เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3532 กลิ้งลงไป / ตอนที่ 3533 ยากหลบหนี
ตอนที่ 3532 กลิ้งลงไป
ฟังเสียงสนทนาที่ดังมาจากในร้านอาหาร เฟิ่งจิ่วแกว่งถ้วยสุราด้วยความเกียจคร้าน พิงกรอบหน้าต่างราวกับว่าไร้เรี่ยวแรง ฟังคนนินทาไปพลาง ดื่มด่ำความสบายใจในตอนนี้ไปพลาง
ทันใดนั้นนางพลันรู้สึกว่ามีใครมองอยู่ จึงหันไปมองตามความรู้สึกนั้น นางมองเห็นบุรุษคนหนึ่งเดินขึ้นมาจากชั้นล่าง สายตาจับจ้องนางตลอดเวลา และคนคนนี้ก็คือบุรุษที่พวกเขาสลัดหลุดเมื่อวันนั้น
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชำเลืองมองคนคนนั้นด้วยดวงตาสีดำเย็นชา หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ด้วยเห็นเขาจ้องมองเฟิ่งจิ่วตลอดเวลาจึงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ความกดดันสายหนึ่งแผ่ออกมาจากในกายเขาตามธรรมชาติ จู่โจมไปยังคนคนนั้น
คนคนนั้นยืนอยู่ตรงบันไดพลางมองเฟิ่งจิ่ว ทันใดนั้นรู้สึกได้แรงกกดดันสายหนึ่งจู่โจมมา แรงกดดันทำให้เขาเข่าอ่อนจนไม่อาจหลบเลี่ยง ก่อนจะกลิ้งตกบันไดลงไป
“อ้าก!”
เขาร้องเสียงเบา ร่างกายตกลงไปอย่างไม่อาจควบคุมได้ เสี่ยวเอ้อร์ที่ตามหลังมาหลบไม่ทัน ถูกเขากระแทกตกลงไปด้วย ได้ยินเพียงเสียงตึงตังดังอยู่ในร้านอาหาร หลายคนยื่นหน้ามองไป บางคนก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
“คนคนนี้ดื่มสุรามากแล้วกระมัง ขึ้นบันไดถึงได้เดินไม่มั่นคงเช่นนี้”
“ไร้ประโยชน์เสียจริง แค่เดินขึ้นบันไดก็ยังตกลงไปได้”
“ฮ่าๆๆๆๆ ข้ายังไม่เคยเห็นใครโตขนาดนี้แล้วเดินตกบันไดเลย”
เฟิ่งจิ่วมองไปทางเซวียนหยวนโม่เจ๋อ จากนั้นยิ้มกว้าง “ไยเจ้าต้องทำให้ตกลงไปด้วย เขายังไม่ได้ทำอะไรพวกเราเลย อีกอย่างท่าทางเขาจะไม่ได้ตามพวกเรามา เพียงพบกันโดยบังเอิญเท่านั้น”
“ไม่ถูกชะตา” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูดเสียงเรียบ หลังจากดื่มสุราแล้วก็ถามว่า “ต้องไปซื้อของอีกใช่หรือไม่ ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”
“ดีเหมือนกัน พวกเราซื้อของกินของใช้เก็บไว้หน่อย แล้วก็เดินเล่นรอบๆ” เฟิ่งจิ่วกล่าว
สองคนเรียกเสี่ยวเอ้อร์คิดเงิน จากนั้นลุกขึ้นเดินลงไปข้างล่าง
ชั้นล่าง บุรุษที่เนิ่นนานแล้วก็ยังคงหายใจหอบ ลุกขึ้นยืนพร้อมใบหน้าซีดขาว หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตกใจ เขามองสองคนที่จูงมือกันเดินลงมาจากชั้นบน แววตาวูบไหว
ร้ายกาจนัก!
