เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3468 จากลา / ตอนที่ 3469 ศัตรู
ตอนที่ 3468 จากลา
ฟังคำพูดนี้แล้ว เทียนจีจื่อถอนหายใจ กล่าวว่า “ช่างเถอะๆ เจ้าไปเถอะ!” ขณะเดียวกันเขาก็เดินจากไปอย่างเนิบช้า ทิ้งให้โม่เฉินยืนอยู่บนยอดเขาตามลำพัง มองเกล็ดหิมะตกลงมาจากท้องฟ้า
ผ่านไปนานก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยกมือขึ้นปัดเกล็ดหิมะบนร่างกาย จากนั้นก็ก้าวลงจากเขาไปทีละก้าว
ราชวงศ์เฟิ่งหวง จวนตระกูลเฟิ่ง
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ในจวนตระกูลเฟิ่งหลายวันแล้วบอกลากับผู้อาวุโสในจวน เตรียมตัวจากไป เฟิ่งจิ่วมาส่งเขาออกจากเมือง ตลอดทางมาทั้งสองคนประสานมือกัน ไม่ได้เอ่ยวาจาอะไร จนกระทั่งถึงนอกเมืองแล้ว พวกเขาจึงค่อยหยุดฝีเท้าลง
“เจ้ากลับเถอะ! รอข้ามาแต่งงานกับเจ้านะ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ยื่นมือไปช่วยนางทัดปอยผมที่ข้างหู ในใจอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
เฟิ่งจิ่วมองเขา ยื่นมือไปจับมือเขา เอ่ยเสียงหวานขึ้นมา “ระวังด้วย ข้าจะรอเจ้ากลับมา”
“อืม” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบเสียงหนึ่ง มองนางอย่างลึกซึ้งก่อนจะมองไปทางห้าวเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ก่อนกำชับว่า “เชื่อฟังด้วย”
“ขอรับ ท่านพ่อ” ห้าวเอ๋อร์รับปาก เงยหน้ามองเขา
“ภูตหมอ พวกข้าขอตัวไปก่อนแล้ว” ฮุยหลางและอิ่งอีสองคนคารวะนางครั้งหนึ่ง บนใบหน้าต่างก็มีรอยยิ้ม รอคอยมาตั้งนานหลายปี ในที่สุดเจ้านายของพวกเขาก็จะได้แต่งภูตหมอกลับบ้านแล้ว
เมื่อนึกขึ้นว่าผ่านไปอีกหนึ่งปีหรือสองปี พวกเขาจะมีนายน้อยอีกคนหนึ่ง ในใจให้รู้สึกปีติยิ่งนัก เกิดเป็นความคาดหวังเล็กๆ อยากเห็นเสียจริงว่าเมื่อถึงเวลาแล้ว ลูกของเจ้านายและภูตหมอจะเหมือนใครมากกว่ากัน
“ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเล็กน้อย แย้มยิ้มออกมา
ฮุยหลางและอิ่งอีประสานมือคารวะเหลิ่งหวาไปจนถึงเหลิ่งซวงที่กำลังจูงมือห้าวเอ๋อร์อยู่ข้างหลัง ก่อนเร่งฝีเท้าตามเจ้านายของพวกเขาไป
เห็นพวกเขาโดยสารเรือเหาะไปแล้ว เฟิ่งจิ่วมองไปทางห้าวเอ๋อร์ ยิ้มพลางว่า “ในเมื่อออกมากันหมดแล้ว แม่จะพาเจ้าไปที่เวิ้งสวนท้อแล้วกัน! เจ้ายังไม่เคยไปเที่ยวที่นั่นเลยนี่!”
