เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3434 ตะลึง / ตอนที่ 3435 ดุ
ตอนที่ 3434 ตะลึง
“เสียงฉินของฉินซิน” เหลิ่งหวากล่าว มาถึงข้างนอกโรงเตี๊ยมแล้วมองไป
เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน ก่อนกล่าวกับพวกโม่เฉินและจวินเจวี๋ยซางว่า “พวกเจ้าดื่มชาอยู่ที่นี่เถอะ! ข้าจะไปดูสักหน่อย” พูดจบนางก็เดินออกไปข้างนอก
เหลิ่งหวา ตู้ฝาน และอีกหลายคนตามไป กวนสีหลิ่นกลับอยู่เป็นเพื่อนพวกโม่เฉินและจวินเจวี๋ยซาง ความจริงแล้วแม้ทางนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเช่นกัน โลกเบื้องบนไม่มีใครกล้าหาเรื่องนาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโลกเบื้องล่างกระมัง
“มาๆ พวกเราดื่มสุรา” กวนสีหลิ่นเรียกสองคน พูดคุยกันถึงเรื่องก่อนหน้านี้ต่อ ส่วนไป๋ชิงเฉิงนั่งอยู่ข้างๆ ห้าวเอ๋อร์ คอยพวกเขากลับมา
ส่วนทางด้านนั้น ผู้คุมกันเหล่านั้นถูกจู่โจมล้มลงกับพื้นด้วยสภาพจนตรอกทีละคน บางคนกระอักเลือดออกมาเพราะทนไม่ไหว บางคนถือโอกาสช่วงชลมุนหนีหายไปในกลุ่มชาวบ้านอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ชาวบ้านรอบข้างต่างก็มองสตรีใบหน้างดงามถือฉินไว้ในอ้อมแขนอย่างอึงงัน เห็นนางดีดฉินอย่างเบามือ กระนั้นก็ทำให้ผู้คุ้มกันหลายสิบคนล้มลงบนพื้นกระอักเลือดออกมาแล้ว
ตอนนี้ในห้วงสมองของชาวบ้านต่างคิดว่า ‘ไม่อาจตัดสินคนจากภายนอกได้จริงๆ หากไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง ใครจะเชื่อว่าสตรีสะสวยคนหนึ่งจะมีความสามารถในการสังหารมากมายถึงเพียงนี้’
“รู้จักหรือไม่” ฉินซินยิ้มอ่อนโยนพลางมองเหลิ่งซวง
“อืม” เหลิ่งซวงตอบเสียงหนึ่ง ฉินซินเดินไปข้างหน้า มาถึงท่ามกลางผู้คุมกันเหล่านั้น ก่อนจะปลดพวงกุญแจขนาดใหญ่จากตรงเอวของคนที่เป็นผู้นำแล้วยื่นให้เหลิ่งซวง
เหลิ่งซวงรับไว้ จากนั้นก็ยื่นกุญแจนั้นให้กู้เซียงอี๋ “นายหญิงของข้าอยู่ข้างหน้า เดี๋ยวจะพาพวกเจ้าไปพบนาง”
เห็นดังนั้นแล้ว กู้เซียงอี๋จึงใช้กุญแจปลดกลอนที่มือและเท้าตนเองก่อน และช่วยปลดกลอนให้บิดาที่อยู่ข้างกายเช่นกัน สุดท้ายแล้วยื่นให้คนที่อยู่ข้างหลัง ให้พวกเขาปลดโซ่ตรวนออก
หลายสิบคนปลดโซ่ที่มือและเท้าของตนเองอย่างรวดเร็ว พวกเขาประคองกันเดินไปหาเหลิ่งซวงและฉินซินที่อยู่ข้างหน้า ตอนนี้เองพลันได้ยินเสียงตวาดที่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันดังขึ้น พร้อมกับจิตสังหารสายหนึ่งพุ่งจู่โจมคนตระกูลกู้เหล่านั้น
“คิดหนีหรือ ตายเสียเถอะ!”