บุรุษผู้นั้นเพียงใช้แรงกดดันเล็กน้อยก็ทำให้เขายืนไม่อยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่ถูกอีกฝ่ายมองครั้งหนึ่ง ทั่วกายพลันมีกลิ่นอายหนาวยะเยือกเอ่อท้นขึ้นมา ราวกับว่ามีปราณความเย็นแทรกขึ้นมาจากฝ่าเท้า พุ่งตรงไปสู่ศีรษะในทันที
เห็นสองคนเดินผ่านข้างกายเขาไป เดินออกไปข้างนอก เขาพลันหยุดชะงัก กัดฟันแล้วตามไป
เมื่อรู้สึกได้ว่าบุรุษคนนั้นตามหลังมา เซวียนหยวนโม่เจ๋อมีสีหน้าดำคล้ำในทันที ในดวงตาสาดประกายเย็นชา กระทั่งเฟิ่งจิ่วลูบมือเขาน้อยๆ ความเย็นชานั้นจึงหายไป
เฟิ่งจิ่วแปลกใจอยู่บ้าง เดิมคิดว่าบุรุษผู้นั้นถูกแรงกดดันบีบลงไปชั้นล่างแล้ว น่าจะไม่ติดตามพวกเขามาอีก อย่างไรเสียคนมีประสบการณ์ล้วนรู้ว่าใช้แรงกดดันทำให้เขายืนไม่อยู่ได้ พลังของพวกเขาย่อมเหนือกว่าตนไปไกลโข ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดเขายังตามมาอย่างไม่กลัวตายอีก
หากนางไม่ได้ปลอมตัว ใช้รูปลักษณ์งดงามปรากฏกายต่อหน้าคนอื่นจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นางอาจคิดว่าอีกฝ่ายถูกใจความงามของนางเข้า แต่ดูจากเสื้อสีเขียวของนาง และใบหน้าธรรมดาไม่เตะตาในตอนนี้ ย่อมไม่มีทางเข้าหานางเพราะอยากเกี้ยวพาแน่ ในเมื่อไม่ใช่แล้วมันเป็นเพราะอะไรกัน?
คิดถึงตรงนี้แล้ว นางพลันหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับไปมองบุรุษที่เดินกะเผลกเข้ามาคราหนึ่ง หลังจากพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้ว นางจึงถามว่า “เจ้าตามพวกข้ามาทำไม”
……….
ตอนที่ 3533 ยากหลบหนี
บุรุษคนนั้นคล้ายกับไม่คาดคิดว่านางจะหยุดถามตน จึงชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง
“เจ้าตามพวกข้ามาทำไม” เฟิ่งจิ่วถามอีกครั้ง
ตอนนี้บุรุษคนนั้นดึงสติกลับมา เขามองนาง ก่อนจะมองไปที่มือนาง “เจ้ารู้วิชาแพทย์โบราณ ตอนนี้ทุกคนล้วนพูดถึงฮูหยินหลิงคนนั้น น่าจะเป็นเจ้ากระมัง!”
ฟังดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วพลันเลิกคิ้ว วาจานี้ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการยืนยัน ว่าแต่วิชาแพทย์โบราณหรือ? นางมองบุรุษคนนั้นแล้วถามต่อ “แล้วอย่างไรอีก”
“ข้าอยากเชิญเจ้าไปช่วยคน” เขาตอบก่อนรีบพูดต่ออีก “ข้าจะจ่ายเป็นทอง”
“ไม่สนใจ”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม จับมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปข้างหน้า นางรู้วิชาแพทย์เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่นางช่วยคนตามอารมณ์ความรู้สึกเสมอ ไม่ใช่ว่าพบเจอใครก็ช่วยไปเสียหมด ยิ่งไปกว่านั้น คนตรงหน้าคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ เหตุใดนางต้องช่วยคนเพราะเขาด้วย
สองคนเดินไปข้างหน้า คนคนนั้นหยุดอยู่ข้างหลังพักหนึ่งแล้วตามไปอีก ทว่าเขาไม่ได้เข้าใกล้มากเกินไป อย่างไรเสียแรงกกดดันจากตัวบุรุษไว้หนวดก็น่ากลัวยิ่งนัก
กระนั้นเขาที่ตามอยู่ข้างหลังกลับเห็นว่าตลอดทางที่ผ่านมานี้ บุรุษไว้หนวดที่ไม่ชอบพูดจาเท่าใดนักมองสตรีชุดเขียวด้วยแววตาอ่อนโยนและรักใคร่เสมอ ขณะที่ทั้งสองคนเดินไป เพราะคนเดินถนนขวักไขว่มาก เขาจึงใช้ร่างกายตนเองคุ้มกันสตรีไม่ให้ถูกชน นางอยากกินของว่างจากร้านเล็กๆ ข้างทาง เขาล้วนเบียดไปข้างหน้าเพื่อซื้อมาให้ ของที่นางซื้อ เขาล้วนช่วยเก็บเข้าไปในห้วงมิติเช่นกัน
ตามมาตลอดทางแล้ว เห็นพฤติกรรมเอาใจใส่ของบุรุษคนนั้น เขาก็อดรู้สึกแปลกใจอดไม่ได้ ในใจสับสนนัก บุรุษคนนั้นดูเป็นคนน่ากลัวมากคนหนึ่ง คนที่เป็นเช่นนี้จะทำอะไรพรรค์นี้เพื่อสตรีคนหนึ่งได้อย่างไร?
