เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3432 พบบนถนน / ตอนที่ 3433 สหายร่วมมือกัน
ตอนที่ 3432 พบบนถนน
จวินเจวี๋ยซางเดินออกจากห้องตอนนี้เช่นกัน ท่าทางที่ราวกับเซียนไม่สนใจทางโลกของเขา รวมถึงบุคลิกเย็นชาเหินห่างทำให้คนที่ยืนอยู่บนชั้นสองแม้จะอยากก้าวมาข้างหน้า กลับต้องลังเลเล็กน้อย ไม่กล้าก้าวเข้ามารบกวน
เขาเดินผ่านคนเหล่านั้นลงไปที่ชั้นล่าง พอมาถึงตรงเฟิ่งจิ่วและโม่เฉิน ไปจนถึงพวกกวนสีหลิ่นแล้วก็นั่งลงข้างโต๊ะ เขายกโจ๊กบนโต๊ะขึ้นมากินอย่างสบายๆ อีกทั้งกินขนมด้วยจำนวนหนึ่ง หลังจากกินเสร็จแล้วก็เช็ดปาก มองเฟิ่งจิ่วเพื่อถามว่า “ข้าจำได้ นางคล้ายกับเป็นคนที่นี่”
ฟังดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วก็รู้เจตนาของเขา ทันใดนั้นนางจึงยิ้มพลางว่า “ถูกต้อง เพียงแต่ข้าก็ไม่เคยไปที่ตระกูลของท่านพี่เช่นกัน”
จวินเจวี๋ยซางมองนางครั้งหนึ่ง นิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา
โม่เฉินมองจวินเจวี๋ยซาง เห็นบนใบหน้าเขาไม่มีความกังขาและงุนงงยามเอ่ยถึงหวันเหยียนเชียนหวาเช่นในอดีต จึงรู้ทันทีว่าเขาตัดสินใจแล้วว่าอยากจะเข้าใจความรู้สึกของตนเอง ดังนั้นริมฝีปากโม่เฉินจึงคลี่ยิ้มอ่อนโยน กล่าวว่า “เห็นทีดื่มสุรามงคลของอาจิ่วและโม่เจ๋อแล้ว อีกไม่นานพวกเราน่าจะได้ดื่มสุราของทั้งสองคนอีก”
จวินเจวี๋ยซางที่คิดยกจอกชาขึ้นมาดื่มพลันชะงักมือ ทว่าไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน สีหน้าพลันกลับคืนเป็นปกติอย่างช้าๆ ไม่ได้พูดอะไรตรงไปตรงมาเกินไป พูดเพียงว่า “อาจมีโอกาส”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วเลิกคิ้ว รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปาก นางใช้มือหนึ่งเท้าคาง ในดวงตาเจือรอยยิ้มหยอกเย้า “แต่หากอยากให้พี่สาวข้าตกลง คิดว่าคงยากอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้น…”
เห็นนางพูดกึ่งหนึ่งแล้วก็หยุดไป อีกทั้งรอยยิ้มของนางก็ดูแปลกพิกลอยู่หลายส่วน จวินเจวี๋ยซางอดไม่ได้ที่จะถาม “ยิ่งไปกว่านั้นอะไร?”