ห้าวเอ๋อร์ตาเป็นประกาย “ท่านอาเชียนหวาก็อยู่ที่นั่นใช่หรือไม่”
“อืม นางอยู่ที่นั่น”
เฟิ่งจิ่วยื่นมือไปจับแก้มเขา จากนั้นก็อุ้มเขาขึ้นมา เมื่อโยนขนนกเหินออกมาแล้วก็ให้ห้าวเอ๋อร์นั่ง ส่วนเหลิ่งหวาและเหลิ่งซวงสองคนคุมกระบี่ติดตามอยู่ข้างๆ มุ่งหน้าไปยังเวิ้งสวนท้อ
ในเวิ้งสวนท้อ ตอนนี้จวินเจวี๋ยซางกำลังมองหวันเหยียนเชียนหวาที่กำลังแกว่งชิงช้าอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง นางตั้งครรภ์มาหลายเดือนแล้ว สภาพครรภ์มั่นคง นางรู้ว่าจะไม่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขณะแกว่งชิงช้า อย่างไรเสียนางก็มองว่าการแกว่งชิงช้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
แต่หางตาของนางเหลือบมองจวินเจวี๋ยซางที่เฝ้าอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกหมดคำพูดเป็นอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่นางแกว่งไปข้างหน้า สายตาของเขาก็จะตามติดไปข้างหน้า เมื่อแกว่งไปข้างหลัง สายตาของเขาก็จะตามติดไปข้างหลัง ถูกเขาจับจ้องเช่นนี้ ไม่ว่าแกว่งชิงช้าอย่างไรก็รู้สึกเกร็งทั้งนั้น
“เจ้ามองพอหรือยัง ตามข้าต้อยๆ ทั้งวันคิดทำอะไรกันแน่” หวันเหยียนเชียนหวาโมโหขึ้นมาอีกแล้ว นางหยุดแกว่งชิงช้า พลางจ้องจวินเจวี๋ยซางด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
เห็นนางหยุดแกว่งแล้ว จวินเจวี๋ยซางก็ลอบถอนใจโล่งอก มือที่กำหมัดแน่นคลายออก สีหน้าที่เดิมทีเครียดเกร็งก็ผ่อนคลายลงด้วย “เจ้าแกว่งชิงช้ามานานมากแล้ว ไปเดินเล่นกับข้าเถอะ! ของที่สั่งให้ห้องครัวตุ๋นน่าจะเสร็จแล้ว”
……….
ตอนที่ 3469 ศัตรู
“ชิ!”
หวันเหยียนเชียนหวาแค่นเสียงออกมาเสียงหนึ่ง “ข้าจะไปกล้าขอให้หัวหน้าพรรคเริงรมย์มาอยู่เป็นเพื่อนได้อย่างไร เจ้าเป็นถึงบุคคลที่สูงส่ง คบหากับคนต่ำต้อยที่ไม่ใช่คนของโลกนี้อย่างข้า ข้ายังห่างไกลกับคำว่าคู่ควรมากโข”
ฟังวาจาค่อนแขวะของนางแล้ว จวินเจวี๋ยซางเหลือบมองนางคราหนึ่ง “เจ้าเป็นคนหาเรื่องข้าก่อนแท้ๆ ขืนใจข้า แถมยังตั้งครรภ์ลูกของข้า ตอนนี้คิดถีบหัวข้าส่งหรือ”
หวันเหยียนเชียนหวาสะอึก ถลึงตาคู่งามมองเขาด้วยความโมโห “ข้าไปหาเรื่องเจ้าที่ไหนกัน ใครใช้ให้เจ้าช่วยข้ากลับมา หากตอนนั้นเจ้าไม่ช่วยข้า ข้าจะเกาะติดเจ้าได้หรือ”
นางแค่นหัวเราะอีกครั้งก่อนกล่าว “อีกอย่าง ยามขืนใจเจ้าก็เป็นเจ้าที่ได้เปรียบ ข้าไม่เคยได้ยินมาว่าบุรุษจะเสียเปรียบในเรื่องพรรค์นี้ ส่วนลูก นั่นยิ่งไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า ข้าพูดไปแปดร้อยรอบแล้วว่าลูกเป็นของข้า!”