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดนั้นดังมา หนึ่งฝ่ามือจู่โจมใส่คนตระกูลกู้เหล่านั้นเช่นกัน เหมือนกับไม่เห็นพวกเขาเป็นคนอย่างไรอย่างนั้น ขณะฟาดมือลงมาก็หมายเอาชีวิตพวกเขาด้วย
คนตระกูลกู้ในตอนนี้ไม่เพียงพูดไม่ออก แม้แต่ปราณพลังวิญญาณทั่วกายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยคล้ายกับคนธรรมดา พวกเขาไม่อาจหลบเลี่ยงการจู่โจมที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้โดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นภาพนี้ เหลิ่งซวงที่สวมชุดสีดำทั้งตัวพลันเหาะออกไป ตอนนั้นเองที่เงาร่างสีดำของนางกระโจนขึ้น สองมือขยับเคลื่อน แรงกดดันมหาศาลเอ่อท้น ตามมาด้วยการจู่โจมจากสองมือของนาง กระแสปราณที่แทรกไว้ด้วยแรงกดดันนั้นต้านกระแสปราณของอีกฝ่ายกลับไป กระแสปราณสองสายปะทะกัน ทำให้ชายวัยกลางคนที่อยู่กลางอากาศกระอักเลือดออกมาทันที ร่างกายกระเด็นหวือออกไปโดยตรง กระแทกเข้ากับกำแพงเมือง
ตูม!
โครม!
ร่างกายกระแทกกำแพงเมืองนั้นแล้วตกลงบนพื้น ทันใดนั้นกำแพงพลันส่งเสียงปริแตก ก่อนที่จะมีเสียงโครมดังขึ้น เห็นเพียงกำแพงเมืองเกิดรอยร้าวแตกออก อิฐกำแพงร่วงหล่นอย่างแรง กระแทกใส่ชายวัยกลางคนข้างล่าง
“อ้าก!”
เสียงร้องน่าเวทนาดังมาจากฝุ่นดินตลบอบอวล กำแพงเมืองแข็งแรงถล่มลงมามุมหนึ่งเช่นนี้ คนที่เห็นเหตุการณ์รอบๆ ต่างตะลึงลานไป ต่างคนต่างก็สูดลมหายใจเข้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
……….
ตอนที่ 3435 ดุ
ครั้นเห็นภาพนี้ ผู้คุ้มกันที่วิ่งไปรายงานก็ยืนอึ้งงันไปเช่นเดียวกัน ส่วนชายวัยกลางคนที่ตามมาจากข้างหลัง ไปจนถึงชายชราคนหนึ่งเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ทั้งหมดล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาโดยพลัน
สายตาของพวกเขากวาดผ่านทุกคน ก่อนจะมองสตรีงดงามทว่าเย็นชาที่สวมชุดสีดำทั้งตัว ดูจากการแต่งกายของนางแล้วน่าจะเป็นคนประเภทผู้คุ้มกัน แต่ปราณทั่วร่างกายกลับแข็งกล้าปานนั้น ต่อให้เป็นพวกเขามองดูแล้วก็อดหวาดกลัวไม่ได้
“นี่คือสิ่งที่ข้ารับใช้มารายงาน คนหนึ่งในนั้นเข้ามาพร้อมกับพวกสตรีชุดแดง” ชายวัยกลางคนกล่าวเสียงเบากับอีกสองคน มองเหลิ่งซวงที่อยู่ข้างล่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
สามคนร่อนลงมาจากกลางอากาศ ตกลงที่มุมหนึ่งของประตูเมืองที่ถล่มลง คนหนึ่งในนั้นโบกมือส่งสัญญาณให้ผู้คุ้มกันหลายร้อยคนออกมาจากด้านหลังเพื่อเคลื่อนก้อนหินออกไป ดูว่ายังช่วยคนคนนั้นได้หรือไม่
ชายวัยกลางคนในชุดหรูหราคนหนึ่งมองเหลิ่งซวง ถามเสียงขรึมว่า “เจ้าเป็นใคร เหตุใดทำเรื่องอุกอาจในเมืองนี้”
“เพื่อพวกเขา” เหลิ่งซวงพูดน้อยมาแต่ไหนแต่ไร กล่าวออกมาสามพยางค์อย่างเรียบง่าย ก่อนจะมองไปทางคนตระกูลกู้
เห็นดังนั้นแล้ว สายตาของชายวัยกลางคนมองไปยังคนเหล่านั้น จากนั้นมุ่นคิ้วถามต่อ “คนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ถูกพาจากที่อื่นมาเพื่อเป็นทาส เพื่อคนเหล่านี้แล้ว เจ้าทำร้ายผู้คุ้มกันที่อยู่ในเมืองของข้าจนบาดเจ็บ ทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า อีกทั้งทำลายประตูเมืองของข้าด้วย”
เหลิ่งซวงมองชายวัยกลางคนคนนั้น ฟังเขากล่าวจบแล้ว นางค่อยกล่าวอย่างเย็นชา “คนเหล่านี้ไม่ว่าใครล้วนสูงส่งกว่าพวกเจ้า! กล้าแตะต้องพวกเขา จุดจบมีเพียงความตาย!”
