เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3540 ขอให้รักษา / ตอนที่ 3541 รับปาก
ตอนที่ 3540 ขอให้รักษา
“ข้าอยากขอให้นางรักษา เพียงแต่ฮูหยินหลิงไม่ยอมรักษา ข้าจึงอยากถามดูสักหน่อยว่าตอนนั้นท่านทำอย่างไร ฮูหยินหลิงถึงได้ตอบตกลงช่วยรักษาบิดาท่าน” เขาเสนอเงินก็แล้ว แต่ชัดเจนมากว่าพวกเขาไม่ได้เห็นเงินเป็นสิ่งสำคัญ
อวี๋เฉิงเต๋อฟังแล้วพลันตะลึงไปเล็กน้อย “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฮูหยินหลิงคนนั้นให้ความสำคัญกับความรู้สึก หากเจ้าอยากขอให้นางรักษา มิสู้แสดงความจริงใจดูสักครั้ง”
จากที่เขาสังเกตเห็น ไปจนถึงสายตาในการมองคน ฮูหยินหลิงเป็นคนเห็นคุณค่าในความรักและศีลธรรม ไม่เช่นนั้นคงไม่รีบกลับมาหลังจากรู้ว่าพวกเขาตระกูลอวี๋เกิดเรื่อง พวกเขาตระกูลอวี๋โชคดีเช่นกันที่ได้พบคนอย่างสองสามีภรรยา ไม่เช่นนั้นครั้งนี้คงต้องพบกับหายนะอย่างแท้จริง
หลังจากผ่านเรื่องนี้มาแล้ว พวกเขานับว่าผ่านเคราะห์มาได้ครั้งหนึ่ง หลังจากนี้ต่อให้ยังมีคนเพ่งเล็งกระจกปากว้า ก็ไม่มีทางจู่โจมพวกเขาตระกูลอวี๋แล้ว
แสดงความจริงใจหรือ?
บุรุษคนนั้นยืนงงอยู่ตรงที่เดิม ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
อวี๋เฉิงเต๋อมองเขาครั้งหนึ่ง “แต่หากเจ้าอยากขอให้รักษา เหตุใดไม่ไปขอกับผู้อาวุโสหยางเล่า วิชาแพทย์ของเขาก็ยอดเยี่ยมยิ่งเช่นเดียวกัน”
“เขารักษาไม่ได้” บุรุษคนนั้นส่ายหน้า
“เจ้าขอให้รักษาใคร” อวี๋เฉิงเต๋อถามอีกครา
บุรุษคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย “คู่หมั้นของข้า นางผมขาวแม้ยังไม่ชรา ร่างกายอ่อนแอเหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย หมอทุกคนล้วนพูดว่านางไม่มีทางอยู่พ้นปีนี้ ข้าเคยเห็นฮูหยินหลิงคนนั้นฝังเข็มแล้ว นั่นเป็นวิชาแพทย์โบราณ อาจมีเพียงนางที่รักษาคู่หมั้นของข้าได้”
อวี๋เฉิงเต๋อฟังจบแล้วเดินเข้าไปข้างใน เดิมเขาไม่อยากยุ่งเรื่องคนอื่น แต่เห็นสีหน้ายามบุรุษคนนั้นพูดถึงคู่หมั้นแล้ว เขาอดถอนใจขณะเดินไปยังเรือนอีกหลังหนึ่งไม่ได้
ครั้นมาถึงข้างนอกเรือน ภายในห้องของเรือนนี้ยังคงสว่างอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปเรียกเสียงหนึ่ง “ฮูหยินหลิง ท่านยังไม่นอนกระมัง”
เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังพูดคุยกันอยู่ในห้อง ตอนได้ยินเสียงข้างนอก เฟิ่งจิ่วจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูออกดู พอพบว่าเป็นอวี๋เฉิงเต๋อจึงถามว่า “มีเรื่องอะไรหรือ”
“ฮูหยินหลิง ที่ประตูหลังมีบุรุษคนหนึ่งเฝ้าอยู่ บอกว่าตามพวกท่านมา และบอกว่าอยากขอให้ท่านรักษาคู่หมั้นของเขา นางผมขาวทั้งศีรษะแม้ยังไม่แก่ชรา หายใจรวยรินอยู่ไม่พ้นปีนี้แล้ว อยากขอให้ท่านลงมือช่วยเหลือ”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วพิงประตูหัวเราะเสียงเบา “ผู้นำตระกูลอวี๋จิตใจดีจริงๆ”
อวี๋เฉิงเต๋อยิ้มอย่างเขินๆ “ข้าเพียงช่วยเขาส่งต่อคำพูดเท่านั้น ส่วนฮูหยินหลิงจะทำอย่างไร ข้าไม่กล้าโน้มน้าวมาก กระนั้นข้าก็รู้ว่าฮูหยินหลิงเป็นคนให้ความสำคัญกับความรักและศีลธรรม ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงไม่กลับมาช่วยพวกข้าตระกูลอวี๋ที่กำลังอยู่ในวิกฤติ บุญคุณใหญ่หลวงของฮูหยินหลิงและท่านหลิง ลูกหลานตระกูลอวี๋ของข้าไม่กล้าลืม”
“เอาล่ะ” เฟิ่งจิ่วโบกมือ “เจ้าไปเรียกคนคนนั้นเข้ามาเถอะ!”
