เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3430 หมดคำพูด / ตอนที่ 3431 แซ่กวน
ตอนที่ 3430 หมดคำพูด
บุรุษชุดหรูแย้มยิ้มที่ตนเองคิดว่าสง่างามเป็นที่สุด มองสตรีงามหมดจดหลายคนตรงหน้าด้วยสีหน้าคาดหวัง สายตาเขามองใบหน้าสตรีทั้งสี่รอบหนึ่ง จากนั้นจึงมองเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงที่ดูเกียจคร้านไม่ยี่หระ
เทียบกับอีกสามคนแล้ว บนตัวสตรีชุดแดงมีกลิ่นอายของความเอาแต่ใจ ทุกท่วงท่าแผ่กลิ่นอายเกียจคร้าน ดึงดูดหัวใจของเขาอย่างน่าประหลาด ทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากนางได้เลย
พวกเหลิ่งซวงสามคนที่ติดตามเฟิ่งจิ่วมา เห็นว่าบุรุษคนนั้นจ้องมองนายหญิงของพวกนางไม่วางตา บนใบหน้าพวกนางล้วนปรากฏความเย็นชา แต่นายหญิงไม่ได้เอ่ยปาก อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเช่นกัน พวกนางย่อมไม่อาจลงมือ
เฟิ่งจิ่วมองบุรุษชุดหรูตรงหน้า บนใบหน้างดงามแย้มยิ้ม น้ำเสียงราบเรียบและเกียจคร้านเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องหรอก รบกวนหลีกทางด้วย”
ใครๆ มักชอบของสวยงาม พฤติกรรมของบุรุษเป็นเรื่องปกติ อย่างไรเสียนางก็รู้ว่าพวกนางเดินออกมาแล้วไม่น่าสงบสุข ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเกินเลย นางย่อมไม่ลงมือกับเขาตามใจชอบ
ฟังเสียงราบเรียบของสตรีนางนั้นแล้ว ฝ่ายบุรุษรีบใช้ความคิดและก้าวไปข้างหน้าอย่างอดไม่ได้ ทว่าตอนที่เขาก้าวเท้าออกไป เหลิ่งซวงที่ยืนอยู่ทางฝั่งซ้ายของเฟิ่งจิ่วกวาดสายตามองอย่างเย็นชา ลมจากฝ่ามือหนึ่งจู่โจมอีกฝ่ายที่อยู่ห่างออกไปหลายหมี่ทันที
นางทนสายตาของอีกฝ่ายที่มองนางหญิงของพวกนางได้ แต่ไม่อาจให้เขาเข้าใกล้นายหญิงของพวกนางแม้แต่ครึ่งก้าว!
ตึง!
พรวด!
“คุณชาย!”
ทันใดนั้นเหตุการณ์ก็พลันวุ่นวายขึ้นมา บุรุษคนนั้นล้มลงกับพื้นอย่างแรง เพราะเลือดลมปั่นป่วน เลือดสดๆ คำหนึ่งพ่นพรวดออกมาจากปาก ทำเอาผู้คุ้มกันรีบก้าวไปตรวจดูข้างหน้า สองคนในนั้นมองดูด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว ทั้งยังชักกระบี่ตรงเอวออกมาและก้าวไปข้างหน้า
“หยุดมือ!”
บุรุษชุดหรูเร่งตวาด เช็ดเลือดที่มุมปากโดยไม่สนใจอะไร ก่อนจะถลึงตามองผู้คุ้มกันสองคนด้วยความโมโห “พวกเจ้าทำอะไร! ข้าขอถามพวกเจ้าว่ากล้าดีอย่างไรทำให้หญิงงามตกใจ!”