ตอนนี้จิตสังหารบนตัวนางแผ่ออกมา เย็นเยือกเสียดกระดูก ทำให้ผู้คนหวาดกลัว
ฉินซินฟังแล้วลอบประหลาดใจอยู่บ้าง มองบุรุษนามกู้เซียงอี๋อย่างอดไม่ได้ อีกฝ่ายเนื้อตัวสกปรก มองใบหน้าที่แท้จริงไม่ออก แต่ดูท่าทางแล้ว พวกเขาไม่เพียงรู้จักเหลิ่งซวง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นพวกเขายังรู้จักนายหญิง
“สาวน้อยใจกล้านัก!”
ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองเมืองหนึ่ง ถูกหญิงสาวคนหนึ่งตวาดใส่เช่นนี้ ชายวัยกลางคนเพียงรู้สึกว่าใบหน้าดำคล้ำ จิตสังหารบนกายกระจายออกมา ระหว่างที่เขายกมือขึ้น ผู้คุ้มกันหลายร้อยคนก็เข้าล้อมพวกเหลิ่งซวงอยู่ตรงกลางอย่างรวดเร็ว กระบี่ยาวทอประกายเยือกเย็นชี้มาทางพวกเขา รอเพียงเจ้านายของพวกเขาออกคำสั่งก็สามารถลงมือฆ่าได้ในทันที!
ตอนนี้นอกจากกู้เซียงอี๋และบิดาเขาแล้ว คนตระกูลกู้คนอื่นล้วนแต่งุนงง พวกเขาไม่รู้จักสตรีชุดดำคนนั้น ย่อมไม่รู้ว่าสตรีชุดดำคนนั้นเป็นใคร เหตุใดนางถึงรู้จักคุณชายของพวกเขา รวมถึงช่วยเหลือพวกเขาเช่นนี้
เมื่อเห็นคนเหล่านั้นชักกระบี่ยาวแวววาวออกมา จิตสังหารพุ่งเป้ามาที่พวกตน ทุกคนในตระกูลกู้ต่างพากันคุ้มครองสตรี เด็ก และคนชราไว้ตรงกลางอย่างไร้สุ้มเสียง
ทว่าท่ามกลางช่วงเวลาที่ตึงเครียด ชาวบ้านรอบข้างถอยห่างอย่างเงียบๆ กลืนน้ำลายพลางมองภาพนี้ด้วยความหวาดกลัว กลับได้ยินเสียงแผ่วเบาที่แฝงความไม่ยี่หระและเกียจคร้านดังมา
“สาวใช้ของข้า จะปล่อยให้คนอื่นดุด่าได้ตามใจชอบได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงเดินมาอย่างสบายๆ ข้างหลังนางติดตามมาด้วยพวกเหลิ่งหวาและตู้ฝาน
ตอนนางปรากฏตัว สายตาของทุกคนต่างหยุดอยู่ที่ตัวนาง เพราะชุดสีแดงนั้นเตะตาเกินไป ดวงหน้างดงามนั้นก็ยิ่งทำให้ไม่อาจละสายตาไปได้ ความสง่างามยอดเยี่ยมนั้นทำให้หัวใจของใครหลายคนสั่นไหว…
……….