อวี๋เฉิงเต๋อยิ้มขึ้นหลังฟังจบ “ขอรับ” จากนั้นจึงหมุนกายเดินไปข้างนอกด้วยตัวเอง
เมื่อมาถึงข้างนอกแล้ว อวี๋เฉิงเต๋อเตือนเขาอยู่หลายคำ ก่อนจะพาบุรุษแปลกหน้าเดินไปที่เรือนด้านหลัง
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมาอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “เจ้าคิดจะรักษาให้หรือ”
“ขอดูก่อน! ข้าสงสัยทีเดียวว่าคนคนนี้จะหาทางช่วยเหลือคู่หมั้นอย่างไร” นางยิ้มพลางพูด จากนั้นจับมือเขา “เจ้าไปนอนก่อนเถอะ! ไม่ต้องรอข้า”
“ไม่ ข้าจะอยู่กับเจ้า” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ย แล้วนั่งลงกลางลานเรือน
เห็นดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมาอย่างจนใจ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เขา “ให้คนที่ครัวเตรียมอาหารกับสุราจำนวนหนึ่งเป็นอย่างไร”
“อืม” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบรับ และเป็นฝ่ายสั่งคนที่อยู่ข้างนอกเสียงหนึ่ง
……….
ตอนที่ 3541 รับปาก
หลังจากอวี๋เฉิงเต๋อพาคนเข้ามาแล้ว เขาไม่ได้อยู่ต่อ เพียงออกไปอยู่ข้างนอกเรือน
บุรุษคนนั้นมองสองคนข้างใน แล้วสาวเท้าเดินเข้าไป “ซ่งอีผิงคารวะท่านหลิง ฮูหยินหลิง”
เขาประสานมือคารวะคราหนึ่งอย่างได้มาตรฐาน ไม่กล้าสะเพร่า อย่างไรเสียเขาไม่เพียงเห็นความร้ายกาจยามสองคนลงมือสังหารคนกับตาตนเอง แต่ยังเคยถูกแรงกดดันของท่านหลิงสั่นสะท้านจนตกบันไดด้วยตนเองอีกต่างหาก
“พูดมาเถอะ! เจ้าขอให้ช่วยรักษาใคร แล้วคนคนนี้อยู่ที่ไหน” เฟิ่งจิ่วใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองบุรุษที่เรียกตนเองว่าซ่งอีผิง
“คู่หมั้นข้ามีนามว่าเยี่ยหลิง นางป่วยเป็นโรคประหลาดตั้งแต่เดือนสิบปีที่แล้ว ผมดำกลับเป็นขาวภายในคืนเดียว กินไม่ได้ดื่มไม่ได้ราวกับไร้วิญญาณ พอตกกลางคืนก็จะออกไปเดินเตร่ เช้าตรู่ค่อยกลับมา ร่างกายทรุดโทรมลงทุกวัน บัดนี้นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงแล้ว”
เขาพูดแล้วคุกเข่าให้ทั้งสองคน “ข้ารู้ว่าวิชาแพทย์โบราณเป็นวิชาแพทย์ระดับสูง จึงอยากขอให้ฮูหยินช่วยเหลือ แม้ข้าต้องแลกด้วยชีวิต ข้าซ่งอีผิงก็ไม่เสียดายเลยสักนิด”
ขณะที่เขาพูดอยู่ สาวใช้ยกสุราและอาหารเข้ามาวางลงบนโต๊ะ เซวียนหยวนโม่เจ๋อเทสุราดื่ม จากนั้นคีบอาหารกินคำหนึ่งโดยไม่ได้สนใจคำพูดของซ่งอีผิงเท่าไรนัก ปล่อยให้เฟิ่งจิ่วจัดการเพียงผู้เดียว
ไม่ว่านางจะช่วยหรือไม่ช่วย เขาล้วนสนับสนุนนาง