ช่วงเย็น ตอนท้องฟ้ามืดลงแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วกลับไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม ส่วนคนคนนั้นก็ตามเข้ามาในโรงเตี๊ยมเช่นกัน
ยามจื่อ เสียงดังสนั่นที่ดังมาอย่างกะทันหันแทบปลุกคนทั้งเมืองให้ตื่นขึ้นมา หลายคนพากันสวมเสื้อคลุมออกจากบ้านมาดูสถานการณ์
“เกิดอะไรขึ้น เสียงดังมาจากที่ไหน”
“ใช่ระเบิดหรือไม่ หรือว่าภูเขาถล่ม เหตุใดเสียงดังขนาดนี้”
“เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกูลอวี๋! ไฟไหม้ที่ตระกูลอวี๋ ชายชุดดำนับร้อยคนล้อมอยู่ข้างนอก ตระกูลใหญ่มากมายในเมืองไม่กล้าสอดมือยุ่งกับเรื่องนี้เช่นกัน”
ในห้อง เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วได้ยินเรื่องนี้ ทั้งคู่อดสบตากันไม่ได้ “คงไม่ใช่คนที่ลอบสังหารพวกเราระหว่างทางพวกนั้นกระมัง ตอนนี้ของอยู่กับพวกเราแล้ว เหตุใดยังมีคนเพ่งเล็งตระกูลอวี๋อีก”
“น่าจะไม่เชื่อว่าอวี๋เฉิงเต๋อจะมอบของตกทอดในตระกูลให้พวกเรา คงคิดว่าเป็นอุบายอย่างหนึ่ง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ลุกขึ้นสวมเสื้อ จากนั้นหยิบหนวดขึ้นมาติดบนใบหน้า
เฟิ่งจิ่วพลิกตัวลุกขึ้นนั่งเช่นกัน นางสวมเสื้อแล้วใช้ปิ่นกลัดมวยผมอย่างง่ายๆ “ตระกูลอวี๋โชคร้ายเสียจริง โชคดีที่พวกเรายังไม่ได้ไปไหนไกล ถูกคนนับร้อยล้อมอยู่เช่นนี้ เกรงว่าจะฆ่าล้างตระกูลแล้วกระมัง”
นางถอนใจเสียงหนึ่ง หลังจากแต่งงานเรียบร้อยแล้วก็ถาม “เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่”
“ไปเถอะ! ไปดูด้วยกัน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ยื่นมือไปโอบเอวนาง พานางกระโดดออกจากหน้าต่างไป
บุรุษคนนั้นที่เฝ้าอยู่ข้างนอกคล้ายกับรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขาออกจากโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว มองเห็นเงาร่างสองสายแฉลบผ่านไปในราตรีกาล จึงเร่งฝีเท้าตามไปทันที
ภายในตระกูลอวี๋ คนในจวนกระสับกระส่ายกันหมด เสียงร้องไห้และเสียงร้องด้วยความตกใจดังออกมาจากข้างในอยู่เรื่อยๆ ประตูหน้าล้มลงมุมหนึ่งแล้ว ป้ายตระกูลอวี๋ก็เอียงกะเทเร่ไปยังด้านข้างเช่นเดียวกัน
……….