เฟิ่งจิ่วฟังดังนั้นแล้ว มุมปากนางกระตุกเล็กน้อย หมดคำพูดอยู่บ้าง
แม้แต่เหลิ่งซวงสามคนฟังวาจาของบุรุษคนนั้นแล้ว ต่างก็ชำเลืองมองเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
ห้าวเอ๋อร์ที่จูงมือเฟิ่งจิ่วอยู่มองบุรุษคนนั้นเงียบๆ จากนั้นมองมารดาตนเอง ในใจอดคิดไม่ได้ว่าท่านแม่เขางดงามถึงเพียงนี้ ท่านพ่อเขาก็ไม่อยู่ข้างกายนาง เห็นทีเขาต้องปกป้องท่านแม่แทนท่านพ่อแล้ว ไม่อาจให้บุรุษคนอื่นเข้าใกล้นางได้
“ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วจูงมือห้าวเอ๋อร์เดินไปข้างหน้า เบี่ยงกายหลบบุรุษชุดหรู
พวกเหลิ่งซวงตามไป แต่กลับเห็นบุรุษคนนั้นก้าวมาข้างหน้าอย่างไม่กลัวตาย อีกทั้งวิ่งเหยาะๆ มาขวางตรงหน้านายหญิงของพวกนาง จากนั้นคารวะด้วยท่าทางแปลกๆ คราหนึ่ง
“ล้วนเป็นเพราะเมื่อครู่ทำให้แม่นางตกใจ ขอแม่นางให้อภัยด้วย ความจริงข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย” บุรุษชุดหรูรีบกล่าว
พอได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วพลันหยุดฝีเท้า ปรายตามองเขาก่อนกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็อย่าวอแวพวกข้าเลย”
เมื่อเห็นดังนั้นบุรุษผู้นั้นก็รีบเอ่ยขึ้น “แต่แม่นาง พวกเจ้าไม่ต้องการคนนำทางให้พวกเจ้าจริงๆ หรือ ข้าคุ้นเคยกับเมืองนี้ ข้ารู้ว่าทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ไหนงดงามที่สุด ที่ไหนมีเครื่องสำอางที่หญิงสาวชอบที่สุด”
“ไม่ต้อง” เฟิ่งจิ่วกวาดสายตามองเขาอย่างเย็นชา ในดวงตามีความรำคาญผุดขึ้นมาบ้างแล้ว
“แม่…” บุรุษคนนั้นยังคิดพูดอะไรอีก ทันใดนั้นเห็นเด็กชายหน้าตาเย็นชาเดินออกมา ทำเอาเขาตะลึงงันไปในทันที
“เจ้ากล้ามาวุ่นวายกับท่านแม่ข้าหรือ” ห้าวเอ๋อร์จ้องมองบุรุษคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
……….
ตอนที่ 3431 แซ่กวน
ฟังวาจาเย็นชาของเด็กชายคนนี้แล้ว บุรุษชุดหรูชะงักไป ตอบสนองไม่ทันอยู่บ้าง “ทะ…ท่านแม่?”
ห้าวเอ๋อร์มีสีหน้าดำคล้ำ “เจ้าใช่คนโง่หรือไม่ นี่ท่านแม่ข้า เจ้าเรียกว่าท่านแม่อะไรกัน”
เฟิ่งจิ่วฟังดังนั้นแล้วก็หัวเราะพรวดออกมาอย่างอดไม่ได้ รอยยิ้มนี้ของนางไม่ต่างจากวสันตฤดูกลับคืนสู่แผ่นดิน ทุกสรรพสิ่งสดใส งดงามจนไม่อาจเปรียบกับสิ่งใด ทำให้คนรอบข้างล้วนมองจนงุนงง
เมื่อรู้ว่าสายตาคนเหล่านั้นอยู่ที่ตนเอง เฟิ่งจิ่วมุ่นคิ้วโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ทว่าไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เพียงหุบยิ้มและพาห้าวเอ๋อร์เดินไปข้างหน้า สามคนข้างหลังติดตามมาเงียบๆ เช่นกัน
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะไม่อาจดึงสติกลับมาหรือไม่ บุรุษชุดหรูคนนั้นมองพวกเฟิ่งจิ่วเดินจากไปอย่างอึ้งงัน จนกระทั่งมองไม่เห็นพวกนางแล้วถึงกล่าว “บุตรของนางโตขนาดนี้เชียวหรือ ไม่รู้จริงๆ เลยว่าบุรุษเช่นใดถึงคู่ควรกับสตรีงามแห่งยุคเช่นนี้…”