”ฮ่าๆ พูดไม่ได้ๆ”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าเหมือนกับเทพชรา ลอบคิดในใจว่า ‘หากพูดแล้วไหนเลยจะมีเรื่องสนุกให้ดูได้อีก’ ตอนนี้นางกำลังคิดว่าเมื่อจวินเจวี๋ยซางเห็นพี่สาวนางตั้งครรภ์ เขาจะมีสีหน้าเหมือนกับเห็นผีหรือไม่ แค่คิดถึงภาพนั้นนางก็อยากหัวเราะแล้ว
อีกด้านหนึ่ง เหลิ่งซวงและฉินซินสองคนกำลังซื้อข้าวของอยู่ข้างนอก นอกจากขนมและอาหารแห้งบางอย่างแล้ว ยังซื้อของจำพวกผลไม้ท้องถิ่น ไปจนถึงของว่างจำนวนหนึ่งด้วย
“ยังมีอะไรที่อยากซื้ออีกหรือไม่” เหลิ่งซวงมองฉินซินแล้วถาม
ฉินซินส่ายหน้า “ซื้อของกินมาไม่น้อยแล้ว ส่วนของใช้พวกเราล้วนเตรียมพร้อม ซื้อของว่างให้นายน้อยบ้างแล้วเช่นกัน ไม่มีอย่างอื่นที่อยากซื้อแล้ว”
“อืม เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะ! พวกนายหญิงจะได้ไม่ต้องรอนาน” เหลิ่งซวงกล่าว เตรียมตัวกลับไปพร้อมนาง ทว่ากลับห็นคนเดินถนนต่างก็ปิดจมูกหลบเลี่ยง สายตามองถนนข้างหลังพวกนางด้วยความรังเกียจกันทั้งสิ้น
เห็นดังนั้นแล้ว สองคนต่างก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับไปมอง เห็นเพียงคนห้าหกสิบคนมีทั้งเด็กและคนชราสวมเสื้อผ้าเก่าขาดผมเผ้ายุ่งเหยิงถูกขับไล่อยู่ในเมือง บนมือเท้าของคนพวกนั้นล้วนมีโซ่ล่ามไว้ ทั้งเริ่มมีเลือดซึมออกมาแล้ว
“มองอะไรกัน ทาสกลุ่มนี้มีอะไรน่ามอง หลบไปๆ!” พวกผู้คุ้มกันที่ตามมาโดยรอบถือแส้พลางตวาดใส่คนอื่น แส้ในมือฟาดพื้นอยู่เรื่อยๆ ส่งเสียงดังชัดเจน
เด็กคนหนึ่งในบรรดาพวกเขาล้มลงบนพื้น เนิ่นนานแล้วยังลุกขึ้นไม่ได้ ทันใดนั้นผู้คุ้มกันก็ตะคอกใส่ เงื้อแส้หมายฟาดใส่เด็กคนนั้น
……….
ตอนที่ 3433 สหายร่วมมือกัน
ฟิ้ว!
เห็นแส้นั้นฟาดออกมา ฉินซินทนไม่ได้อยู่บ้าง เมื่อดีดนิ้วมือออกไป ปราณสายหนึ่งพลันจู่โจมมือคนที่ถือแส้คนนั้น อีกฝ่ายส่งเสียงร้องเพราะเจ็บปวด แส้ในมือก็ตกลงบนพื้นตามเสียงเช่นกัน
“ใครกล้าจู่โจมข้า!” ผู้คุ้มกันเอ่ยด้วยความโมโห มองข้อมือที่ขึ้นสีแดง จากนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ
ฉินซินถอนสายตา อธิบายกับเหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ เสียงเบา “เด็กคนนั้นอายุเพียงเจ็ดแปดขวบ ข้าอดไม่ได้ที่จะลงมือ” นางกังวลว่าเหลิ่งซวงจะตำหนิที่นางยุ่มย่าม อย่างไรเสียพวกนางตามนายหญิงออกมา มาถึงที่นี่ก็ไม่อาจสร้างความวุ่นวายที่ไม่จำเป็นได้
“ยังลงมือเบาไป”
เหลิ่งซวงกล่าว สายตากวาดมองผู้คุมกันที่กำลังโมโหคนนั้น ขณะเตรียมถอนสายตากลับ ทันใดนั้นก็ตัวสั่นอย่างแรง มองเงาร่างสูงใหญ่หนึ่งในนั้นด้วยความตะลึงงันอย่างหาได้ยาก
ฟังวาจาของนางแล้ว ฉินซินก็รู้สึกวางใจ ทว่าขณะนั้นเองกลับเห็นอีกฝ่ายคล้ายกลับดูแปลกไปอยู่บ้าง จึงถามขึ้นว่า “เป็นอะไรไป” นางมองตามสายตาของเหลิ่งซวงไป เห็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งก้าวเข้าไปประคองเด็กที่อยู่บนพื้นลุกขึ้น ตอนนี้ผู้คุมกันคนนั้นเก็บแส้บนพื้นขึ้นมาแล้ว ก่อนจะฟาดแส้ใส่บุรุษคนนั้นและเด็กชายอย่างแรงพร้อมอารมณ์โกรธ
ฉินซินกำลังจะลงมือ อย่างไรเสียเหลิ่งซวงก็เอ่ยปากแล้ว นางไม่ต้องกังวลถึงเพียงนั้น ทว่าสิ่งที่ทำให้นางคิดไม่ถึงคือนางยังไม่ทันลงมือ เหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ ก็โฉบตัวออกไปราวกับสายลม เท้าข้างหนึ่งเตะผู้คุ้มกันถือแส้ออกไปทันที
นางชะงักงัน แปลกใจอยู่บ้าง หรือว่าจะเป็นคนรู้จัก?