แววตาลึกล้ำของจวินเจวี๋ยซางมองนางอย่างแปลกใจ วาจารุนแรงเช่นนี้ออกมาจากปากนางจริงหรือ น่าแปลกจริงๆ หรือเมื่อสตรีถูกตามใจมากเข้าแล้วมักจะไม่พูดจาด้วยเหตุผลเช่นนี้
รู้ว่าพูดด้วยเหตุผลไม่ได้แล้ว เขาก็ไม่ต่อปากต่อคำกับนาง เพียงเดินไปข้างหน้าไปพลาง เอ่ยถามไปพลาง “เจ้าอยากกลับไปกับข้า หรืออยากให้ข้าอุ้มเจ้ากลับไป”
เห็นเขาเดินมาทีละก้าว พลันนึกถึงไม้แข็งพวกนั้นตอนเขาอยู่ที่นี่ หวันเหยียนเชียนพลันลุกขึ้นยืน “ข้ามีขา!” จากนั้นนางสะบัดแขนเสื้อ แล้วก้าวเท้าเดินกลับไป
นางกลับไปแล้ว จวินเจวี๋ยซางตามอยู่ข้างกายนางติดๆ สองคนเดินไปด้วยกัน พร้อมกันนั้นได้ยินเสียงรังเกียจของหวันเหยียนเชียนหวาอยู่รางๆ ด้วย…
หวันเหยียนสือซานที่นั่งพิงต้นท้อดื่มสุรามองทิศทางที่ทั้งสองคนจากไป ก่อนจะส่ายหน้า อดพึมพำออกมาไม่ได้ “เป็นศัตรูกันจริงๆ”
ตั้งแต่จวินเจวี๋ยซางมา เขาแทบไม่มีอะไรทำ วันทั้งวันว่างเช่นนี้ แต่สองคนนั้นน่าสนใจเหมือนกัน เถียงกันตลอดไม่รู้จักหยุดหย่อน
แน่นอนว่าเขามองออก จวินเจวี๋ยซางยอมให้เชียนหวาหลานสาวเขาเสมอ เขาถึงได้แปลกใจอยู่บ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนั้นจะเลิกเถียงกันได้เมื่อไร
เขาเงยหน้าดื่มสุรา จากนั้นหลับตานอนหลับบนต้นไม้ คิดว่าจะหาเวลาไปเที่ยวเล่นที่จวนตระกูลเฟิ่งสักหน่อย
ตอนนี้เอง เฟิ่งจิ่วที่มาถึงเวิ้งสวนท้อแล้วก็พูดกับห้าวเอ๋อร์ว่า “ดูสิ ที่นี่ก็คือเวิ้งสวนท้อ งดงามหรือไม่” นางพูดพลางเก็บขนนกเหิน สองคนร่อนลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง
เมื่อเห็นป่าดอกท้อผืนใหญ่ตรงหน้า ห้าวเอ๋อร์พลันตาเป็นประกาย “ท่านแม่ ต้นท้อที่นี่ออกผลหรือไม่”
“อืม ออกสิ ดอกท้อที่นี่มีสองประเภท มีทั้งออกดอกอย่างเดียวและออกผลอย่างเดียว ทั้งหมดออกดอกออกผลตลอดทั้งปี” นางหัวเราะเสียงเบา บอกว่า “เจ้าไปเล่นเถอะ! ดูให้ทั่วๆ อย่าออกจากเวิ้งสวนท้อก็พอ”
“อืม” ห้าวเอ๋อร์ตอบรับ จากนั้นหันกลับไปมองเหลิ่งซวง “ท่านอาซวง ท่านไปเป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่”
“ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วส่งสัญญาณให้เหลิ่งซวงไปเป็นเพื่อนเขา
ดังนั้นหนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่จึงเดินไปทางป่าท้อ หลังจากเห็นพวกเขาเข้าไปในป่าท้อแล้ว เฟิ่งจิ่วก็พาเหลิ่งหวาไปตามหาจวินเจวี๋ยซางและหวันเหยียนเชียนหวา ส่วนข้างหลังพวกเขายังมีอี้ซิวหรั่นและกู้เซียงอี๋ ไปจนถึงพวกตู้ฝานที่กำลังมุ่งหน้ามาเวิ้งสวนท้อด้วย…
ในลานเรือน ข้างโต๊ะหิน หวันเหยียนเชียนหวามองน้ำแกงตุ๋นพวกนั้นที่วางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้างดงามดำคล้ำลงอย่างอดไม่ได้ “พวกนี้หรือ ข้าไม่กิน หากจะกินก็กินคนเดียว” นางพูดแล้วก็ดันน้ำแกงตุ๋นตรงหน้าไปให้จวินเจวี๋ยซาง
……….