนเวียนอยู่ในเมือง มองเห็นโรงเตี๊ยมของตระกูลตนเองแล้วจึงเดินเข้าไป
“ท่านแม่ พวกเรากินข้าวแล้วไปเดินเล่นในเมืองได้หรือไม่” ห้าวเอ๋อร์กะพริบดวงตาสุกใสมองนาง บนใบหน้าเล็กจ้อยเต็มไปด้วยความหวัง
เห็นดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มเล็กน้อย “ได้สิ อีกเดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้ว พวกเราไปเดินเล่นในเมืองตอนกลางคืนกัน”
“ดียิ่งนัก ขอบคุณท่านแม่” เจ้าตัวเล็กยิ้มแป้นเพราะตื่นเต้น ก่อนจะรู้สึกว่าเป็นเช่นนี้ไม่ดีแน่ จึงรีบยืนตรงอย่างจริงจัง
เพราะพวกเขามีคนอยู่ไม่น้อย ครั้นเข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้ว เหลิ่งหวาไปหาหลงจู๊จึงรู้ว่าห้องในโรงเตี๊ยมมีอยู่จำกัด จึงบอกเขาว่าอย่ารับแขกคนอื่นอีก
พวกเขากินอาหารอยู่ที่ชั้นหนึ่งของโรงเตี๊ยม ฝ่ายพวกเหลิ่งหวากับตู้ฝานเริ่มจัดการธุระบางอย่างตรงนี้ อย่างไรเสียก็ต้องติดต่อกับพวกเฟิ่งเว่ย มีเรื่องให้ทำไม่น้อยจริงๆ
ส่วนพวกกวนสีหลิ่น เมื่อเห็นพวกเฟิ่งจิ่วเดินเล่นในเมืองยามค่ำคืนก็ไม่ได้ตามไป เพียงกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อน
ตอนฟ้ามืดลง พวกเฟิ่งจิ่วที่เข้าไปในเมืองก็ดึงดูดสายตาของชาวเมืองให้มองมาอย่างสงสัย เพียงแต่พวกเขาจากไปนานหลายปี ใช่ว่าทุกคนในเมืองแห่งนี้จะรู้จักพวกเฟิ่งจิ่วกันหมด ดังนั้นแม้จะมีคนสงสัย แต่ก็ไม่รู้ถึงฐานะของพวกเขา
จนกระทั่งเฟิ่งจิ่วพาเหลิ่งซวง ไป๋ชิงเฉิง ฉินซิน และห้าวเอ๋อร์ออกมาเดินเล่นในตอนกลางคืน สตรีงดงามสี่คนเดินอยู่ด้วยกัน แทบจะเรียกได้ว่าสร้างความวุ่นวายยกใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น ความงามของคนทั้งสี่นั้นโดดเด่นกว่าคนทั่วไปนัก แม้จะมีคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองมาอยู่ต่อหน้าพวกนางก็คงกลับกลายเป็นดูธรรมดาไป โดยเฉพาะเฟิ่งจิ่วที่สวมชุดสีแดงนั้น เมื่อเปรียบกับสามคนที่เหลือแล้วดูโดดเด่นยิ่งนัก
แม้ใบหน้าของพวกนางล้วนแต่งดงามเจิดจรัส ทว่าเมื่อมองดูแล้วคนที่สะดุดตาที่สุด ทำให้ละสายตาได้ยากที่สุด ยังคงเป็นเฟิ่งจิ่วที่มีรอยยิ้มเกียจคร้านบนใบหน้า
เมื่อยากจะต้านทานความงาม บุรุษในชุดหรูหราคนหนึ่งก็ไม่สนการขัดขวางของผู้คุ้มกัน ก้าวไปถึงตรงหน้าของพวกนาง “แม่นางทั้งหลายท่าทางเป็นคนต่างถิ่น มิสู้ข้าแนะนำสถานที่น่าสนใจในเมืองให้ทุกคนเป็นอย่างไร”
……….