ทันใดนั้นนางก็ก้าวเข้าไป
“ใครกัน!” ผู้คุมกันโดยรอบเห็นสตรีเย็นชาสวมชุดรัดรูปสีดำเตะพี่น้องของตนเองกระเด็น จึงล้อมเข้ามาตะคอกถามโดยพลัน
ฝ่ายเหลิ่งซวงไม่ได้มองผู้คุมกันหลายสิบคนนั้น เพียงจ้องบุรุษสูงใหญ่คนนั้นอย่างจริงจัง หลังจากเห็นสายตาประหลาดใจของเขาแล้ว นางก็ค่อยถามขึ้นว่า “กู้เซียงอี๋?”
บุรุษสูงใหญ่ก็คือกู้เซียงอี๋ เขามองสตรีเย็นชาในชุดสีดำตรงหน้าอย่างเงียบๆ ในดวงตามีทั้งความแปลกใจ ความงุนงง ไปจนถึงความปีติจากความรู้สึกที่ไม่ได้พบกันมานาน
เขาอ้าปาก ทว่าไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่พยักหน้าเท่านั้น เขารู้จักนาง นางคือเหลิ่งซวง คนสนิทข้างกายของเฟิ่งจิ่ว นางอยู่ที่นี่ เฟิ่งจิ่วก็ต้องอยู่ที่นี่แน่นอน
ตั้งแต่จากกันวันนั้น กลับไม่คิดเลยว่าจะพบกันอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนั้น เขาทอดถอนใจอยู่บ้าง ทว่าสิ่งที่มากยิ่งกว่านั้นคือความโล่งใจ เขาระแวงมาตลอดทาง บัดนี้เห็นคนรู้จักก็นับว่าวางใจลงได้แล้ว
หากเป็นคนอื่น เขาคงไม่อาจวางใจได้ แต่อีกฝ่ายคือเฟิ่งจิ่ว เขาพลันรับรู้ได้ว่าความยากลำบากตลอดทางมานี้ของพวกเขาถือว่าจบสิ้นลงแล้ว วินาทีนี้เขามีความสุขอย่างยิ่งยวด นอกจากได้พบกับเหลิ่งซวงที่นี่ก็ยังได้รู้ว่านางก็จำเขาได้เช่นกัน
เหลิ่งซวงมองเขาที่อยู่ตรงหน้าพลางครุ่นคิด ถามว่า “เจ้าพูดไม่ออกหรือ” หลังจากเห็นเขาพยักหน้าแล้ว สายตาเย็นชาก็กวาดมองผู้คุ้มกันเหล่านั้นที่อยู่รอบๆ “ปลดโซ่ให้พวกเขา!”
“พวกหญิงบ้า กล้าขวางทางพวกข้าหรือนี่! ทุกคน! จับนางไว้!” ผู้คุ้มกันที่เป็นผู้นำตะโกนทันที ส่งสัญญาณให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้า
เหลิ่งซวงไม่ได้ลงมือ เพราะฉินซินมาถึงข้างกายนาง แบกฉินตัวหนึ่งไว้ในอ้อมแขน มือออกแรงดีด เสียงฉินพลันดังออกมา เกิดเป็นกระแสปราณหลายสาย จู่โจมผู้คุ้มกันที่พุ่งเข้ามาเหล่านั้น ทว่าไม่ได้ทำร้ายคนบริสุทธิ์คนอื่นที่อยู่รอบๆ
ขณะเดียวกันนั้นเอง พวกเฟิ่งจิ่วที่รอพวกเหลิ่งซวงอยู่ในโรงเตี๊ยม บัดนี้พอได้ยินเสียงฉินดังขึ้นก็ล้วนพากันลุกขึ้นยืน
……….