ฟังวาจาเขาแล้ว มือที่เฟิ่งจิ่วใช้เท้าคางอยู่ขยับเบาๆ ดวงตาสุกใสทอประกาย ถามว่า “นางอยู่ที่ไหน”
“ตระกูลเยี่ยเป็นตระกูลลึกลับ ด้วยเหตุนี้เยี่ยหลิงจึงอยู่ในเขาฟ้าอรุณอันเป็นที่ตั้งของตระกูลเยี่ย” เขาพูดแล้วก็ร้อนใจ “ข้ามีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เชื่อมกับตระกูลเยี่ย ขอเพียงฮูหยินหลิงรับปาก ก็ไปจากที่นี่ได้ทันที ค่ายกลเคลื่อนย้ายใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป”
“พรุ่งนี้เถอะ! พรุ่งนี้ข้าจะตามเจ้าไปดู” เฟิ่งจิ่วกล่าว จากนั้นชำเลืองมองเขาครั้งหนึ่ง “หลังจากข้าดูแล้ว หากช่วยรักษาได้ เจ้าอย่าได้จ่ายค่ารักษาจำนวนน้อยเลยเชียว”
“ขอเพียงรักษานางได้ ฮูหยินหลิงเอ่ยปากได้ตามสะดวก!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา “ข้าเชื่อว่าเจ้าเต็มใจเช่นนั้น เจ้าบอกว่านางผมดำเปลี่ยนเป็นขาวภายในคืนเดียวใช่หรือไม่ ทำไม เจ้าไม่รังเกียจหรือ”
“ข้าโตมาพร้อมกับอาหลิง รูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่สิ่งที่ข้าถูกใจนางหรอก” ซ่งอีผิงกล่าว
“ดูไม่ออกเลยว่าเจ้ารักนางหวานซึ้งยิ่งนัก เอาล่ะ ลุกขึ้นเถอะ! พรุ่งนี้พบกันที่ประตูหลังตระกูลอวี๋” เฟิ่งจิ่วพูดพลางส่งสัญญาณให้เขาถอยไป
“ขอรับ ขอบคุณท่านหลิง ฮูหยินหลิง” เขายืนขึ้น ประสานมือกล่าวขอบคุณ จากนั้นจากไปด้วยอารามตื่นเต้น
ดึกสงัดแล้ว ทว่าสองคนยังไม่นอน กลับดื่มสุรากินอาหารอยู่กลางลานเรือน พลางพูดคุยกัน จนกระทั่งเริ่มง่วงบ้างแล้ว จึงค่อยกลับห้องไปนอนงีบสักหน่อย
พวกเขางีบถึงประมาณยามเฉินก็ตื่น ล้างหน้าล้างตาก่อนไปที่เรือนของชายชราตระกูลอวี๋ ฝ่ายผู้นำตระกูลอวี๋คอยท่าอยู่ที่นั่นแล้ว
“ท่านหลิง ฮูหยินหลิง พวกท่านมาแล้ว! บิดาข้าตื่นแล้ว เพิ่งเอ่ยว่าอยากพบพวกท่าน!” อวี๋เฉิงเต๋อยิ้มพลางก้าวเข้ามาต้อนรับ
สองคนพยักหน้า ก้าวเข้าไปในห้องพร้อมกับอวี๋เฉิงเต๋อ ชายชราที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ในห้องกำลังหรี่ตา ครั้นได้ยินเสียงคนเข้ามาแล้วจึงลืมตามองไปทางพวกเขา
“ท่านพ่อ นี่ก็คือท่านหลิงกับฮูหยินหลิง พวกเขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตท่าน และเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตตระกูลอวี๋ทุกคน” อวี๋เฉิงเต๋อกล่าวอยู่ข้างๆ
ชายชราตระกูลอวี๋มองพวกเขาสองคน จากนั้นกล่าวว่า “ทั้งสองท่าน ข้าผู้ชราร่างกายไม่แข็งแรง ไม่อาจคารวะพวกท่านได้ กระนั้นข้าผู้ชราขอขอบคุณทั้งสองท่านที่เมตตาช่วยเหลือ ตระกูลอวี๋โชคดีจริงๆ ที่ได้พบกับทั้งสองท่าน!”
……….