ผู้คุ้มกันข้างหลังฟังคุณชายตนเองพึมพำเสียงเบาอยู่ตรงนั้น ย่อมลอบส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าสตรีนางนั้นไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นบุรุษเช่นใด ก็ไม่อาจใช่บุรุษจำพวกเดียวกับคุณชายของพวกเขาเป็นแน่
เฟิ่งจิ่วพาห้าวเอ๋อร์และพวกเหลิ่งซวงเดินเล่นในเมืองยามค่ำคืน กระนั้นก็ไม่ได้เตร็ดเตร่อยู่นาน อย่างไรเสียพรุ่งนี้ก็ยังต้องเดินทางต่อ จึงเลือกกลับไปพักผ่อน แต่สิ่งที่ทำให้นางไม่พอใจอยู่บ้างคือมีคนจับจ้องพิจารณาพวกนางทั้งจากที่ลับและที่แจ้งอยู่ไม่น้อย
ตอนเดินเล่นถูกสายตาหลายคู่จับจ้อง พิจารณา ไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจอะไรอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้หลังจากกลับถึงโรงเตี๊ยมแล้ว นางสั่งการเล็กน้อย เมื่อตื่นขึ้นพรุ่งนี้และออกจากที่นี่ ให้ไปดูที่หอโอสถสวรรค์เมืองไป่ชวนก่อน
เช้าวันรุ่งขึ้น เฟิ่งจิ่วลงมากินอาหารเช้า ฝ่ายเหลิ่งซวงกับฉินซินไปซื้ออาหารไว้กินระหว่างทางจำนวนหนึ่ง คนอื่นก็เริ่มทยอยตื่นนอนแล้วเช่นกัน แขกหลายคนที่อยู่ในโรงเตี๊ยมมองคนกลุ่มหนึ่งที่ลงมากินอาหารเช้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ตั้งแต่เมื่อวานก็ไม่มีแขกคนอื่นเข้ามาอีก ชัดเจนว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ถูกพวกเขาครองแล้ว โรงเตี๊ยมแห่งนี้ถือเป็นอันดับหนึ่งของเมืองนี้ ราคาย่อมสูงแน่นอน คนที่เข้าพักได้ล้วนไม่ใช่บุคคลทั่วไป วันนี้พวกเขาเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ชั้นล่างจึงยิ่งรู้สึกสงสัยว่าคนเหล่านี้เป็นใครกันแน่?
โม่เฉินในชุดสีขาวเดินออกมาจากห้อง เห็นคนพวกนั้นอยู่ที่ชั้นล่างแล้วถึงเดินไป ไม่นานนักกวนสีหลิ่นที่อยู่อีกห้องหนึ่งก็ออกมาบ้าง เขาหาวไปพลาง บิดขี้เกียจไปพลาง
“พี่ชายท่านนี้ พวกท่านทั้งครอบครัวออกมาเที่ยวหรือ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยิ้มและประสานมือให้กวนสีหลิ่น พร้อมกับเอ่ยปากถาม
กวนสีหลิ่นมองเขาคราหนึ่ง “อืม นับว่าใช่กระมัง!”
“ฮ่าๆ ข้าว่าทุกท่านสง่างามไม่ธรรมดา น่าจะเป็นคนจากตระกูลใหญ่เป็นแน่ ข้าแซ่หยาง ไม่ทราบว่าพี่ชายมีนามว่าอะไร” ชายวัยกลางคนยิ้มถาม ในใจสงสัยในตัวพวกเขาไม่น้อย
อย่างไรเสียคนกลุ่มนี้ไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนโดดเด่น และชัดเจนว่าสตรีชุดแดงคนนั้นเป็นคนสำคัญ แม้จะเป็นเช่นนั้น บุรุษตรงหน้าผู้นี้ ไปจนถึงบุรุษสวมชุดสีขาวราวกับเซียนมาจุติอีกสองคนก็สง่างามไม่ธรรมดาเช่นกัน จึงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่าคนกลุ่มนี้เป็นใครกัน เหตุใดถึงโดดเด่นกันทุกคนเช่นนี้
กวนสีหลิ่นยิ้ม เอ่ยเสียงกังวานว่า “ข้าน่ะหรือ ข้าแซ่กวน” เขากล่าวจบแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
กวน? ชายวัยกลางคนครุ่นคิด ในห้วงสมองเสาะหาตระกูลใหญ่แซ่กวน ทว่าคิดอยู่นานแล้วก็ยังคิดไม่ออกว่ามีตระกูลใหญ่ตระกูลไหนแซ่กวนบ้าง
……….